HoonSmart.com>>บล.กสิกรไทยให้แนวรับ 1,500 และ 1,480 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,540 และ 1,555 จุด แกว่งตาม GDP ไตรมาส1/69 ถ้อยแถลงของเฟด สถานการณ์ตะวันออกกลางและฟันด์โฟลว์ จากสัปดาห์ที่ผ่านมาต่างชาติเข้าซื้อหุ้นไทยสุทธิ 9,162 ล้านบาท แต่ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 11,372 ล้านบาท ทางด้านธนาคารกสิกรไทยคาดเงินบาทที่ 32.10-32.80/ดอลลาร์ฯ
บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย มองหุ้นสัปดาห์ถัดไป (18-22 พ.ค. 2569) ดัชนีหุ้นมีแนวรับที่ 1,500 และ 1,480 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,540 และ 1,555 จุด ตามลำดับ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2569 ของไทย ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านเดือนเม.ย. ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนพ.ค. (เบื้องต้น) บันทึกประชุมเฟด รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ การกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR เดือนพ.ค. และตัวเลขเศรษฐกิจเดือนเม.ย. ของจีน อาทิ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2569 ของญี่ปุ่น ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนเม.ย. ของยูโรโซนและญี่ปุ่น ตลอดจนดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนพ.ค. (เบื้องต้น) ของญี่ปุ่น ยูโรโซน อังกฤษ
ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา SET Index ย่อตัวลง ท่ามกลางแรงขายของกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ จากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับการปรับลดน้ำหนักหุ้นไทยของ MSCI อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นดีดตัวขึ้นจนกลับมายืนเหนือ 1,500 จุดได้ในช่วงกลางสัปดาห์ หลังตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับประเด็น MSCI Rebalance ส่งผลให้มีแรงซื้อหุ้นบิ๊กแคปรายตัว นอกจากนี้ ความหวังเชิงบวกต่อประเด็นการหารือระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และจีนยังมีส่วนช่วยหนุนให้ดัชนีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นต่อในระหว่างสัปดาห์ด้วยเช่นกัน
ช่วงท้ายสัปดาห์ดัชนีหุ้นกลับมาย่อตัวลงอีกครั้ง ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคหลังการเจรจาระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และจีนสิ้นสุดลง ประกอบกับมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากแรงขายหุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่ง จากความกังวลว่าจะเข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขายระดับ 1 ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขายและ Cash Balance หลังจากดีดตัวขึ้นแรงก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดี แรงซื้อหุ้นแบงก์รายใหญ่แห่งหนึ่งหลังมีรายงานข่าวว่าได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาช่วยชะลอภาพการปรับตัวลงของดัชนีหุ้นได้บางส่วน
ในวันศุกร์ที่ 15 พ.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,517.95 จุด เพิ่มขึ้น 1.17% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 65,518.19 ล้านบาท ลดลง 13.00% ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.47% มาปิดที่ระดับ 213.07 จุด
ส่วนแนวโน้มค่าเงินบาทสัปดาห์ระหว่างวันที่ 18-22 พ.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหว ที่ระดับ 32.10-32.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทอ่อนค่าลงตามสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ ฟื้นตัวขึ้นในฐานะสกุลเงินปลอดภัยหลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีแนวโน้มยืดเยื้อ เนื่องจากทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่สามารถตกลงในรายละเอียดเงื่อนไขของข้อเสนอสันติภาพ อย่างไรก็ดี กรอบการอ่อนค่าของเงินบาทเริ่มจำกัดในช่วงกลางสัปดาห์ และเงินบาททยอยแข็งค่ากลับมาบางส่วนสอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงและสกุลเงินในเอเชีย โดยเฉพาะเงินหยวนซึ่งได้รับอานิสงส์จากความหวังเชิงบวกต่อการประชุมสุดยอดระหว่าง ปธน. สี จิ้นผิง ของจีน และ ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาอ่อนค่าแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ที่ 32.68 บาทต่อดอลลาร์ฯ ช่วงท้ายสัปดาห์ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ ปรับแข็งค่าขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก ประกอบกับมีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นตามที่ตลาดคาด ซึ่งยิ่งหนุนการคาดการณ์ว่า เฟดอาจยืนดอกเบี้ยที่ระดับสูงไปอีกระยะเพื่อรอประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีต่อเงินเฟ้อสหรัฐฯ
ในวันศุกร์ที่ 15 พ.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.58 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.21 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (8 พ.ค.)
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 11-15 พ.ค. 2569 นั้นซื้อสุทธิหุ้นไทยที่ 9,162 ล้านบาท แต่มีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 11,372 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 11,368 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 4 ล้านบาท)
