PEER พลิกกำไร 68 ล้านบ. เดินหน้าเอาผิด-ฟ้องลูกหนี้

HoonSmart.com >>PEER  โชว์ไตรมาสแรก กำไร  68.12 ล้านบาท  เผยชนะคดีลูกหนี้ค่าหุ้น PSD รายแรก 63 ล้าน พร้อมบังคับคดีทันที และจ่อเอาผิดอดีตกรรมการที่เกี่ยวข้องยกชุดทั้งแพ่งและอาญา

จิรายุ เชื้อแย้ม

บริษัท เพียร์ ฟอร์ ยู   (PEER) เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 / 2569 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 112.30 ล้านบาท พลิกกลับมากำไรสุทธิ 68.12 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 218% จากงวดก่อนหน้า-และช่วงเดียวกันปีก่อนขาดทุนสุทธิ -62 ล้านบาท

สาเหตุจากการบริหารต้นทุนและลดค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในธุรกิจ Contact Center และธุรกิจ Home Shopping ที่โตต่อเนื่อง มีรายได้จากการขาย 75.93 ล้านบาท ด้วยการปรับขยายช่องทางจำหน่ายผ่านสื่อดิจิทัลทีวีและแพลตฟอร์มออนไลน์สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

นอกจากการฟื้นโครงสร้างธุรกิจ บริษัทเดินหน้าล่าหนี้เก่า แบบไม่ปล่อยผ่าน โดยกรณีลูกหนี้จากการขายหุ้นในบริษัท ฟิจิตอล สเปซ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (PSD) มูลค่า 120 ล้านบาท ทั้ง 2 ราย ที่บริษัทฟ้องร้องนั้น ปัจจุบันศาลมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้รายที่ 1 มีความผิดและต้องชำระเงินต้น 63.18 ล้านบาท รวมทั้งดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปีนับจากวันฟ้องและค่าใช่จ่ายอื่น ๆ แก่บริษัท และลูกหนี้รายที่ 2 อยู่ระหว่างการสืบพยานเพื่อดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม เมื่อมีความคืบหน้าทางคดี บริษัทฯ จะแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ และนักลงทุนให้ทราบเป็นลำดับต่อไป รวมถึงดำเนินการตามขั้นตอนของการบังคับคดีหลังศาลตัดสินคดี

กรณีเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างการตรวจสอบความโปร่งใส ในขั้นตอนของการทำรายการซื้อขายในอดีต รวมถึงกลุ่มบุคคลผู้เกี่ยวข้องว่าเป็นไปอย่างสุจริต รอบคอบและรัดกุมเพียงพอหรือไม่ หากพบว่ามีส่วนทำให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทไม่ว่าด้วยความประมาทหรือตั้งใจก็ตาม บริษัทจะนำเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย รวมถึงรายงานต่อ ก.ล.ต. และทุกหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลอย่างเหมาะสม

นายจิรายุ เชื้อแย้ม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการวางแผนธุรกิจอย่างรอบคอบและระมัดระวัง เพื่อให้สามารถปรับตัวได้เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละช่วงเวลา โดยมุ่งรักษาสมดุลระหว่างการเติบโต การบริหารความเสี่ยง และเสถียรภาพทางการเงิน เพื่อวางรากฐานให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

ขณะเดียวกันการรักษาวินัยทางการเงินและการคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นก็เป็นเรื่องสำคัญที่เราจะไม่มีทางปล่อยผ่าน ทำให้บริษัทได้เร่งติดตามหนี้ค้างชำระและยังคงตรวจสอบธุรกรรมในอดีตอย่างต่อเนื่อง หากพบพฤติกรรมที่สร้างความเสียหายต่อบริษัทจะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด