SENA โชว์รายได้ 1.28 พันล้านบ. ตุน Backlog 9.1 พันล้านบ.

HoonSmart.com>>เสนาดีเวลลอปเม้นท์ เปิดไตรมาสแรก ยอดขายรวม 5,127 ล้านบาท รายได้รวม 1,282 ล้านบาท ใกล้เคียงปีก่อนหน้า กำไรขั้นต้น 406 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบปีต่อปี กำไรสุทธิ 101 ล้านบาท หรือ 8% ของรายได้รวม ตุน Backlog 9.1 พันล้านบ.รับรู้สิ้นปีกว่า 8 พันล้านบ.

น.ส.อธิกา บุญรอดชู ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดสรรเงินและการลงทุน บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 มียอดขายรวม 5,127 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย 3,921 ล้านบาท และยอดขายจาก LivNex จำนวน 1,205 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมทุกประเภทธุรกิจอยู่ที่ 1,282 ล้านบาท มีกำไรขั้นต้น 406 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 33% และมีกำไรสุทธิ 101 ล้านบาท หรือคิดเป็น 8% ของรายได้รวม และมีอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) ที่ 1.21 เท่า แสดงให้เห็นถึงสภาพคล่องทางการเงินที่ดี

ทั้งนี้บริษัทฯ เชื่อว่าตลาดที่อยู่อาศัยยังมีดีมานด์ แต่ผู้บริโภคจำนวนมากเข้าถึงสินเชื่อได้ยากขึ้น ส่งผลให้ LivNex หรือโซลูชันเช่าออมบ้าน เติบโตสะสมต่อเนื่อง สะท้อนว่ากลยุทธ์ของ SENA ในการพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ Pain Point ของตลาด เป็นทิศทางที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง โดยปัจจุบัน LivNex มีจำนวนห้องภายใต้โครงการ 946 ห้อง มูลค่ารวม 1,898 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องในปี 2569

บริษัทมียอดรอรับรู้รายได้ (Backlog) จำนวน 9,102 ล้านบาท โดยคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2569 จำนวน 8,629 ล้านบาท จากโครงการที่กำลังจะก่อสร้างแล้วเสร็จ 7 โครงการ ส่วนที่เหลือจะรอรับรู้รายได้ในปี 2570 อีกประมาณ 473 ล้านบาท

บริษัทยังมีสินค้าคงเหลือเพื่อขายมูลค่าประมาณ 41,843 ล้านบาท โดยในจำนวนดังกล่าวเป็นสินค้าสร้างเสร็จพร้อมขายและสามารถโอนรับรู้รายได้ทันทีประมาณ 11,442 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนการบริหารรายได้และกระแสเงินสดของบริษัทในระยะต่อไป

สำหรับ New S-Curve มีการพัฒนา Green Lifestyle Platform ที่เชื่อม “บ้าน พลังงาน การเดินทาง และการเงิน” เข้าไว้ใน Ecosystem เดียวกัน โดยมี SENA Green Auto เป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนธุรกิจใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว ควบคู่กับการช่วยให้ผู้บริโภคสามารถบริหารต้นทุนการใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเข้าถึงการใช้ชีวิตแบบยั่งยืนได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้แนวทางดังกล่าวไม่เพียงสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคและสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่ยังสอดรับกับทิศทางนโยบายภาครัฐ ทั้งการส่งเสริมพลังงานสะอาด การติดตั้ง Solar Rooftop และการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นแนวโน้มสำคัญของการใช้ชีวิตในอนาคต

ปัจจุบัน SENA มีประสบการณ์ด้านการติดตั้ง Solar มากกว่า 15 ปี ผ่าน SENA Solar Energy และดำเนินธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าผ่าน SENA Green Auto มากว่า 2 ปี สะท้อนถึงการวางรากฐานธุรกิจและการมองเห็นโอกาสล่วงหน้า โดยบริษัทเชื่อมั่นว่าอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นธุรกิจหลักและเป็นพอร์ตสำคัญขององค์กร แต่ในอนาคต “บ้าน” จะไม่ได้ตอบโจทย์เพียงเรื่องการอยู่อาศัยอีกต่อไป หากต้องสามารถเชื่อมต่อเรื่องพลังงาน การเดินทาง และต้นทุนการใช้ชีวิตเข้าด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้วิสัยทัศน์ “Lifelong Trusted Partner” ที่พร้อมดูแลลูกค้าในทุกช่วงของชีวิต