PJW ส่งซิกครึ่งปีหลังสดใส ลุยผลิตภัณฑ์การแพทย์เต็มสูบ

HoonSmart.com>>PJW ส่งซิกครึ่งปีหลังกลับมาผงาด รุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์เต็มสูบ  ปักธง !!  4 กลุ่มธุรกิจฟื้นตัว ดีมานด์หนุน-ต้นทุนลด ดันมาร์จิ้นพุ่ง ขณะที่ผลงานไตรมาส 1/69  มีกำไรสุทธิ 30.9 ล้านบาท และรายได้รวม 947.8 ล้านบาท

 

นายวิวรรธน์ เหมมณฑารพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก  (PJW)  เปิดเผยว่า ผลดำเนินงานไตรมาส 1/69 โดยเฉพาะเดือนมีนาคม ได้รับผลกระทบจากภาวะสงคราม  ส่งผลให้ได้รับแรงกระแทกจากราคาต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนเม็ดพลาสติกที่ปรับตัวเพิ่มเฉลี่ยสูงขึ้น 40-50% ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

สำหรับครึ่งปีหลัง เดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเร่งขับเคลื่อน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ให้กลับมาสร้างผลการดำเนินงานโดดเด่น  ชดเชยภาวะชะลอตัวในไตรมาสแรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย

1. กลุ่มบรรจุภัณฑ์นมและสินค้าอุปโภคบริโภค: บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าในครึ่งปีหลัง ปริมาณการยอดขายมีแนวโน้มกลับมาคึกคักจากการที่ลูกค้าต้องเร่งสะสมสต็อกสินค้าหลังสต็อกลดลงก่อนหน้า ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ช่วยหนุนการบริโภคภายในประเทศ

2. กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์: มองว่าการส่งออกและค่าระวางเรือเริ่มผ่อนคลาย ขณะเดียวกันบริษัทฯ เตรียมเปิดตัวชิ้นส่วนสำหรับโมเดลใหม่ในช่วงปลายปี ซึ่งจะเป็นอัพไซด์สำคัญในการสร้างรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญ

3. ธุรกิจบริการซักผ้าอุตสาหกรรม: บริษัทฯ ตั้งเป้าเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 10% จากการรับรู้รายได้ฐานลูกค้าใหม่และออเดอร์ชุดยูนิฟอร์มที่จะทยอยเพิ่มข้ามาในครึ่งปีหลัง

4. กลุ่มผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ (Medical Product) : ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีมาร์จิ้นสูง และสร้างสร้างการเติบโตให้บริษัทฯ อย่างโดดเด่น โดยกลุ่มธุรกิจดังกล่าวถือเป็นไฮไลท์สำคัญของปีนี้ โดยจะเริ่มทยอยออกสู่ตลาดในครึ่งปีหลัง ปัจจุบันบริษัทฯ จำหน่ายวัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์ในประเทศเป็นหลัก และมีแผนเร่งขับเคลื่อนขยายตลาดส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยเริ่มเจาะในกลุ่มประเทศอาเซียน ช่วงปลายปีนี้ตามแผนที่วางไว้

“ยอมรับว่า ไตรมาสแรก ต่อเนื่องไตรมาส 2 บริษัทฯ เผชิญกับภาวะต้นทุนปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากราคาน้ำมัน  ผลกระทบจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ทำให้การปรับราคาขายให้ลูกค้าทำได้ไม่ทันท่วงที เนื่องจาก กลไกสัญญามีระยะเวลาปรับราคาย้อนหลัง (Time Lag) ประมาณ 2 เดือน แต่ในทางกลับกัน เมื่อราคาวัตถุดิบเริ่มทรงตัวและมีแนวโน้มอ่อนตัวลงในครึ่งปีหลัง ซึ่งกลไกนี้จะเปลี่ยนมาเป็นบวกต่อบริษัทฯ ทันที สามารถขายสินค้าในราคาอ้างอิงช่วงต้นทุนสูง ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบจริงปรับตัวลดลง ซึ่งจะทำให้ Margin กลับมาเติบโตอย่างโดดเด่นและสร้างสมดุลให้กับผลประกอบการทั้งปีได้” ผู้บริหารกล่าว

สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 1  สิ้นสุด 31 มี.ค. 2569  มีกำไรสุทธิ 30.9 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น 17.7% และมีอัตรากำไรสุทธิรวม 3.3%  กำไรที่ลดลง  เป็นผลมาจากยอดขายชะลอตัวตามสภาวะเศรษฐกิจ และผลกระทบจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง

บริษัท ฯ มีรายได้รวม 947.8 ล้านบาท ลดลง 6.5% จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจาก ยอดขายบรรจุภัณฑ์กลุ่มน้ำมันหล่อลื่น บรรจุภัณฑ์นมและนมเปรี้ยว บรรจุภัณฑ์กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ปรับตัวลดลงจากปีก่อน  6.3%

ขณะที่ยอดขายส่วนงานชิ้นส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์และยานยนต์พ่นสี ลดลง 13.9%  ซึ่งเป็นผลกระทบจากสงครามที่ขยายวงกว้างมากขึ้น ขณะที่ยอดขายบรรจุภัณฑ์ ในประเทศจีน ปรับที่ลดลง  7.3%

แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังเห็นสัญญาณบวกจากการเติบโต ของรายได้จากการบริการซักผ้าอุตสาหกรรมที่ยังคงเพิ่ม  1.9% สะท้อนถึงการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจที่เริ่มเห็นผล ซึ่งสร้าง NewS-curve ใหม่ ในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

“บริษัทฯ ได้เตรียมแผนรับมือเชิงรุก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มงวด รวมทั้งการรักษาเสถียรภาพของกำไรขั้นต้นให้กลับมาสู่ระดับที่เหมาะสม โดยในครึ่งปีหลังของปี 2569 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่บริษัทฯ สามารถพลิกกลับสู่การเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ทั้งจากการ ปรับราคาที่สะท้อนต้นทุนจริง และการขยายตัวของธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพสูงแม้จะต้องอยู่ภายใต้สภาวะ ความกดดันจากปัจจัยภายนอกที่ท้าทาย” นายวิวรรธน์ กล่าวทิ้งท้าย