บลจ.กรุงศรี เสิร์ฟ 2 กองทุนใหม่ จับโอกาสโตหุ้นเทคเอเชียรับเมกะเทรนด์

HoonSmart.com>>บลจ.กรุงศรี เปิดตัวกองทุนใหม่ KF-ATECH , KF-ATECH-USD รับโอกาสโต “หุ้นเทคเอเชีย” ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางของโอกาสลงทุน ได้ประโยชน์เต็มๆ จากการเป็นผู้ถือวัสดุต้นน้ำและผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ หัวใจของห่วงโช่อุปทานของ AI ความต้องการใช้งานพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ขาย IPO ตั้งแต่วันนี้ถึง 20 พ.ค.นี้

สุภาพร ลีนะบรรจง

นางสุภาพร ลีนะบรรจง กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงศรี จำกัด กล่าวว่า หุ้นเทคโนโลยีในเอเชียมีศักยภาพเติบโตสูง จากการมีบทบาทสำคัญในฝั่งผู้ผลิตในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยี ตั้งแต่การผลิตชิ้นส่วนไปจนถึงการประกอบขั้นสุดท้าย ยิ่งบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่มีการลงทุนมากขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้นของผู้บริโภค บริษัทผู้ผลิตก็จะยิ่งได้รับประโยชน์

“ภาพที่ชัดเจนคืออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ วัสดุสำคัญในการผลิตชิปที่อยู่ใน AI, สมาร์ทโฟน, รถยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึง Data Center ประเทศผู้นำในอุตสาหกรรมนี้อย่าง ไต้หวัน, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น และจีน ล้วนอยู่ในภูมิภาคเอเชีย สะท้อนถึงบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของโลกจากการเป็นต้นกำเนิดเทคโนโลยีที่แท้จริง”

นอกจากนี้ หุ้นเทคโนโลยีในเอเชียกำลังสร้างผลงานได้โดดเด่นกว่าหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก และราคาหุ้นยังไม่แพง โดย P/E ของ MSCI Asia Pacific Info Tech Index อยู่ที่ประมาณ 13 เท่า ขณะที่กำไร (EPS) มีแนวโน้มเติบโตสูงจากแรงหนุนของความต้องการใช้งาน AI และการลงทุนอย่างต่อเนื่องของกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่ (Hyperscaler) รวมทั้งแรงหนุนจากเมกะเทรนด์อย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI), ระบบอัตโนมัติ (Automation) และ ดิจิทัลแพลตฟอร์ม ส่งผลให้ตลาดเทคโนโลยีเอเชียเติบโตสู่ระดับมากกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และการเติบโตดังกล่าวไม่ได้เป็นแค่การขยายขนาดตลาดเท่านั้น แต่ขยายสู่ความหลากหลายของธุรกิจ จากการเติบโตเดิมในกลุ่มฮาร์ดแวร์ ขยายไปสู่กลุ่มซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์มดิจิทัล ด้วยเช่นกัน” (ที่มา : Wellington Management, FactSet, MSCI โดยเป็นข้อมูลตั้งแต่ 31 ม.ค. 49 – 30 ก.ย.68)

“จากปัจจัยต่าง ๆ ดังกล่าว บลจ.กรุงศรี มองว่าเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีของเอเชีย จึงเปิดเสนอขายกองทุนเปิดกรุงศรีเอเชียเทคอิควิตี้ (KF-ATECH) และ กองทุนเปิดกรุงศรีเอเชียเทคอิควิตี้ USD (KF-ATECH-USD) มุ่งเน้นการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีของเอเชียผ่านกองทุนหลัก Wellington Asia Technology Fund ซึ่งมีกลยุทธ์การลงทุนเชิงรุกที่โดดเด่น เน้นการกระจายการลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพสูงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วเอเชีย ทั้งในตลาดพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่ ไม่ยึดติดเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ที่ทุกคนรู้จัก แต่มองหาบริษัทขนาดกลางและเล็ก หุ้นนอกกระแสที่เน้นการเติบโต ใช้การวิเคราะห์เชิงลึกจากทีมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ผสานประสบการณ์ของทีมลงทุนระดับโลกเข้ากับนักวิเคราะห์ Asia Tech ที่อยู่ในพื้นที่จริง และใกล้ชิดกับธุรกิจ”นางสุภาพร กล่าว

สำหรับพอร์ตการลงทุนจะประกอบด้วยหุ้นประมาณ 50 – 80 ตัว โดยจำกัดน้ำหนักต่อหุ้นไม่เกิน 10% สามารถลงทุนในหุ้นทุกขนาด ครอบคลุมทั้งหุ้นเติบโตและหุ้นคุณภาพ มีการกระจายการลงทุนในหลากหลายธุรกิจ ตัวอย่างหุ้นในพอร์ต นอกเหนือจากบริษัทใหญ่ในไต้หวันอย่าง TSMC, SK Hynix และ Samsung ขณะที่ญี่ปุ่นและจีนก็มีบริษัทเทคที่มีศักยภาพเติบโตได้ดีเช่นกัน เช่น บริษัทของญี่ปุ่นอย่าง Advantest บริษัทผู้นำอันดับหนึ่งของโลกในด้าน Automated Test Equipment สำหรับการทดสอบชิปที่มีความซับซ้อนสูง, Keyence บริษัทผู้นำระดับโลกด้านเซนเซอร์และระบบอัตโนมัติสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม, และ Tokyo Electron หนึ่งใน 5 บริษัทชั้นนำของอุตสาหกรรมเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์โลก

รวมไปถึงบริษัทเทคจีนที่ระดับราคายังถูกอยู่และมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีกมาก เนื่องจากตลาดยังไม่ได้ให้มูลค่าเกี่ยวกับ AI เท่าที่ควร อย่าง Tencent ที่จะได้รับประโยชน์จากการใช้ AI มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการใส่ AI ในเกม การโฆษณา Fintech และ E-commerce หรือ Alibaba ที่กำไรมีแนวโน้มเติบโตได้ดีจากธุรกิจ Cloud ที่ยังโตเกิน 30% และธุรกิจ E-commerce ที่เริ่มฟื้นตัว เป็นต้น” (ที่มา : Wellington Management ณ 28 ก.พ. 69)

“กองทุนหลักมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่น โดยมีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 57.9% ดัชนีอ้างอิงอยู่ที่ 52.9% ผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 ปีอยู่ที่ 31.1% ต่อปี ดัชนีอ้างอิงอยู่ที่ 27.1% ต่อปี ผลการดำเนินงานย้อนหลัง 5 ปีอยู่ที่ 10.8% ต่อปี ดัชนีอ้างอิงอยู่ที่ 8.9% ต่อปี และผลการดำเนินงานย้อนหลังตั้งแต่จัดตั้งอยู่ที่ 12.5% ต่อปี ดัชนีอ้างอิงอยู่ที่ 12.5% ต่อปี” (ที่มา : Wellington Management ณ 28 ก.พ. 69) I ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต l ผลการดำเนินงานนี้เป็นผลการดำเนินงานของกองทุนหลัก ซึ่งไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนรวมของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน)

“บลจ.กรุงศรี เสนอ 2 กองทุนทางเลือกคือกองทุน KF-ATECH สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนสกุลเงินบาท ลงทุนขั้นต่ำเพียง 500 บาท และกองทุน KF-ATECH-USD สำหรับผู้ที่มีเงินออมหรือค่าใช้จ่ายในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ต้องการสร้างผลตอบแทนใกล้เคียงกองทุนหลัก โดยไม่ต้องมีต้นทุนป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ลงทุนขั้นต่ำเพียง 50 USD” นางสุภาพร กล่าว