ดาวโจนส์ปิดบวก 12 จุด S&P 500/ Nasdaq ทำนิวไฮ จาก AI -ผลประกอบการ

HoonSmart.com>>ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 12 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ควง Nasdaq ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แรงหนุนจากหุ้น Nvidia, Sandisk หุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI อื่นๆ ผสมรายงานการจ้างงานแข็งแกร่งกว่าคาด นักลงทุนยังจับตาสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน “ราคาน้ำมันดิบ” ปรับเพิ่มขึ้น ฟาก “ตลาดหุ้นยุโรป” ปิดลบ

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ปรับตัวขึ้นโดยดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ด้วยแรงหนุนจากหุ้น Nvidia, Sandisk และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI อื่นๆ รวมไปถึงรายงานการจ้างงานที่แข็งแกร่งกว่าคาดการณ์ ขณะที่นักลงทุนจับตาสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์(Dow Jones Industrial Average) ปิดที่ 49,609.16 จุด เพิ่มขึ้น 12.19 จุด,+0.02%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,398.93 จุด เพิ่มขึ้น 61.82 จุด, +0.84%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,247.08 จุด เพิ่มขึ้น 440.88 จุด, +1.71%

ทั้งสามดัชนีหลักปรับตัวขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ผลประกอบการที่ดีของกลุ่มเทคโนโลยีช่วยหนุนให้ดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 4.5% ขณะที่ S&P 500 เพิ่มขึ้น 2.3% ทั้งสองดัชนีทำสถิติเพิ่มขึ้นติดต่อกัน 6 สัปดาห์ ซึ่งถือเป็นสถิติเพิ่มขึ้นติดต่อกันยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2024 สำหรับทั้งดัชนีตลาดโดยรวมและดัชนีที่เน้นหุ้นเทคโนโลยี ส่วนดัชนี Dow Industrials ปรับตัวขึ้นเพียง 0.2% ในสัปดาห์นี้

ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้นแล้ว 8% ในปีนี้ ขณะที่ Nasdaq ปรับตัวขึ้นแล้ว 13%

หุ้นของผู้ผลิตชิปพุ่งขึ้นในช่วงบ่าย หลังจากที่วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า Apple และ Intel ตกลงทำสัญญาที่จะให้ Intel จัดหาชิปสำหรับอุปกรณ์บางรุ่นของ Apple หุ้น Intelพุ่งขึ้น 13% ขณะที่หุ้น Apple เพิ่มขึ้น 1.8%

หุ้น Nvidia ปรับตัวขึ้น 1.8% ขณะที่หุ้นผู้จำหน่ายหน่วยความจำและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลอย่าง Micron Technology และ Sandisk พุ่งขึ้นมากกว่า 1% โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่แข็งแกร่งจากการสร้างศูนย์ข้อมูล AI อย่างรวดเร็ว

การปรับขึ้นของตลาดมาจากนักลงทุนให้ความสนใจกับรายงานทางการเงินที่แข็งแกร่งจากบริษัทต่างๆ ในสหรัฐฯ โดยมองข้ามความกังวลว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังกระตุ้นให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ

รายงานจาก LSEG I/B/E/S ระบุว่า กำไรของดัชนี S&P 500 ในไตรมาสแรกมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเกือบ 29% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยการเติบโตส่วนใหญ่มาจากบริษัทขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ความเชื่อมั่นได้รับการสนับสนุนจากรายงานของสำนักงานสถิติแรงงานที่ระบุว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 115,000 ตำแหน่งในเดือนที่ผ่านมา ซึ่งมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ที่สำรวจโดย Dow Jones คาดการณ์ไว้ที่ 55,000 ตำแหน่ง อัตราการว่างงานของสหรัฐฯ ก็ทรงตัวอยู่ที่ 4.3% ตามที่คาดการณ์ไว้เช่นกัน

ข้อมูลตลาดแรงงานตอกย้ำความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ไม่เปลี่ยนแปลงไปอีกระยะหนึ่ง โดยนักลงทุนคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50% ถึง 3.75% จนถึงสิ้นปี

ความเชื่อมั่นในผลประกอบการช่วยให้นักลงทุนมองข้ามการโจมตีครั้งใหม่ระหว่างกองกำลังสหรัฐฯ และอิหร่านในอ่าวเปอร์เซีย

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากความหวังที่จะยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างรวดเร็วและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวที่สำคัญ เริ่มจางหายไป

สหรัฐฯ กล่าวว่าคาดว่าจะได้รับการตอบกลับจากเตหะรานเกี่ยวกับข้อเสนอใหม่ล่าสุดในวันศุกร์นี้

จากบริษัท 440ในดัชนี S&P 500 ที่รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกไปแล้วนั้น 83% ทำผลงานได้ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ตามข้อมูลของ LSEG ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ประมาณ 67%

อย่างไรก็ตาม ก็มีบางบริษัทที่ผลประกอบการไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้

หุ้น Cloudflare บริษัทผู้ให้บริการคลาวด์ร่วงลง 24% หลังจากที่ประกาศว่าจะลดจำนวนพนักงานลงประมาณ 20% และคาดการณ์รายได้ในไตรมาสที่สองต่ำกว่าที่วอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้เล็กน้อย

หุ้น Trade Desk บริษัทเทคโนโลยีโฆษณาร่วงลง 1.8% หลังจากคาดการณ์รายได้ไตรมาสที่สองต่ำกว่าที่วอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้

หุ้น CoreWeave ร่วงลง 11.4% หลังจากบริษัทเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ปรับเพิ่มประมาณการค่าใช้จ่ายด้านทุนประจำปีขั้นต่ำ โดยอ้างถึงต้นทุนส่วนประกอบที่เพิ่มขึ้น

หุ้นแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวออนไลน์ Expedia ลดลง 9% หลังจากระบุว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อความต้องการ

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ เนื่องจากการสู้รบที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น และลดทอนความหวังที่จะบรรลุข้อตกลงทางการทูตในเร็ววัน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่า ข้อตกลงหยุดยิงยังคงมีผลบังคับใช้ แม้ว่ากองกำลังจะปะทะกันในอ่าวเปอร์เซีย โดยสหรัฐกำลังรอการตอบรับจากเตหะรานเกี่ยวกับข้อเสนอเพื่อยุติความขัดแย้ง

ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 612.14 จุด ลดลง 4.28 จุด, -0.69%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,233.07 จุด ลดลง 43.88 จุด, -0.43%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,112.57 จุด ลดลง 89.51 จุด, -1.09%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,338.63 จุด ลดลง 324.98 จุด, -1.32%

ตลาดหุ้นยุโรปยังคงอ่อนไหวต่อข่าวการเมืองระหว่างประเทศ โดยการพึ่งพาพลังงานของภูมิภาคส่งผลกระทบต่อตลาดและทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อและการเติบโต ปัจจุบันตลาดการเงินคาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรปจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งหรือมากกว่านั้นในอีก 12 เดือนข้างหน้า

นอกจากนี้ คำขู่ของทรัมป์ที่ว่าสหภาพยุโรปจะต้องเผชิญกับภาษีศุลกากรที่ “สูงขึ้นมาก” หากไม่ปฏิบัติตามข้อผูกพันในข้อตกลงทางการค้าภายในวันที่ 4 กรกฎาคม ก็ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นเช่นกัน

ในบรรดาหุ้นที่ปรับตัวลง หุ้น IAG เจ้าของสายการบินบริติชแอร์เวย์ร่วงลง 5.2% หลังจากคาดการณ์กำไรประจำปีต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงเครื่องบินที่พุ่งสูงขึ้น

Amadeus บริษัทเทคโนโลยีด้านการท่องเที่ยวของสเปน เพิ่มขึ้น 3.7% หลังจากรายงานผลประกอบการหลักรายไตรมาสที่สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และคงประมาณการผลประกอบการไว้เช่นเดิม

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 61 เซนต์ หรือ 0.64% ปิดที่ 95.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้น 1.23 ดอลลาร์ หรือ 1.23% ปิดที่ 101.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–