เอเซีย พลัสชี้หุ้นผันผวน หลบภับเก็บ BEM-GULF-BBL

HoonSmart.com>>บล.เอเซีย พลัส ประเมินทิศทางตลาดหุ้นโลกกำลังเผชิญกับปัจจัยกดดันระยะสั้นจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ล่าสุดสหรัฐฯ ได้ยิงถล่มเป้าหมายทางทหารของอิหร่าน เพื่อตอบโต้กรณีเรือรบถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าสหรัฐฯ อาจรื้อฟื้นแผนคุ้มกันเรือพาณิชย์ (PROJECT FREEDOM) ขึ้นมาใหม่

ขณะที่กำลังการผลิตน้ำมันของอิหร่านมีแนวโน้มลดลงราว 400,000 บาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ดีดตัวกลับขึ้นมาแรงกว่า 10.6% จากจุดต่ำสุดของวันก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยประเมินว่าในระยะกลาง (3-6 เดือน) เมื่อความตึงเครียดเริ่มคลี่คลาย ราคาน้ำมันจะทยอยย่อตัวลงอย่างต่อเนื่อง คล้ายคลึงกับรูปแบบในปี 2022 ที่ราคาน้ำมันเริ่มชะลอตัวลงหลังจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนผ่านไปได้ 3 เดือน แม้ว่าสงครามจะยังไม่ยุติลงก็ตาม

นอกจากนี้ศาลสหรัฐฯ เบรกทรัมป์ขึ้นภาษีเหมาเข่ง 10% ปลดล็อกความกังวลของนักลงทุน หนุนให้หุ้นกลุ่มส่งออกของไทยที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ สูง เช่น กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์, ยางพารา และอาหาร กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง โดยแนะนำหุ้นส่งออกเด่น ได้แก่ DELTA, KCE, HANA, CCET, STA, STGT, TU, ITC และ AAI

เตือนตลาดหุ้นโลกตึงตัวแรง  ดัชนีหลักอย่าง MSCI ACWI จะสามารถทะยานขึ้นทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All Time High) แต่ในทางเทคนิคพบว่าค่า RSI ของหลายดัชนี (เช่น NASDAQ, KOSPI และ S&P 500) พุ่งทะลุระดับ 70 เข้าสู่เขตซื้อมากเกินไป (Overbought) แล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าตลาดมีความเสี่ยงที่จะถูกเทขายทำกำไรและเกิดการพักฐานในระยะถัดไป ชูกลยุทธ์ Defensive ทนความผันผวน

นอกจากนี้ ตลาดยังต้องรอลุ้นการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ (คาดชะลอตัวเหลือ 65,000 ราย) และตัวเลขเงินเฟ้อ CPI เดือน เม.ย. (คาดเร่งตัวขึ้นเป็น 3.7% YoY) ซึ่งหากเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาด อาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ตัดสินใจลดดอกเบี้ยในปีนี้ได้ยากขึ้น รวมถึงในสัปดาห์หน้า (วันที่ 11-13 พ.ค. 2026) ยังมีประเด็นการเมืองในประเทศเกี่ยวกับการพักโทษของคุณทักษิณ และการประกาศผลปรับน้ำหนักดัชนี MSCI Rebalance ที่ต้องติดตาม

กลยุทธ์การลงทุน เน้นกลุ่มหุ้นปลอดภัย (Defensive) ที่มีความแข็งแกร่ง ทนทานต่อความผันผวน และมีรายได้ชัดเจน ได้แก่

BEM: เป็นหุ้น Defensive ที่มีรายได้สม่ำเสมอและมีความผันผวนต่ำ
GULF: มีโครงสร้างรายได้จากการขายไฟฟ้าที่มีสัญญาชัดเจน ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานที่ผันผวน
BBL: เป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และมักจะได้ประโยชน์ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยยังคงทรงตัวในระดับสูง