“คิงส์ฟอร์ด” คาด SET ทรงตัวรองบกลุ่ม Real Sector หุ้นเด่น SCC-BH

HoonSmart.com>>บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี 1,480 – 1,485 จุด แนวต้าน 1,500 – 1,510 จุด คาด SET ทรงตัวรอการรายงานกำไร Q1/69 กลุ่ม Real Sector ได้แรงหนุนจากกำไร “กลุ่มปิโตรเคมี-ไอซีที” ขยายตัวได้ดี พร้อมเสิร์ฟหุ้นวันนี้แนะนำ SCC-BH

บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี 1,480 – 1,485 จุด แนวต้าน 1,500 – 1,510 จุด คาดดัชนีทรงตัวรอการรายงานกำไร Q1/69 ของกลุ่ม Real Sector คาดได้แรงหนุนจากกำไรในกลุ่มปิโตรเคมี, ไอซีทีที่ขยายตัวได้ดี แนะนำทยอยซื้อปิโตรเคมี SCC,PTTGC,IVL ปรับดีขึ้นตามสเปรดผลิตภัณฑ์ หุ้น AMATA, WHA, CK, STECON ตอบรับคำขอ BOI Q1/69 มีมูลค่า 1 ล้านล้านบาท, กลุ่มพลังงานทดแทน GUNKUL, TSE

ประเด็นเศรษฐกิจติดตามผลการประชุม ครม. จะพิจารณามาตรการไทยช่วยไทยเฟส 2 ที่จะเป็นมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อผ่านคนละครึ่งพลัสที่จะเริ่มในวันที่ 1 มิ.ย. นี้ รวมถึงการทยอยรายงานกำไร บจ.หลัก ๆ เช่น PTTGC,TOP,ADVANC,GULF ซึ่งคาดจะออกมาดี

หุ้นแนะนำ SCC* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 227.00 บาท) บริษัทรายงานกำไร 1Q69 ที่ 6.2 พันล้านบาท +466%YoY และพลิกจากขาดทุนใน 4Q68 ดีกว่าที่ตลาดคาด หลักๆ มาจากการรับรู้กำไรสต๊อก ส่วนผลการดำเนินงานหลักมีปัจจัยหนุนจากการปรับขึ้นราคาขายปูนและลดต้นทุน ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ผลประกอบการของ Fajar ดีขึ้น และธุรกิจปิโตรเคมีฟื้นตัวตาม product spread แนวโน้ม 2Q69 กำไรชะลอตัวลงแต่ยังอยู่ในระดับสูงมีปัจจัยหนุนจาก spread ปิโตรเคมีที่อยู่ในระดับสูง

ประเด็น SCGC ลงนาม MoU กับ PTTGC เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งบริษัท JV ในธุรกิจ Olefins/Polymers ในประเทศไทย เรามองว่าระยะยาว Win-Win ทั้งคู่ฝั่ง SCGC จะได้ประโยชน์จากความมั่นคงและข้อได้เปรียบด้านวัตถุดิบ การขยายผลด้านนวัตกรรมและ R&D และความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน ส่วน PTTGC จะได้ประโยชน์จากการบริหารต้นทุนและรับมือวัฏจักรธุรกิจ การเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจมูลค่าสูง การยกระดับฐานการผลิตมาบตาพุด ทั้งนี้หลังรวม Asset JV จะกลายเป็นแพลตฟอร์มปิโตรเคมีครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน และเป็นบริษัทที่มีกำลังการผลิต Polyolefins ติดอันดับ 10 ของโลก โดย time line ของการศึกษาคาดชัดเจนใน 3Q69

หุ้น BH (ทยอยซื้อ/ ราคาเป้าหมาย 209.0 บาท) กำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ในเกณฑ์ดีที่ 1,790 ลบ. (+3.24%YoY, -5.05%QoQ ) หนุนด้วยรายได้กลุ่มผู้ป่วยต่างชาติที่ +4%YoY -7%QoQ โดยกลุ่มชาติที่โตเด่น ได้แก่ ตะวันออกกลาง +21%YoY, เมียนมา +15%YoY, บังกลาเทศ+25%YoY ด้านการดำเนินงานในช่วง 2Q69 นี้ แนวโน้มมีโอกาสดีขึ้นกว่าที่ทางฝ่ายวิเคราะห์คาดไว้เดิม หลังการประชุม Analyst Meeting ในวันที่ 29 เม.ย.69

ทางผู้บริหารมองเป้าการเติบโตของรายได้ 2Q69 ที่ราว 2%บวกลบ และยังเห็นสัญญาณที่ดีจากกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลางที่เข้ามารับการรักษาหลังผ่านช่วงรอมฎอน ปัจจุบัน เราประเมินกำไรสุทธิปี69 และ 70 ของ BH ที่ 7,895 ล้านบาท (+5YoY%) และ 8,280 ล้านบาท (+5YoY%)

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–