HoonSmart.com>>”ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์”(TFM) โชว์ศักยภาพเติบโต ไตรมาส 1/69 กำไรสุทธิ 148 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.9% รายได้ 1,325 ล้านบาท โต 7.6% รักษาอัตรากำไรสุทธิ 11.1% แรงหนุนจากธุรกิจอาหารกุ้ง เร่งขับเคลื่อนกลยุทธ์เพิ่มมูลค่าสินค้า ยกระดับประสิทธิภาพผลิต ขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ควบคู่การผลักดันโตระยะยาว “เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำคาร์บอนต่ำ” สร้างความได้เปรียบแข่งขันในตลาดพรีเมียม เดินหน้าเป้ารายได้ปี 69 เติบโต 8-10% อย่างมั่นคงในระยะยาว
บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ (TFM) ผู้นำธุรกิจอาหารสัตว์น้ำและสัตว์เศรษฐกิจของไทย รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาสที่ 1/2569 มีกำไรสุทธิ 147.55 ล้านบาท คิดเป็นกำไรหุ้นละ 0.15 บาท เพิ่มขึ้น 15.67 ล้านบาท หรือ +11.88%จากที่มีกำไรสุทธิ 131.88 ล้านบาทหรือ 0.13 บาทต่อหุ้นในช่วงเดียวกัรปีก่อน
นายพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิล กล่าวว่า ไตรมาส 1/2569 บริษัทฯยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้จากการขาย 1,325 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเติบโตของธุรกิจอาหารกุ้งซึ่งยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยธุรกิจอาหารกุ้งมีรายได้ 880 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 66% ของรายได้รวม โดยเพิ่มขึ้น 13.1% จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณขายและการขยายส่วนแบ่งตลาดในประเทศอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 20.0% ลดลงเล็กน้อย จาก 21.7%ปัจจัยสำคัญมาจากต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะปลาป่นที่ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน บริษัทสามารถบริหารจัดการผลกระทบดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการปรับสัดส่วนสินค้าไปสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง และการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรโดยรวมยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งและสามารถแข่งขันได้
นอกจากนั้นสัดส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายปรับลดลงมาอยู่ที่ 8.8% จาก 9.8% ในปีก่อนหน้า สะท้อนถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งบริษัทได้รับประโยชน์จากสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI ที่ช่วยสนับสนุนความสามารถในการทำกำไร รวมถึงการบริหารจัดการลูกหนี้ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งช่วยเสริมคุณภาพกำไรโดยรวม โดยกำไรสุทธิอยู่ที่ 148 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.9% ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 11.1% สะท้อนความสามารถในการทำกำไรและการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ยังอยู่ในระดับที่ดี แม้ต้นทุนจะปรับตัวสูงขึ้น
แนวทางการเติบโตระยะยาว บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสร้างความร่วมมือในประเทศบังกลาเทศเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และการลงทุนในประเทศเอกวาดอร์เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดโลก ควบคู่กับการผลักดันแนวทาง “การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำคาร์บอนต่ำ” ภายใต้โครงการ Thai Union Synergy 2026 ซึ่งมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่การผลิต และเสริมศักยภาพการแข่งขันของเกษตรกรไทยเพื่อตอบโจทย์ความต้องการสินค้าในตลาดพรีเมียม
“แม้ไตรมาสแรกจะเป็นช่วงโลว์ซีซันของอุตสาหกรรม ประกอบกับแรงกดดันจากต้นทุนและภาวะเศรษฐกิจโลก แต่บริษัทสามารถรักษาการเติบโตของรายได้และกำไรได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความยืดหยุ่นของโมเดลธุรกิจ และความสามารถในการบริหารต้นทุนในภาวะผันผวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ”นายพีระศักดิ์ กล่าว
สำหรับเป้าหมายในปี 2569 บริษัทเดินหน้ายอดขายเพิ่มขึ้น 8-10% จากปีก่อน โดยมีธุรกิจอาหารกุ้งและอาหารปลาเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ควบคู่กับการรักษาระดับความสามารถในการทำกำไร ผ่านการบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม และการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาว
ด้านราคาหุ้น TFM ปิดที่ 6.85 บาท เพิ่มขึ้น 0.15 บาท หรือ+2.24% มูลค่าการซื้อขาย 21.80 ล้านบาท เมื่อวันที่ 30 เม.ย.2569ที่ผ่านมา
