SCCฟันกำไร 6,223 ล้านบ.พุ่งฉิ่ว 466% สต๊อกปิโตรฯบวก 4,172 ล้านบ. Q1/69

HoonSmart.com>>”ปูนซิเมนต์ไทย” (SCC) โชว์ผลงานไตรมาส 1/69 โกยกำไรสุทธิ 6,222.96 ล้านบาท พุ่งขึ้น 5,124 ล้านบาท กระโดดขึ้น  466.32% จากต้นทุนผลิตลด-ปรับราคาขายปูนซีเมนต์  SCGP กำไรเพิ่ม ปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือเอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC) 4,172 ล้านบาท เดินหน้าขยายผลิตภัณฑ์กรีน แผนปรับโครงสร้างดำเนินงาน-ธุรกิจ-การเงิน ประสิทธิภาพ  ดีขึ้น หนุน Adjusted Cash EBITDA ที่ 14,929 ล้านบาท Reported EBITDA จำนวน 17,499 ล้านบาท 

บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ประกาศผลการดำเนินงานงวดไตรมาสที่ 1/2569 มีกำไรสุทธิ 6,222.96 ล้านบาท กำไรหุ้นละ 5.19 บาท เพิ่มขึ้นจำนวน 5,124.11 ล้านบาท พุ่งขึ้น 466.32% จากที่มีกำไรสุทธิ 1,098.85 ล้านบาท กำไรหุ้นละ 0.92  บาท ในช่วงเดียวกันปีก่อน

กำไรที่ดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แม้มีรายได้จากการขายจำนวน 123,327 ล้านบาท ลดลง 1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และลดลง 2% จากไตรมาส 4/2568 (QoQ) แต่กลับมีต้นทุนการผลิตซีเมนต์ที่ลดลง ประกอบกับการขึ้นราคาปูนซีเมนต์และผลประกอบการในประเทศอินโดนีเซียของบริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCGP) เพิ่มขึ้น และดีกว่าไตรมาสก่อน จากความต้องการตามฤดูกาลของสินค้าซีเมนต์ และวัสดุก่อสร้าง  รวมถึงการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือของเอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC) ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 4,172 ล้านบาท

ในไตรมาส 1/2569 บริษัทฯมี Adjusted Cash EBITDA อยู่ที่ 14,929 ล้านบาท แม้จะอยู่ภายใต้ภาวะความไม่แน่นอนทั่วโลก  ในขณะที่ Reported EBITDA อยู่ที่ 17,499 ล้านบาท เทียบกับ 12,889 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีทีที่แล้ว มาจากกำไรจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือของเอสซีจี เคมิคอลส์  ต้นทุนการผลิตที่ลดลงของเอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชันส์และ SCGP ประกอบกับการปรับขึ้นราคา ปูนซีเมนต์และการขยายผลิตภัณฑ์กรีน เช่น ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ ในขณะที่การพัฒนาตลาดและสินค้า คุณภาพดี ราคาคุ้มค่า (Smart Value Products) ส่งผลบวกต่อผลประกอบการ

สำหรับแผนการปรับโครงสร้างการดำเนินงานและธุรกิจ และด้านการเงิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งเริ่มต้นช่วงกลางปี 2567จนถึงปัจจุบัน  ส่งผลดีต่อการดำเนินงานและการเงิน

เงินทุนหมุนเวียน ลดลง 24,715 ล้านบาท 22.89 (จาก 107,956 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2567 มาอยู่ที่ 83,241 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2569)

หนี้สินสุทธิ ลดลง 34,435 ล้านบาท  11.04 (จาก 311,881 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2567 มาอยู่ที่  277,446 ล้านบาทในไตรมาส1/2569)

ต้นทุนทางการเงิน ลดลง 677 ล้านบาท  21.27(จาก 3,183 ล้านบาท ในไตรมาส 4/2567 มาอยู่ที่  2,506 ล้านบาทในไตรมาส 1/2569)

อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 5.0 เท่า  ลดลง 1.3 เท่า  (จากเดิม 6.3 เท่า ในไตรมาส 3/ 2567)

นักลงทุนยังคงเข้าซื้อหุ้น SCC ทำให้ราคาปิดที่ 228 บาท เพิ่มขึ้น 2 บาทหรือ +0.88% มูลค่าการซื้อขายรวม 1,021.76 ล้านบาท ส่วน SCGP ราคายังไปต่อ 0.60  บาทหรือ +2.47%ปิดที่ 24.90 บาท มูลค่าการซื้อขาย  1,288.73 ล้านบาท หลังจากกำไรไตรมาส 1/2569 สดใสเกินคาด