HoonSmart.com>>ไอ เทล คอร์ปอเรชั่น (ITC) กวาดกำไร 871.27 ล้านบาท พุ่งขึ้น 28.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โกยยอดขาย 163 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โตทะลุ 28.6% ลูกค้ารายสำคัญในสหรัฐฯ-ยุโรปต้องการสูง เชื่อมั่นขีดความสามารถด้านนวัตกรรม บริหารต้นทุนอย่างมีวินัยหนุนอัตรากำไร คงเป้าทั้งปียอดขายสกุลดอลลาร์โต 9–12% อัตรากำไรขั้นต้น 23–25% ค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายที่ 9–10% หุ้น ITC รับข่าวดีพุ่งขึ้นกว่า 8.67% บล.ฟินันเซียเชียร์ ชี้เป้า 20 บาท กำไรสูงเกินคาด
บริษัท ไอ เทล คอร์ปอเรชั่น (ITC) ผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาสที่ 1/2569 มีกำไร สุทธิ 871.27 ล้านบาท กำไรหุ้นละ 0.29039 บาท เพิ่มขึ้น 28.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 676.87 ล้านบาท หรือ 0.22561 บาทต่อหุ้น (YoY) และเติบโต 9.9% จากไตรมาส 4/68 ที่มีกำไรสุทธิ 793 ล้านบาท(QoQ)

กำไรที่ดีขึ้นมากมาจากยอดขายในสกุลดอลลาร์อยู่ที่ 163 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 28.6%เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน( 5,174 ล้านบาท เติบโต 21.8%)จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้ารายสำคัญในตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรป ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 762 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากยอดขายและปริมาณการขายที่ปรับตัวสูงขึ้น ควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย ขณะที่กำไรสุทธิปรับปรุง (ไม่รวม Transformation Costs) อยู่ที่ 991 ล้านบาท เติบโต 24.9%
นายรอย ชาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น (ITC) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1/2569 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ ITC เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ สะท้อนการดำเนินกลยุทธ์ที่มีความต่อเนื่อง การมุ่งยกระดับประสิทธิภาพ และการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ที่แข็งแกร่ง ซึ่งมีส่วนสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับแข็งแกร่ง แม้ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมทางการค้าที่ผันผวน แต่ลูกค้ายังคงให้ความเชื่อมั่นในขีดความสามารถในด้านนวัตกรรม การเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน และศักยภาพระดับโลกในการผลิตและส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ
กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 1,258 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 24.3% สะท้อนสัดส่วนผลิตภัณฑ์พรีเมียมที่เพิ่มสูงขึ้น โดยคิดเป็น 51.5% ของยอดขายรวม
กลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมสัตว์เลี้ยงยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญ โดยคิดเป็น 20.8% ของยอดขายรวมในไตรมาสแรก และเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดกว่า 95.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากกระแสสินค้าพรีเมียม ความตระหนักในด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์เลี้ยง และความนิยมที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ขนมรูปแบบ Lickable
ยอดขายของทุกภูมิภาคนั้นเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยตลาดอเมริกายังคงเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ ITC คิดเป็น 60.0% ของยอดขายรวม ซึ่งความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นของบริษัทอาหารสัตว์เลี้ยงระดับโลกและลูกค้าในกลุ่ม Private Label นั้นเป็นปัจจัยการเติบโตสำคัญ ขณะที่ตลาดยุโรปส่งสัญญาณการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง โดยยอดขายเติบโตกว่า 49.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน และคิดเป็น 15.0% ของยอดขายรวม ตลาดเอเชียและโอเชียเนียคิดเป็น 25.0% ของยอดขายรวม โดยยอดขายที่เติบโตนั้นได้รับแรงหนุนหลักจากญี่ปุ่น ไต้หวัน และออสเตรเลีย
นายรอย ชาน กล่าวเสริมว่า ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาสที่ 1/2569 นั้นเป็นผลมาจากอุปสงค์ที่อยู่ในระดับที่ดีในทุกภูมิภาค รวมทั้งความร่วมมือใกล้ชิดระหว่าง ITC กับลูกค้า ในการบริหารจัดการปริมาณคำสั่งซื้อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ขณะเดียวกัน ผลการดำเนินงานยังสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวของธุรกิจ ประสบการณ์ในการรับมือกับสถานการณ์ความผันผวน และความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับลูกค้า แม้ผลกระทบจากเหตุการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะยังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสแรก แต่บริษัทได้มีการดำเนินมาตรการเชิงรุกและทำงานร่วมกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อบริหารจัดการผลกระทบทางอ้อมที่อาจเกิดขึ้น ด้วยการวางรากฐานเชิงกลยุทธ์ เชื่อมั่นว่าจะยังคงสามารถส่งมอบคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระยะยาว
สำหรับแนวโน้มในปี 2569 ITC ยังคงยืนประมาณการทั้งปีในระดับเดิม เพื่อสะท้อนมุมมองต่อภาพรวมผลการดำเนินงานตลอดทั้งปี โดยตั้งเป้ายอดขายสกุลดอลลาร์สหรัฐเติบโตที่ 9–12% อัตรากำไรขั้นต้นที่ 23–25% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A to sales) ที่ 9–10% ขณะที่บริษัทยังคงติดตามพัฒนาการสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
ด้านราคาหุ้น ITC เปิดซื้อขายภาคบ่าย ราคากระโดดขึ้น 16.20 บาท และวิ่งขึ้นไปสูงสุดแตะ 16.70 บาทก่อนมาปิดที่ 16.30 บาท เพิ่มขึ้น 1.30 บาท หรือ 8.67% ด้วยมูลค่าการซื้อขายประมาณ 550 ล้านบาท รวมถึงหุ้น บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (AAI)พุ่งขึ้นแรง 3.96 บาท ก่อนมาปิดที่ 3.76 บาท บวก 0.36 บาทหรือ 10.59% มูลค่าซื้อขายประมาณ 144 ล้านบาท
บล.ฟินันเซียไซรัส แนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 20 บาท กำไรไตรมาส 1/2569 ดีกว่าคาด 6% จากค่าใช้จ่ายน้อยกว่าคาด รายได้รวมทำนิวไฮรอบ 13 ไตรมาสที่ 5,170 ล้านบาท ดีกว่าคาด 4% โตมากกว่ามูลค่าส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงมาก มาจากขนมสัตว์เลี้ยงโตแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้สัดส่วนขยับขึ้นเป็น 20.8% จาก 18.2%ในไตรมาส 4 ที่ผ่านมา และ 13% ในไตรมาส 1/2568 ตามด้วยอาหารแมว รายได้ เติบโตได้ทุกภูมิภาค นำโดยยุโรปและสหรัฐ
“กำไรไตรมาส 1 คิดเป็น 26.1% ของประมาณการทั้งปี แนวโน้มไตรมาส 2 น่าจะอ่อนตัวลง QoQ จากปริมาณขายที่อาจต่ำกว่าไตรมาส 1 เพราะมีคำสั่งซื้อบางส่วนเลื่อนมาจากปลายปีก่อน และแนวโน้มต้นทุนจะเริ่มสูงขึ้นในเดือน พ.ค. ขณะที่คาดว่าจะทยอยปรับราคาขายกับลูกค้าได้ในเดือนมิ.ย. แต่เบื้องต้นยังคาดกำไรไตรมาส 2 จะเติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อน YoY ” บล.ฟินันเซียไซรัสฯระบุ
