HoonSmart.com>>เสตลล่า เอ็กซ์ แจงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 3 ประเด็นไส้งบการเงินปี 2568 ตั้งสำรองหนี้เสียจาก “กลุ่มณุศา” จนเกลี้ยงพอร์ต 1.6 พันล้านบาท ทวงคืนเงินมัดจำที่ดินภูเก็ต 420 ล้านที่ค้างท่อมานานนับทศวรรษ
บริษัท สเตลล่า เอ็กซ์ (STELLA) ชี้แจงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หลังถูกข้อสังเกตเกี่ยวกับรายการสำคัญในงบการเงินปี 2568 โดยเฉพาะประเด็นการตั้งสำรองหนี้สูญจากการร่วมค้า ภาระผูกพันการรับซื้อคืนอสังหาริมทรัพย์ และเงินมัดจำค่าซื้อที่ดินที่ค้างคามานานนับทศวรรษ
ตัดหนี้สูญบริษัทร่วมค้าเป็นศูนย์
การตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต (Expected Credit Loss) ในเงินให้กู้ยืมและดอกเบี้ยค้างรับจากบริษัทร่วมค้า ซึ่งพุ่งสูงขึ้นเป็น 1,616 ล้านบาท ในปี 2568 เพิ่มขึ้นจาก 1,382 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
บริษัทฯ ชี้แจงว่า ลูกหนี้รายใหญ่คือ บริษัท ณุศา ซีเอสอาร์ และ บริษัท ณุศา เลเจนด์ สยาม ได้หยุดดำเนินกิจการลงแล้วในปี 2568 ประกอบกับมีภาระหนี้สินจำนวนมากและอยู่ระหว่างการถูกฟ้องร้องคดีความ สเตลล่า เอ็กซ์ จึงตัดสินใจบันทึกมูลค่าทางบัญชีของเงินกู้ยืมและดอกเบี้ยจากทั้งสองบริษัทให้เป็น “ศูนย์” เพื่อสะท้อนความเสี่ยงด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
แบกภาระรับซื้อคืนบ้าน-คอนโด 930 ล้านบาท
ในส่วนของสัญญาให้สิทธิขายคืน (Put Option) อสังหาริมทรัพย์ บริษัทฯได้บันทึกประมาณการหนี้สินไว้ที่ 930 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 75 ของภาระผูกพันทั้งหมด โดยปัจจุบันมีอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในเงื่อนไขนี้รวม 160 ยูนิต
แยกเป็น 120 ยูนิต ถึงกำหนดที่บริษัทต้องรับซื้อคืนแล้ว และ 40 ยูนิต ยังไม่ถึงกำหนดใช้สิทธิ โดยบริษัทฯ ได้พิจารณาตั้งสำรองตามหลักความระมัดระวัง โดยอ้างอิงจากราคาประเมินและสถิติการใช้สิทธิในอดีตเพื่อให้งบการเงินสะท้อนสถานะที่แท้จริง
เงินมัดจำที่ดินภูเก็ตติดหล่ม 10 ปี
เงินมัดจำค่าซื้อที่ดินในจังหวัดภูเก็ตมูลค่า 420 ล้านบาท ซึ่งเริ่มจ่ายมาตั้งแต่ปี 2558 แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์ ส่งผลให้บริษัทต้องตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าเพิ่มเติมในปี 2568 อีก 101 ล้านบาท จนเหลือมูลค่าทางบัญชีเพียง 238 ล้านบาท
บริษัทฯ ชี้แจงว่า ได้ดำเนินการฟ้องร้องต่อผู้จะขายเพื่อบังคับให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน รวมถึงเรียกร้องค่าเสียหายที่เกี่ยวข้องแล้ว
