HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นสหรัฐฯ วันที่ 23 เมษายน 2569 ร่วงลงท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวนหลังจากความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านหยุดชะงัก รวมถึงราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น ขณะที่นักลงทุนประเมินรายงานผลประกอบการที่หลากหลาย และความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในภาคส่วนซอฟต์แวร์
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์(Dow Jones Industrial Average)ปิดที่ 49,310.32 จุด ลดลง 179.71 จุด หรือ -0.36%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,108.40 จุด ลดลง 29.50 จุด, -0.41%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 24,438.50 จุด ลดลง 219.06 จุด, -0.89%
หุ้นปรับตัวลง หลังจากอิหร่านและสหรัฐฯ ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการเจรจาสันติภาพเพิ่มเติม โดยมีรายงานว่า โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ลาออกจากทีมเจรจา และราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นหลังจากมีรายงานการโจมตีทางอากาศในอิหร่าน
สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านรายงานว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศถูกเปิดใช้งานเนื่องจากตรวจพบโดรนขนาดเล็กในหลายจุดทั่วประเทศ
ด้าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งการให้กองทัพเรือ “ยิงและทำลายเรือทุกลำ” ที่วางทุ่นระเบิดตามแนวช่องแคบ “ห้ามลังเลเด็ดขาด” ตามโพสต์บนโซเชียลมีเดีย
คริส คัมปิตซิส หุ้นส่วนผู้จัดการของ The SKG Team จาก Barnum Financial Group กล่าว คาดว่าหุ้นจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ในระยะสั้น เนื่องจากตลาดกำลังรอปัจจัยใหม่ แม้ตลาดกำลังลดความอ่อนไหวต่อข่าวอิหร่านลง แต่สงครามก็ยังคงส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้น เนื่องจากขณะนี้ได้กลายเป็นการเผชิญหน้าทางทะเลระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านท่ามกลางข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบาง ทั้งสองประเทศกำลังต่อสู้เพื่อควบคุมช่องแคบฮอร์มุซและได้ยึดเรือพาณิชย์ในสัปดาห์นี้
นักลงทุนต่างจับตารายงานผลประกอบการที่จะสร้างแรงหนุน เนื่องจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่เกิดจากสงครามทำให้บรรยากาศการลงทุนไม่สดใส หุ้น Tesla ปรับตัวลดลง 3.56%แม้ว่าผลประกอบการจะดีเกินคาด หลังจากที่ซีอีโอ อีลอน มัสก์ ส่งสัญญาณถึงการลงทุนด้านทุนจำนวนมหาศาล ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสด
ขณะเดียวกัน ภาคส่วนซอฟต์แวร์ก็ร่วงลงตลอดช่วงเช้า เนื่องจากนักลงทุนประเมินรายงานผลประกอบการจากบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมอย่าง ServiceNow และ IBM หุ้น ServiceNow ร่วงลงกว่า 16% แม้จะมีรายงานผลประกอบการที่ดี หุ้น IBM ร่วงลงกว่า 8% เนื่องจากอัตราการเติบโตของรายได้ที่ชะลอตัวทำให้เกิดความกังวลว่าเครื่องมือ AI ของ Anthropic จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงธุรกิจ
หุ้น Microsoft ลดลง 4% หุ้น Palantir Technologies ลดลงกว่า 7% หุ้น Oracle ลดลงราว 6%
ฤดูกาลประกาศผลประกอบการโดยรวมค่อนข้างแข็งแกร่ง โดยบริษัท 82.1% จากทั้งหมด 123 บริษัทที่รายงานผลประกอบการจนถึงเช้าวันพฤหัสบดี ทำผลงานได้ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ตามข้อมูลของ Tajinder Dhillon หัวหน้าฝ่ายวิจัยผลประกอบการของ LSEG อัตราการเติบโตของผลประกอบการอยู่ที่ 15.6% เพิ่มขึ้นจาก 14.4% ในช่วงต้นเดือน
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด กระทรวงแรงงานรายงานจำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่แล้ว เพิ่มขึ้น 6,000 ราย มาที่ 214,000 ราย สูงกว่า 210,000 ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
S&P Global รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นเดือนเมษายน เพิ่มขึ้นมาที่ 52.0 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน
ตลาดหุ้นยุโรปเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เนื่องจากความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับการล่มสลายของการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน และข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ บดบังผลประกอบการที่ดีของบริษัทต่างๆ
ตลาดหุ้นในภูมิภาคมีการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกัน โดยดัชนี CAC 40 ของฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น ขณะที่ดัชนี IBEX 35 ของสเปนลดลง
ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 614.20 จุด เพิ่มขึ้น 0.32 จุด,+0.05%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,457.01 จุด ลดลง 19.45 จุด, -0.19%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,227.32 จุด เพิ่มขึ้น 70.89 จุด, +0.87%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,155.45 จุด ลดลง 39.45 จุด, -0.16%
อิหร่านเผยแพร่ภาพวิดีโอของหน่วยคอมมานโดบุกโจมตีเรือบรรทุกสินค้า ซึ่งย้ำถึงการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซภายหลังการเจรจาสันติภาพล่มสลาย ทำให้ตลาดกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบาง
หุ้นยุโรปยังคงต่ำกว่าระดับก่อนสงคราม โดยนักวิเคราะห์ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางต่อราคาน้ำมันที่สูง โดยยังคงตามหลังหุ้นสหรัฐฯ ขณะที่ดัชนีวอลล์สตรีทซื้อขายใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ผลประกอบการของบริษัทต่างๆ ช่วยบรรเทาความกังวลได้บ้าง ข้อมูลล่าสุดจาก LSEG แสดงให้เห็นว่าแนวโน้มฐานะทางการเงินของบริษัทในยุโรปดีขึ้นเล็กน้อย โดยคาดว่าบริษัทชั้นนำ ยกเว้นกลุ่มพลังงาน จะรายงานผลกำไรเพิ่มขึ้น 0.4% ในไตรมาสแรก
หุ้น Nestle บริษัทอาหารบรรจุภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกพุ่งขึ้น 5.9% หลังจากกล่าวว่า ธุรกิจทั่วโลกของบริษัทได้รับผลกระทบจากสงครามอิหร่านน้อยมาก ดัชนีกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น 1.6%
กลุ่มโทรคมนาคมปรับตัวขึ้น 1.6% โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้น Nokia ผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายที่พุ่งขึ้น 6.4% หลังจากปรับเป้าหมายการเติบโตของธุรกิจ AI และทำกำไรในไตรมาสแรกได้สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้
ดัชนีกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและของใช้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้น 1.3% หุ้น Oreal กลุ่มเครื่องสำอางฝรั่งเศสพุ่งขึ้น 9% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในหนึ่งวันนับตั้งแต่ปี 2008 หลังจากประกาศยอดขายในไตรมาสแรกที่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
กลุ่มเฮลท์แคร์ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย 0.2% บริษัทผลิตยา Sanofi ของฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น 1.2% หลังจากรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้
หุ้น Roche บริษัทผลิตยาของสวิตเซอร์แลนด์เพิ่มขึ้น 3.8% แม้แจ้งว่ายอดขายในไตรมาสแรกจะลดลงเนื่องจากผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน Bloomberg รายงานว่ายารักษามะเร็งของบริษัทจะวางจำหน่ายภายในสิ้นปีนี้
แต่หุ้นกลุ่มธนาคารลดลง 1.2% ส่งผลกระทบต่อดัชนีโดยรวม
ในด้านเศรษฐกิจ กิจกรรมทางธุรกิจเดือนเมษายน ในยูโรโซนหดตัวเกินคาด เนื่องจากสงครามกับอิหร่านทำให้ความต้องการลดลงและราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้น
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 2.89 ดอลลาร์ หรือ 3.11% ปิดที่ 95.85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 3.16 ดอลลาร์ หรือ 3.1% ปิดที่ 105.07 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
