HoonSmart.com>>แอดวานซ์ คอนเนคชั่น คอร์ปอเรชั่น แจง ก.ล.ต. กรณีออกหุ้นเพิ่มทุน PP 700 ล้านหุ้น วงเงิน 350 ล้านบาท บอร์ดบริษัทเสียงแตก ประธานกรรมการตรวจสอบ “งดออกเสียง” ห่วงการตรวจสอบที่มาแหล่งเงินทุนในเชิงพฤตินัยทำได้ยาก ขณะที่ผู้บริหารยันตรวจสอบ Sanction List แล้วไม่พบสิ่งผิดปกติ
บริษัท แอดวานซ์ คอนเนคชั่น คอร์ปอเรชั่น (ACC) ชี้แจงสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมประกอบวาระการขออนุมัติออกหุ้นเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement: PP) จำนวน 3 ราย ได้แก่ นายวิชัย วนวิทย์, บริษัท เฮลิ เอเชีย เทรดดิ้ง จำกัด และ บริษัท สกาย อะเวีย เทรดิ้ง จำกัด ในราคาหุ้นละ 0.50 บาท รวมเป็นมูลค่าประมาณ 350 ล้านบาท
ACC ระบุถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการระดมทุนว่า บริษัทเผชิญกับภาวะขาดทุนต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้การเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินเป็นไปได้ยาก ขณะที่การออกหุ้น RO (Right Offering) มีความไม่แน่นอนสูงในสภาวะตลาดปัจจุบัน
สำหรับแผนการใช้เงิน 350 ล้านบาท ACC มีดังนี้
65% (ประมาณ 227 ล้านบาท) -ลงทุนในโครงการพลังงานทดแทน (Solar Rooftop) ทั้งรูปแบบ Public PPA และ Private PPA โดยมีโครงการในมือที่รอการประมูลและลงนามสัญญากว่า 10 เมกะวัตต์ (MW)
25% – ใช้ในธุรกิจให้กู้ยืม (Financing) และบริหารสินทรัพย์ (Asset Management)
10% -ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าว่าเงินทุนก้อนนี้จะช่วยยกระดับกิจการและทำให้บริษัทสามารถ “Turnaround” หรือพลิกกลับมามีกำไรได้ภายในปี 2569
ประเด็นผู้ลงทุน PP
ประเด็นที่ ก.ล.ต. ให้ความสนใจคือศักยภาพของผู้ลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มนิติบุคคลอย่าง สกาย อะเวียฯ และ เฮลิ เอเชียฯ ซึ่งบริษัทแจงว่าเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ (Ultra High Net Worth) ที่มีประสบการณ์ด้านการลงทุนและมีธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมศักยภาพด้าน EPC (รับเหมาก่อสร้าง) ให้แก่บริษัทได้ เข้ามาในลักษณะ Financial & Strategic Investment โดยไม่มีนโยบายเข้ามาบริหารจัดการหรือส่งตัวแทนร่วมนั่งในบอร์ดบริหารแต่อย่างใด
ทั้งนี้ จากการประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 6/2569 มติบอร์ดไม่เป็นเอกฉันท์ โดย นายวีระชัย อมรรัตน์ ประธานกรรมการตรวจสอบ ได้ลงมติ “งดออกเสียง” พร้อมให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า แม้บริษัทจะแยกบัญชีเงินเพิ่มทุนเพื่อควบคุม แต่การตรวจสอบย้อนหลังในเชิงพฤตินัยนั้นทำได้ยากมาก ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) และที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) ที่มองว่าไม่สามารถตรวจสอบความสัมพันธ์ลึกๆ ของแหล่งที่มาเงินทุนได้
ขณะที่ นายธวัช ไทรราหู และ นางสุพิน ศิริโภค ยืนยันว่าบริษัทได้ทำ Due Diligence อย่างเต็มความสามารถ โดยตรวจสอบผ่านระบบ OFAC (Sanction List), ปปง., และ Interpol แล้ว ไม่พบรายชื่อผู้ลงทุนอยู่ในบัญชีดำหรือมีพฤติกรรมเป็นนอมินี
ทั้งนี้ เพื่อคลายความกังวลของ IFA และหน่วยงานกำกับดูแล ACC ได้วางมาตรการบริหารความเสี่ยงไว้ 5 ระดับ
Financial Governance -แยกบัญชีเงินเพิ่มทุน 350 ล้านบาทออกจากบัญชีดำเนินงานปกติ
KYC/Due Diligence -ตรวจสอบประวัติและโครงสร้างผู้ถือหุ้น (UBO) อย่างต่อเนื่อง
Lock-up Period กำหนดระยะเวลาห้ามขายหุ้น (Silent Period) เป็นเวลา 1 ปี เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา
Contingency Framework -หากเกิดเหตุไม่ปกติ เช่น ผู้ลงทุนถูกตรวจสอบโดยรัฐ บริษัทเชื่อว่าจะกระทบเพียง “เฉพาะราย” ไม่กระทบต่อการดำเนินงานหลัก
D/E Ratio ลดฮวบ – การเพิ่มทุนครั้งนี้จะช่วยให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนลดลงเหลือเพียง 0.10 เท่า เสริมฐานะการเงินให้แกร่งขึ้นทันที
