HoonSmart.com>> CIMB THAI เผยมุมมองลงทุน Q2/69 ย้ำจัดพอร์ตกระจายลงทุนลดความเสี่ยงสงคราม ถือเงินสด 15% รอจังหวะซื้อ พร้อมจับตาเงินเฟ้อใกล้ชิด ชูหุ้นเทคจีน-เทคโลก-หุ้นเอเชียแปซิฟิกน่าสนใจ แนะทางเลือกลงทุนผ่านพอร์ตสำเร็จรูป ‘CIMB Donut’ 3 สไตล์ รับมือความผันผวน

นายจิรไพบูลย์ รัตนภาณุรักษ์ Head, Wealth Research & Advisory ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) หรือ CIMB THAI เปิดเผยมุมมองการลงทุนในไตรมาส 2/2569 ว่า ยังต้องติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลางที่สร้างความผันผวนต่อการลงทุน โดยจับตาเดทไลน์การหยุดยิง 2 สัปดาห์ ที่จะครบกำหนด 22 เม.ย.นี้ (ตรงเวลาไทยเช้า 23 เม.ย.) หากการเจรจาไม่ลงตัว การหยุดยิงจะถูกซื้อเวลาต่อไปหรือไม่ หรือหากดีลล่มตลาดหุ้นจะตอบรับในเชิงลบ แต่คงไม่รุนแรงเหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากช่วงนี้เริ่มเข้าสู่การประกาศงบการเงินของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งชุดแรกกลุ่มแบงก์ขนาดใหญออกมาค่อนข้างดี ทั้งเจพี มอร์แกน , มอร์แกนสแตนเลย์, โกลด์แมนซาคส์ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สนับสนุนให้หุ้นสหรัฐยังน่าสนใจ และกลุ่มเทคโนโลยียังเติบโต จึงรอดูกลุ่มอื่นๆ ที่จะทยอยประกาศออกมาจะทำให้เห็นภาพการเติบโตที่ชัดเจนขึ้น
อย่างไรก็ตาม CIMB THAI ได้ประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หากจบลงภายในช่วงเดือนเม.ย.นี้ เศรษฐกิจอาจไม่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน แม้อาจจะมีเงินเฟ้อจากฝั่งอุปทานเข้ามากดดันบ้าง แต่ยังคงสามารถที่จะลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงต่อได้ แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อและไม่ลดความรุนแรงลงเกินกว่าเดือนมิ.ย. คาดว่าอาจมีผลกระทบอย่างเห็นได้ชัดต่อภาวะการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงที่จะเกิด Stagflation หรือ Recession และอาจจำเป็นต้องปรับลดสินทรัพย์เสี่ยงลง
นายจิรไพบูลย์ กล่าวว่า กลยุทธ์การลงทุนในไตรมาส 2 นี้ทีมได้มีการปรับลดสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนลงเล็กน้อย เพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ต และเพิ่มตราสารหนี้ในประเทศขึ้น หลังจากที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับสูงขึ้นมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดยยังคงสัดส่วนสินทรัพย์ทางเลือกโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานโลก เพื่อกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน และมีสัดส่วนที่ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Unhedged) ราวๆ 30% ในด้านของการคัดเลือกกองทุนทีมได้เลือกกองทุนที่สามารถสะท้อนมุมมองในการเข้าลงทุนในกลุ่มที่ Valuation น่าสนใจมากขึ้น
“หัวใจสำคัญของการลงทุนยังคงเน้นการกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์ที่หลากหลาย ระมัดระวังความกระจุก และชะลอการเก็งกำไรในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง”นายจิรไพบูลย์ กล่าว
อย่างไรก็ดี ความผันผวนที่เกิดขึ้นสร้างโอกาสในการลงทุนด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลงต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงที่เกิดการหมุนเวียนการลงทุนระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector Rotation) มาจนถึงประเด็นเรื่องตะวันออกกลาง ซึ่งมูลค่าหุ้น (Valuation) ของหุ้นกลุ่มดังกล่าวมีความน่าสนใจมากขึ้นในระดับที่เห็นได้ชัดและน่าจะเป็นโอกาสที่จะทยอยเข้าสะสมได้ในระยะยาว รวมถึงกลุ่มเอเชียแปซิฟิก ที่ได้รับแรงกดดันจากความไม่สงบก็เป็นอีกกลุ่มที่น่าสนใจ โดยเฉพาะตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ซึ่งได้รับผลบวกจากเซมิคอนดักเตอร์และตลาดหุ้นจีนยังน่าสนใจ มีการพัฒนาและลงทุนด้านเทคโนโลยีต่อเนื่อง
ส่วนมุมมองตลาดหุ้นไทยประเมินกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) ปีนี้ 95 บาท/หุ้น P/E เฉลี่ย 16 เท่า เทียบเท่าดัชนี 1,520 จุด เป็นระดับที่เหมาะสมในปีนี้่ อย่างไรก็ตามยังต้องติดตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ส่วนกลุ่มที่น่าสนใจหากสงครามยังไม่จบ กลุ่มพลังงานยังเก็งกำไรได้
นายจิรไพบูลย์ กล่าวว่า สำหรับพอร์ตการลงทุนในปีนี้แนะนำ พอร์ตหลัก (Core Port) ลงทุนสัดส่วน 70% กระจายลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้และสินทรัพย์ทางเลือก เช่น ทองคำ เพื่อกระจายความเสี่ยงให้พอร์ต ส่วนพอร์ตเสริม (Tactical) สัดส่วน 30% แนะนำถือเงินสดไว้ 15% เพื่อรอจังหวะในการเข้าลงทุนหากสินทรัพย์ที่น่าสนใจ มีราคาปรับตัวลงมามาก
ทั้งนี้ ภาวะการลงทุนช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย ทั้งการเปลี่ยนแปลงเชิงวัฏจักรในมิติของสินทรัพย์เสี่ยง เราเปิดปีปฏิทินมาพร้อมกับมุมมองที่แตกต่างกันไป เช่น ความกังวลเรื่อง AI Bubble, การ Disrupt ของ AI, การหมุนเวียนการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่มีมูลค่าที่ถูกกว่า รวมถึงประเด็นความไม่สงบในตะวันออกกลางที่สร้างความโกลาหลเป็นอย่างมากในช่วงเดือนมีนาคม ซึ่งส่งผลให้นักวิเคราะห์และนักลงทุนมีมุมมองต่อภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยยะสำคัญ ปัจจุบันตลาดมองว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะคงดอกเบี้ยตลอดทั้งปี หลังจากที่ต้นปีคาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ยราว 2 ครั้งในปีนี้
ประเด็นที่ทุกคนกังวลสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันว่าความไม่สงบในตะวันออกกลางจะส่งผลต่อเงินเฟ้อและการเติบโตของเศรษฐกิจหรือไม่ ซึ่งเรามองว่าการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบจากประเด็นดังกล่าวอาจส่งผลให้อัตราเงินเฟ้ออาจปรับตัวสูงขึ้นใน 1 – 2 ไตรมาสข้างหน้า แต่ต้องติดตามดูค่อนข้างใกล้ชิด เนื่องจากแนวโน้ม Productivity ที่สูงขึ้นจากการเข้ามาของ AI Adoption ยังคงเป็นแนวโน้มหลักจะช่วยตรึงอัตราเงินเฟ้อไม่ให้ปรับตัวขึ้นได้ในระยะยาว
สำหรับนักลงทุนที่สนใจลงทุนกองทุนรวมแต่ไม่มีเวลาจัดสรรพอร์ต ทีมผู้เชี่ยวชาญ Wealth Research & Advisory ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ได้ออกแบบ ‘CIMB Donut’ พอร์ตลงทุนกระจายความเสี่ยง ที่ปรับสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา เพื่อรวมเป็นพอร์ตการลงทุนสำเร็จรูปที่มีความสมดุล เปรียบเสมือน ‘โดนัท 1 ชิ้น’ ให้ลูกค้าพร้อมลงทุนได้อย่างสะดวกโดยไม่ต้องติดตามหรือวิเคราะห์ตลาดด้วยตัวเอง และมีโดนัทให้ลูกค้าเลือก 3 รูปแบบ เหมาะกับระดับความเสี่ยงเฉพาะบุคคลและเป้าหมายผลตอบแทนที่แตกต่างกัน ครอบคลุมกลุ่มที่คาดหวังผลตอบแทนประมาณ 2–3% 4–6% และ 7–9% เน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการคัดสรรกองทุนจากเครือข่าย Open Architecture ของบริษัทจัดการกองทุนชั้นนำกว่า 13 แห่ง

