HoonSmart.com>>ไขปริศนา “เซ็น เอกซ์” (SENX) บิ๊กล็อต 19.62% มูลค่าประมาณ 190 ล้านบาท ต้นเหตุดันหุ้นชนซิลลิ่งวันนี้ “นิดดา จูรัตน์ศักดิ์เจริญ”ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสอง ยกหุ้นทั้งหมด 10.50% ขายให้”จิตร์ ธัญลักษณ์ภาคย์ “บิดาของ ดร.ยุ้ย”เกษรา” บิ๊ก เสนาดีเวลลอปเม้นท์ (SENA)
เมื่อวันที่ 16 เม.ย.2569 หุ้นบริษัทเซ็น เอกซ์ (SENX) มีการซื้อขายหุ้นบิ๊กล็อตจำนวน 824,087,900 หุ้น คิดเป็น 19.62% ของทุนชำระแล้ว ราคาเฉลี่ย 0.23 บาท/หุ้น มูลค่าประมาณ 189.54 ล้านบาท ทำให้มีการตรวจสอบหาตัวผู้ซื้อและผู้ขายหุ้นล็อตนี้ที่มีนัยสำคัญเพราะจะเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่สอง รองจาก บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) และมีการคาดการณ์ไปต่างๆนานา ผลักดันให้ราคาหุ้น SENX พุ่งแรงชนซิลลิ่ง ปิดที่ 0.29 บาท เพิ่มขึ้น 0.07 บาทหรือ +31.82% ด้วยมูลค่าการซื้อขายรวม 5.04 ล้านบาท วันที่ 17 เม.ย.2569
เย็นวันนี้ (17 เม.ย.69) นาง นิดดา จูรัตน์ศักดิ์เจริญ ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่สอง บริษัท เซ็น เอกซ์ รายงานก.ล.ต.ว่า เมื่อวันที่ 16 เม.ย.2569 ได้ขายบิ๊กล็อตหุ้นที่ถือทั้งหมด 441,175,700 หุ้น คิดเป็น 10.50% ของทุนชำระแล้ว
ทั้งนี้ตามรายงานการขายหุ้นบิ๊กล็อตทั้งหมดให้กับนายจิตร์ ธัญลักษณ์ภาคย์ บิดาของ ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) ทำรายการผ่านบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์(ประเทศไทย)
ส่วนหุ้นที่ยังเหลืออยู่ 9.12% ปัจจุบันยังคงจะต้องหาคำตอบกันต่อไปว่า ตกอยู่ในมือของนักลงทุนคนใด แต่ถือว่าไม่มีสาระสำคัญแล้ว เพราะหุ้น 10.50% อยู่ในมือของกลุ่มเสนาฯ ดังนั้นคนที่เข้ามาใหม่ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้บริหารและธุรกิจ หรืออาจจะเป็นไปได้ว่าหุ้นที่ขายออกไปอีก 9.12% อยู่ในกลุ่มนี้แล้ว แต่ไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องรายงานกับก.ล.ต.เท่านั้น
ทั้งนี้ ณ วันที่ 20 มี.ค.2569 โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัทเซ็น เอกซ์ (SENX) มีบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ ถือหุ้นใหญ่ 49.72% ตามด้วยนางนิดาดา จูรัตน์ศักด์เจริญ ถือ 10.50% นางสุธิดา อุปถัมภ์ ถือ 4.41% นาง เกวลิน กมลสุวรรณ ถือ 2.76% พล.ต.ต. อุทิศ พงษ์พานิช ถือ 2.00%
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้หุ้น SENX เป็นที่สนใจไล่ราคาหุ้นจนซิลลิ่ง วันที่ 17 เม.ย.2569 เพราะปรากฎข่าวเรื่อง นักลงทุนบุคคลในประเทศรายหนึ่งเข้าซื้อหุ้น SENX จากผู้ถือหุ้นรายอื่นที่ไม่ใช่ SENA เป้าหมายเพื่อลงทุนเท่านั้น เพราะ SENX มีความน่าสนใจเชิงธุรกิจ และราคาหุ้นยังถูก ขณะที่เสนาฯยังคงถือหุ้นใหญ่เท่าเดิม
สำหรับ SENX ยังคงอยู่ภายใต้การบริหารงานของ SENA ผลักดันโมเดลธุรกิจที่เป็นนวัตกรรม “เช่าตรง” คือ RentNex หนึ่งใน Hero Product ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตอยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ที่หันมานิยมการเช่ามากขึ้น โดย SENX มีห้องชุดพักอาศัยของ SENA ที่ปล่อยเช่าภายในรูปแบบ RentNex อยู่จำนวน 700 ห้อง มีรายได้ประจำจากค่าเช่า ต่อยอดจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจบริหารจัดการนิติบุคคล โดยในปี 2566-2568 มีกำไรสุทธิ 60.51 ล้านบาท 152.94 ล้านบาท และ 66.15 ล้านบาทตามลำดับ ขณะที่หุ้นซื้อขายที่ P/E 13.97 เท่าและ P/BV 0.24 เท่า
