HoonSmart.com>>บล.เอเซีย พลัส ชี้ตลาดหุ้นลุ้นสงบศึก “ทรัมป์” ดันหยุดยิง-ฮอร์มุซฟื้น จับตา ครม. เคาะ “คนละครึ่งพลัส 2569” ชู PR9-DELTA นำทีมหุ้นเด้งรับสงครามคลี่คลาย
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่มีทั้งปัจจัยบวกและลบผสมผสาน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ BRENT ผันผวนและดีดตัวขึ้นราว 3% ปัจจัยบวกที่สำคัญมาจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศความสำเร็จในการเป็นตัวกลางเจรจา โดยเลบานอนและอิสราเอลตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน พร้อมเชิญผู้นำทั้งสองประเทศมาหารือสันติภาพที่ทำเนียบขาว อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยตึงเครียดจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่ขู่จะคว่ำบาตรขั้นสูงสุดต่อ “ทุกประเทศและทุกบริษัท” ที่ยังทำธุรกิจซื้อขายน้ำมันกับอิหร่าน หากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ภายในเส้นตายวันที่ 22 เม.ย. 2026 โดยสหรัฐฯ ได้ส่งจดหมายเตือนไปยังสถาบันการเงินในฮ่องกง จีน UAE และโอมานแล้ว ซึ่งหากบังคับใช้จริงอาจทำให้น้ำมันจากอิหร่านหายไปจากตลาดและดันราคาให้พุ่งขึ้นในระยะสั้น
ตลาดเชื่อมั่น 83% ปิดดีลสันติภาพ – ฮอร์มุซเริ่มคึกคัก กระนั้น ภาพรวมระยะกลางถึงยาวตลาดยังคงมองว่าสงครามน่าจะจบก่อนครึ่งแรกของปี 2026 อ้างอิงจากผลสำรวจ POLYMARKET ผ่าน Bloomberg ที่นักลงทุนให้น้ำหนักสูงถึง 83% ที่สหรัฐฯ และอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงทางการทูตในการเจรจารอบ 2 ที่ปากีสถานในสัปดาห์นี้ สอดคล้องกับสัญญาณความผ่อนคลายในช่องแคบฮอร์มุซ ที่พบว่ามีปริมาณการจราจรของเรือขนส่งสินค้าและเรือน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นราว 20 ลำต่อวัน สะท้อนว่าการปิดล้อมทางทะเลอาจสิ้นสุดลงในเร็วๆ นี้
จับตา ครม. อัดฉีดเศรษฐกิจ – เตือนบาทอ่อนยวบพิษขาดดุล สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทย สัปดาห์หน้า (20-26 เม.ย.) ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญ โดยไฮไลต์อยู่ที่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 21 เม.ย. ว่าจะมีการพิจารณาอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆ หรือไม่ เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส 2569, มาตรการสนับสนุนพลังงานสะอาด (Solar Cell / EV) และโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจไม่ให้เติบโตต่ำจนเกินไป
ขณะเดียวกัน ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่าตัวเลขนำเข้า-ส่งออกของไทยในเดือน มี.ค. 2026 จะยังคงเผชิญภาวะ “ขาดดุลการค้า” อย่างต่อเนื่อง สาเหตุจากการนำเข้าพลังงานและน้ำมันที่แพงขึ้น ขณะที่การส่งออกกระจุกตัวเพียงกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ ซึ่งประเด็นดุลการค้าที่ติดลบนี้จะเป็นปัจจัยหลักที่กดดันให้ค่าเงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าลงต่อ
กลยุทธ์การลงทุน: ช้อนหุ้นสวนตลาดรับสงครามผ่อนคลาย ในด้านตลาดหุ้น แม้ดัชนีสหรัฐฯ อย่าง S&P500 และ NASDAQ จะทำจุดสูงสุดใหม่ (ATH) จากเซนติเมนต์สงครามที่ผ่อนคลาย แต่สัญญาณทางเทคนิค (RSI) เริ่มเข้าเขตซื้อมากเกินไป (Overbought) อาจกดดันให้ตลาดหุ้นโลกทรงตัวหรือย่อลงได้ ส่วนตลาดหุ้นไทย วานนี้นักลงทุนต่างชาติสลับมาขายสุทธิหนักถึง 3.2 พันล้านบาท กดดันดัชนี SET ลงแรงที่สุดในเอเชีย
บล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์เก็งกำไรใน “หุ้นที่มักปรับตัวขึ้นเด่นสวนตลาดเวลาสงครามผ่อนคลาย” (อ้างอิงสถิติปี 2022) ได้แก่ PR9, DELTA, TFG, BGRIM, BDMS, EGCO, BBL, SCC, CBG, BH, BCH และ AOT โดยมีหุ้นเด่น (Prime Picks) ประจำวันคือ COM7, ICHI และ PR9
(ประเด็นการลงทุนต่างประเทศเพิ่มเติม: แนะนำเก็งกำไร DR: ANTA23 หลังยอดขายเสื้อผ้ากีฬาในจีนเดือน มี.ค. เติบโตสวนกระแสสินค้ากลุ่มอื่นถึง +9% YoY โดยแบรนด์ในเครือ ANTA ทำผลงานโดดเด่นเอาชนะคู่แข่งต่างชาติอย่าง Nike และ Asics ที่มียอดขายหดตัว นอกจากนี้จับตาหุ้น NETFLIX (NFLX US) ที่แม้จะรายงานรายได้และกำไรไตรมาส 1 สูงกว่าคาด แต่ราคาหุ้นร่วงลง -9% ในช่วง After-hours หลังให้คาดการณ์รายได้ไตรมาส 2 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้)
