HoonSmart.com>>บล.เอเซียพลัส ชี้หุ้นเมินสงคราม ลุ้นครม.เคาะ’คนละครึ่งพลัส-อุ้มดีเซล’ชู 10 หุ้นเด่นที่ผู้บริหารเก็บหุ้น นำโดย BDMS (มียอดซื้อกว่า 2.19 พันล้านบาท ต้นทุนเฉลี่ย 18.68 บาท) ตามด้วย GULF, CK, HANA, KCE, CBG, BEM, BCH, STA และ BH และให้หุ้น Prime Picks ประจำวันคือ ERW, CK และ ICHI
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ประเมินทิศทางตลาดการลงทุนว่ามีความขัดแย้งกับสถานการณ์โลกเสมือนอยู่คนละพหุภพ (Multiverse) แม้จะมีความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น จากกรณีที่อิสราเอลโจมตีเลบานอน และอิหร่านสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งสร้างความผันผวนให้ราคาน้ำมัน แต่ดัชนีตลาดหุ้นกลับไม่ได้ตอบรับกระแสสงครามมากนัก โดยดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 7 รวมกว่า 7.58% ส่วนดัชนี SET ของไทยก็ปรับบวก 2.9% MTD
สาเหตุหลักมาจากตลาดเริ่มเห็นความพยายามเข้าสู่ “เฟสเจรจา” ทำให้เกิดความคาดหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ไม่ทำจุดสูงสุดใหม่และปิดใกล้ระดับ 98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ส่วนต่าง (Spread) ของราคาน้ำมันล่วงหน้าระยะสั้นและระยะยาวเริ่มแคบลงอย่างเห็นได้ชัด จากที่เคยห่างกันถึง 37 เหรียญ ลงมาเหลือ 16.65 เหรียญ สิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดคือ การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในวันที่ 11 เม.ย. นี้ ที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน รวมถึงการเจรจาระหว่างอิสราเอลและเลบานอนในสัปดาห์หน้า
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ส่งสัญญาณไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย – ลุ้น ครม.นัดพิเศษอัดฉีดเศรษฐกิจ โดยธปท. ได้ประเมินฉากทัศน์ไว้ 2 กรณี คือ หากสงครามยืดเยื้อถึงกลางปี จะกดดันให้ GDP เหลือเพียง 1.3% และเงินเฟ้อพุ่งสูงถึง 3.5% แต่หากสงครามจบเร็ว (หยุดยิงภายใน 2 สัปดาห์) จะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ในไตรมาส 2 โดย GDP จะอยู่ที่ 1.7% และเงินเฟ้อชะลอลงมาที่ 2.5% ซึ่งฝ่ายวิจัยประเมินว่ากรณีหลังมีความเป็นไปได้มากกว่า พร้อมส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะ “ไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย” เพื่อสกัดเงินเฟ้อ
นอกจากนี้ ในวันที่ 11 เม.ย. รัฐบาลเตรียมจัดประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เพื่อผลักดันมาตรการบรรเทาผลกระทบเร่งด่วน โดยมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาน้ำมันแพงผ่านการรื้อโครงสร้างราคาหน้าโรงกลั่นและค่าการตลาด ควบคู่ไปกับการออกมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง พลัส, การเพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็น 400 บาท, การปล่อย Soft Loan 1 หมื่นล้านบาทเพื่อช่วย SME, และการทบทวนนโยบายฟรีวีซ่า เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
กลยุทธ์การลงทุน: ตามรอยผู้บริหารแห่เก็บหุ้น ชู 10 บริษัทพื้นฐานแกร่ง นับตั้งแต่ต้นปี (YTD) มีเม็ดเงินผู้บริหารซื้อหุ้นสะสมรวมกว่า 4.35 พันล้านบาท ซึ่งกว่า 3 พันล้านบาทเกิดขึ้นในช่วงหลังเกิดสงคราม ฝ่ายวิจัยแนะนำให้สะสมหุ้นใหญ่พื้นฐานดีที่ผู้บริหารเข้าซื้ออย่างโดดเด่นในปีนี้ คาดว่าจะมีความผันผวนต่ำและให้ผลตอบแทนดีกว่าตลาด (Outperform) นำโดย BDMS (มียอดซื้อกว่า 2.19 พันล้านบาท ต้นทุนเฉลี่ย 18.68 บาท) ตามด้วย GULF, CK, HANA, KCE, CBG, BEM, BCH, STA และ BH และให้หุ้น Prime Picks ประจำวันคือ ERW, CK และ ICHI
ประเด็นการลงทุนต่างประเทศเพิ่มเติม: แนะนำเก็งกำไรใน DR: UNIQLO80 (บริษัท FAST RETAILING) หลังประกาศผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกดีที่สุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไรและเงินปันผลทั้งปีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นสายการบิน DELTA AIR LINES (DAL US) ที่รายงานกำไรและรายได้ไตรมาส 1 แข็งแกร่งกว่าคาด สะท้อนถึงอุปสงค์การเดินทางที่ยังคงแข็งแรงมาก
