HoonSmart.com >> กูรูหุ้นเชียร์รัว ๆ UNIX เคาะเป้าหมาย 3 บาท – สูงสุด 3.20 บาท/หุ้น คาดปีนี้กำไร แตะ 173.35 ล้านบาท โต 15.95% รับปัจจัยหนุนด้านประสิทธิภาพการผลิตและดีมานด์บรรจุภัณฑ์ มอง 3 ปีจากนี้ เติบโตต่อเนื่อง จากฐานลูกค้าอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และเทรนด์บรรจุภัณฑ์รีไซเคิล 100% หนุนอนาคตเติบโตยั่งยืน รวมถึงคาด Dividend Yield ปี 2569–2570 อยู่ที่ระดับ 4 – 4.3%
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเอสแอล เผยแพร่บทวิเคราะห์หุ้น บริษัท ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี (UNIX) ระบุว่า จุดเด่นสำคัญของ UNIX คือ ผู้นำเทคโนโลยีขั้นสูง เป็นผู้ผลิตรายแรกของไทยที่ใช้เทคโนโลยี MDO (Machine Direction Orientation) ช่วยให้ฟิล์มมีความบางแต่แข็งแรง รีไซเคิลได้ 100% ควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมด้านความยั่งยืน สอดรับกับเทรนด์ความยั่งยืนระดับโลก อีกทั้งบริษัทยังมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งครอบคลุมทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและสินค้าอุปโภครายใหญ่ รวมถึงเครือข่ายค้าส่ง และค้าปลีกทั่วประเทศ ขณะที่เดียวกันขณะเดียวกันยังได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก BOI หลายโครงการ ซึ่งช่วยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว
อีกทั้ง UNIX เป็นบริษัทที่มีการเติบโตแบบ organic จากปริมาณการขายรวมที่เติบโต การรักษาระดับมาร์จิ้น รวมถึงผลประกอบการที่ถูกคาดหวังจะผ่านจุดต่ำสุดในปี 2567 ไปแล้ว พร้อมกับการพัฒนา innovation ของผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การลดการใช้พลาสติก ผ่านฟิล์มบรรจุภัณฑ์แบบ All-Layer PE หนุนการเติบโตของตลาดบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging) และการพัฒนาการใช้เม็ดพลาสติกรีไซเคิลผสมในโครงสร้างฟิล์ม ซึ่งสามารถย่อยสลายได้ หรือช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นต์ สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านความยั่งยืนของลูกค้าแบรนด์ระดับโลก นอกจากนี้ ยังคาดว่าโอกาสในการจ่ายปันผลที่สูง โดยคิดเป็น payout ratio ที่ 50% ส่งผลให้ Div. Yield ในช่วงปี 2569-2570 อยู่ในระดับ 4.0% และ 4.3% ตามลำดับ
ราคาเป้าหมาย 3.20 บาท อิง EPS ปี 2569 เท่ากับ 0.26 บาท/หุ้น และ PE ที่ 12.36 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 2 ปี ของบริษัทที่ประกอบธุรกิจใกล้เคียงกับ UNIX มากที่สุด โดยเฉพาะในธุรกิจฟิล์มและบรรจุภัณฑ์พลาสติก และธุรกิจบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งระดับ PE ดังกล่าวมองว่า มีความเหมาะสมภายใต้สภาวะตลาดในปัจจุบันที่มีความผันผวน และหลักความระมัดระวัง
บล.บียอนด์ (BYD) ระบุว่า UNIX มีความสามารถในการแข่งขันที่เหนือกว่าคู่แข่ง ด้วย 1) เทคโนโลยีการผลิตฟิล์มบรรจุภัณฑ์ขั้นสูง เช่น MDO (Machine Direction Orientation) ต่อยอดไปเป็นวัสดุ Plastic recycle 100%, Metalized Film และ Co-Extrusion Blown Film แบบ Multi-Layer ซึ่งถือเป็น Barrier to Entry ที่สำคัญสาหรับผู้เล่นรายใหม่ 2) การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ดีและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกับลูกค้า เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนยาวนานกว่า 10 ปี และ 3) ได้อานิสงค์จากเทรนด์ความยั่งยืนของบรรดากลุ่มลูกค้ารายใหญ่ ในการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรดีขึ้น
UNIX ถือเป็นผู้ผลิตรายแรกในประเทศไทยที่นำเทคโนโลยี MDO มาใช้ในการผลิตฟิล์มพลาสติกชนิดพิเศษ เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ฟิล์มมีคุณลักษณะบางแต่แข็งแรงกว่าฟิล์มทั่วไป และมีความคงตัวสูง ทำให้สามารถใช้วัสดุชนิดเดียวกันทั้งหมดในบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนได้ (Mono-material structure) ทำให้เป็นบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ Recycle ได้ 100% ตอบโจทย์ลูกค้ารายใหญ่ที่ต้องการปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความยั่งยืน
ประเมินมูลค่าเหมาะสมของ UNIX ที่ 3.10 บาทต่อหุ้น ในคาดการณ์ปี 2569 ที่ PER 12.4 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อยของคู่แข่งบริษัทจดทะเบียน ทั้งในกลุ่ม Flexible packaging (Premium product) และกลุ่ม Packaging for consumer (Mass product) ที่ยังคงมีความต้องการอุปโภคบริโภคอย่างสม่ำเสมอทั้งในประเทศและต่างประเทศ
บล. ทรีนีตี้ คาดว่ารายได้และกำไรสุทธิ UNIX ในช่วงปี 2569-2570 จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง หลังผ่านจุดต่ำสุดของวัฏจักรราคาเม็ดพลาสติกในปี 2568 โดยประเมินกำไรสุทธิปี 2568-2570 ที่ 149.50 ล้านบาท, 173.35 ล้านบาท และ 186.84 ล้านบาทตามลำดับ คิดเป็นการเติบโต 25.09%, 15.95% และ 7.78% โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นมีปัจจัยจากรายได้จากการขายที่ขยายตัว ควบคู่กับอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับดีขึ้น จากประสิทธิภาพกระบวนการผลิตที่สูงขึ้น การลดของเสีย และผลประหยัดต่อขนาดภายใต้ระดับการใช้กำลังการผลิตที่สูงกว่า 80% ขณะที่บรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนซึ่งเป็นตลาดหลักยังมีแนวโน้มเติบโตสูง
ประเมินมูลค่าเหมาะสมของ UNIX ณ สิ้นปี 2569 ที่ 3.00 บ./ต่อหุ้น ด้วยวิธี PER ratio ที่ 11.5 เท่า อิงค่าเฉลี่ยของหุ้นในกลุ่มธุรกิจใกล้เคียง สะท้อนศักยภาพการเติบโตของผลประกอบการในระยะกลางถึงยาว
