HoonSmart.com>>”ทีคิวเอ็ม อินชัวรันซ์ โบรคเกอร์” (TQM) โชว์ผลงานไตรมาส 1 เบี้ยประกันรวมเติบโต 8% เข้าเป้าปี 69 คาด 8-10% แถมมีกำไรพิเศษจากการส่งบริษัทในกลุ่มเข้าตลาดหลักทรัพย์ และปิดดีลร่วมลงทุน ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ-ราคาพลังงาน-ค่าครองชีพสูง เดินหน้าพัฒนาโซลูชัน เสนอประกันภัยที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ช่วยให้ลูกค้าบริหารความเสี่ยงควบคู่กับการจัดการค่าใช้จ่ายได้มีประสิทธิภาพ เปิดผ่อนชำระนานขึ้นเป็น 12 เดือนจากปกติ 10 เดือน
ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ประธานบริษัท บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวรันซ์ โบรคเกอร์ (TQM) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 เบี้ยประกันรวม 5,300 ล้านบาท เติบโต 8% จากเป้าหมายทั้งปีตั้งไว้ 8-10% หรือประมาณ 2-2.2 หมื่นล้านบาท แม้ยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน ส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินธุรกิจและค่าครองชีพในวงกว้าง โดยพบว่าลูกค้ายังคงต้องการความคุ้มครอง เพียงแต่เปลี่ยนวิธีการจ่ายเงินและเปลี่ยนรูปแบบแผนที่ต้องปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์
TQM เติบโตขึ้นทุกปี มั่นใจว่าในปีนี้ ทั้งรายได้และกำไรก็ยังคงเติบโตขึ้น นอกจากมีการควบคุมค่าใช้จ่ายแล้ว ในปีนี้มีบริษัทในกลุ่มพร้อมที่จะเข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ 1 บริษัท และการเจรจาร่วมลงทุนจะจบลงได้ 1 ดีล ทำให้บริษัทมีกำไรพิเศษ และยังรับรู้ส่วนแบ่งของรายได้และกำไรจากบริษัทร่วมทุนด้วย
“กลุ่ม TQM ใช้โมเดลธุรกิจในการร่วมลงทุนตลอดมา เพื่อสร้างการเติบโตจากธุรกิจปกติ และธุรกิจใหม่ เห็นได้จากเมื่อตอนที่บริษัท TQM เข้าตลาดหลักทรัพย์ 7-8 ปีที่ผ่านมา มีบริษัทในกลุ่มเพียง 4 บริษัท ตอนนี้มีทั้งหมด 16 บริษัท แต่เราไม่ต้องการเทคโอเวอร์กิจการ เพราะอยากให้เจ้าของเดิม ที่รู้เรื่องธุรกิจดีกว่าเรา มาช่วยบริหารธุรกิจให้เติบโตและแข็งแรงต่อไป เพื่อนำมาช่วยให้ธํุรกิจของเราแข็งแรงยิ่งขึ้น เมื่อเห็นว่าบริษัทใดพร้อม ก็จะนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์”ดร.อัญชลินกล่าว
ทั้งนี้ TQM ได้เตรียมแผนรองรับเพื่อดูแลลูกค้า และรักษาการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ภายใต้แนวคิด “TQM Driven by CARE : Standing by You” โดยยึด 3 แกนหลัก ได้แก่ “ลดภาระค่าใช้จ่าย เพิ่มทางเลือก และเข้าถึงง่าย” พร้อมพัฒนาโซลูชันประกันภัย เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงความคุ้มครองได้อย่างเหมาะสม
ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า TQM มีการเติบโตขึ้นทุกปี เพราะโครงสร้างธุรกิจที่มีความหลาหลายสามารถสร้างรายได้ทดแทนธุรกิจที่ชะลอตัวลงได้ มองว่าทุกวิกฤตจะมีโอกาสเกิดขึ้นเสมอ นอกจากนี้ TQM ร่วมกับพันธมิตรบริษัทประกัน พัฒนาแผนประกันภัยที่มีความยืดหยุ่นและเข้าถึงได้ง่าย เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความคุ้มครองได้มากยิ่งขึ้น พร้อมปรับรูปแบบการดูแลลูกค้าให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน ดังนี้
1. Flexible Protection การออกแบบประกันภัยที่มีความยืดหยุ่น อาทิ ประกันรายเดือน ประกันตามไมล์ และประกันแบบเปิด-ปิด เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกความคุ้มครองได้สอดคล้องกับรูปแบบการใช้งานจริง ปัจจุบันมีการ Work from Home ให้ทำงานที่บ้าน ทำให้ไม่ได้ใช้รถยนต์ทุกวัน ก็สามารถจ่ายประกันตามการใช้งานได้
2. Flexible Payment การพัฒนาทางเลือกด้านการชำระเงินที่หลากหลายและเหมาะสมกับกำลังซื้อ ช่วยให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น มีการขยายเวลาในการผ่อนชำระเป็น 12 เดือน จากเดิมกำหนดไว้ 10 เดือน สำหรับลูกค้าที่ไม่มีบัตรเครดิต ก็สามารถผ่อนผ่าน Easy Lending ได้
แนวทางดังกล่าวสะท้อนบทบาทของ TQM ในฐานะผู้ช่วยบริหารความเสี่ยงที่มุ่ง “ลดภาระ เพิ่มทางเลือก และทำให้เข้าถึงง่าย” โดยยืนยันว่าประกันภัยไม่ใช่ภาระ แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงิน พร้อมสนับสนุนให้คนไทยได้รับความคุ้มครองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การใช้ชีวิตเป็นไปอย่างมั่นใจไม่สะดุด
TQM ได้ปรับแผนประกันภัย เพื่อเพิ่มทางเลือกความคุ้มครองที่ “ยืดหยุ่น เข้าถึงง่าย” และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ผ่าน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่
1. ประกัน Motor EV 2+
ทางเลือกสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ต้องการความคุ้มครองเหมาะสม ในขณะที่เบี้ยประกันชั้น 1 มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น ด้วยเบี้ยประกันที่เข้าถึงได้ เริ่มต้นประมาณ 13,000 บาท
2. ประกันชดเชยรายได้
รองรับความเสี่ยงรายได้สะดุดจากเหตุไม่คาดคิด ด้วยเงินชดเชยรายวันเมื่อเข้ารักษาตัว รวมถึงกรณี ICU และอุบัติเหตุ ช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินในช่วงที่ไม่สามารถทำงานได้ เบี้ยเริ่มต้นเพียงหลักร้อยต่อปี ภายใต้แนวคิด “เพื่อความมั่นคงในวันที่ไม่คาดคิด”
3. สมาชิก TQM family Club
ขยายโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อย ฟรีแลนซ์ หรือผู้ไม่มีสวัสดิการ เข้าถึงความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ ที่จำเป็นได้ง่ายขึ้น ด้วยแผนประกันที่คุ้มค่าและสมัครสะดวก เริ่มต้นประมาณ 550 บาทต่อปี
