หุ้นโตเกียว-เอเชียร่วง ราคาน้ำมัน Brent พุ่งทะลุ 115/บาร์เรล ตะวันออกกลางตึงเครียด

HoonSmart.com>>”ตลาดหุ้นโตเกียว” เช้านี้ดัชนี Nikkei ร่วงลงกว่า 5% “ตลาดหุ้นเอเชีย” ลดลงเกือบทั้งภูมิภาค ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ดัชนี KOSPI -4.42% ความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น หลังกลุ่มฮูตีในเยเมนได้ยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าพุ่งสูงขึ้น

ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้ปรับตัวลง โดยช่วงหนึ่งดัชนี Nikkei ร่วงลงกว่า 5% ท่ามกลางราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าที่พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับสงครามที่ยืดเยื้อและทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง

เวลา 9:15 น. ตามเวลาญี่ปุ่นดัชนีหุ้นนิกเกอิ 225 ลดลง 2,719.02 จุด หรือ 5.09% จากวันศุกร์ มาอยู่ที่ 50,654.05 จุด ในช่วงเปิดตลาด ดัชนี Nikkei เปิดที่ 52,054.68 จุด ลดลง 1,318.39 จุด หรือ -2.47%

ขณะที่ดัชนี Topix ลดลง 171.96 จุด หรือ 4.71% มาอยู่ที่ 3,477.73 จุด

ในตลาดหลัก Prime Market กลุ่มที่ปรับลดลงมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์แก้วและเซรามิก กลุ่มอุปกรณ์ขนส่ง และกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์

เวลา 9.00 น. ตามเวลาญี่ปุ่น ดอลลาร์อยู่ที่ 160.24-26 เยน เมื่อเทียบกับ 160.25-35 เยน โดยแตะระดับ 160 เยนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2024 ในนิวยอร์ก และอยู่ที่ 159.94-96 เยนในโตเกียวเมื่อเวลา 17.00 น. ของวันศุกร์

ณ เวลา 8.49 น. ตามเวลาประเทศไทย

ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 51,112.63 จุด ลดลง 2,260.44 จุด, -4.24%

ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกปรับตัวลงเกือบทั้งภูมิภาค นำโดยตลาดหุ้นเกาหลีใต้ จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เข้าสู่สัปดาห์ที่ห้ารุนแรงขึ้น หลังจากกลุ่มฮูตีในเยเมนกล่าวเมื่อวันเสาร์ว่าได้ยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล ซึ่งถือเป็นการมีส่วนร่วมโดยตรงครั้งแรกในสงครามที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเป็นผู้นำต่อต้านอิหร่าน

ในโพสต์บน X โฆษกกลุ่มฮูตี ยาห์ยา ซารี กล่าวว่า กลุ่มได้ยิงขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายทางทหารที่สำคัญของอิสราเอล เพื่อสนับสนุนอิหร่านและกองกำลังฮิซบอลลาห์พันธมิตรในเลบานอน

การโจมตีครั้งนี้เป็นการยกระดับความขัดแย้งที่เริ่มต้นจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่อเป้าหมายของอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์

ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในช่วงต้นของการซื้อขายในเอเชีย โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) เพิ่มขึ้น 2.58% อยู่ที่ 102.19 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมัน Brent จากทะเลเหนือปรับตัวสูงขึ้น 2.98% สู่ระดับ 115.93 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมัน Brent พุ่งขึ้น 59%ในเดือนนี้ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนที่สูงที่สุด แซงการเพิ่มขึ้นในช่วงสงครามอ่าวเปอร์เซียปี 1990 หลังจากความขัดแย้งกับอิหร่านทำให้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติหนึ่งในห้าของโลกถูกปิดลง

นักวิเคราะห์ จาก CBA คาดว่า สงครามจะต่อเนื่องไปอย่างน้อยจนถึงเดือนมิถุนายน โดยมีความเสี่ยงที่จะยืดเยื้อออกไปนานกว่านั้น

ทีมนักวิเคราะห์ของ JP Morgan ระบุว่า ความขัดแย้งไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในอ่าวเปอร์เซียและบริเวณช่องแคบฮอร์มุซอีกต่อไป แต่ได้ขยายไปสู่ทะเลแดงและช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่สุดของโลกสำหรับการขนส่งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม

หลายประเทศในเอเชียพึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลางเป็นอย่างมาก

การปิดกั้นช่องแคบไต้หวันส่งผลให้ราคาปุ๋ย พลาสติก และอะลูมิเนียมพุ่งสูงขึ้น รวมถึงเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินและเรือขนส่งสินค้าด้วย นอกจากนี้ ราคาอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีก็มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นเช่นกัน

ภัยคุกคามจากภาวะเงินเฟ้อทำให้นักลงทุนปรับมุมมองเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยขึ้นเกือบทุกที่ ตลาดขณะนี้บ่งชี้ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 12 จุดในปีนี้ เทียบกับที่ลดลง 50 จุดเมื่อเดือนที่แล้ว

นักลงทุนจับตาดการให้ความเห็นของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ในงานที่จะจัดขึ้นในวันจันทร์นี้ และนายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก ก็จะมีการให้ความเห็นเช่นกัน

นอกจากนี้ยังจับตาการรรายงานข้อมูลยอดขายปลีก การผลิต และการจ้างงานของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งคาดว่าการจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 55,000 ตำแหน่งในเดือนมีนาคม หลังจากที่ลดลงอย่างน่าตกใจถึง 92,000 ตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้อัตราการว่างงานอยู่ที่ 4.4%

ในสหภาพยุโรป ตัวเลขที่จะประกาศในวันอังคารคาดว่าจะแสดงให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อประจำปีพุ่งขึ้นเป็น 2.7%ในเดือนมีนาคม จาก 1.9%ในเดือนก่อนหน้า แม้ว่าเงินเฟ้อพื้นฐานน่าจะทรงตัว

ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 3,898.279 จุด ลดลง 15.445 จุด, -0.39%

ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 24,594.69 จุด ลดลง 357.19 จุด, -1.43%

ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 5,198.24 จุด ลดลง 240.63 จุด, -4.42%

ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 32,513.93 จุด ลดลง 598.66 จุด, -1.81%

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 2.83 ดอลลาร์หรือ 2.84% ซื้อขายที่ 102.47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 3.32 ดอลลาร์ หรือ 2.95% ซื้อขายที่ 115.89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–