HoonSmart.com >> BWG กางแผนปี 69 โตทะยานสู่ New S-Curve! ล็อกเป้ารายได้ระยะยาว คว้างานประมูล – ป้อน SRF หนุน Ecosystem พลังงานสะอาด เสริมทัพกำไรกลุ่มแกร่ง

นางสาวณัฐพรรณ เหลืองวิริยะ กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาธุรกิจและสื่อสารองค์กร บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน (BWG) เปิดเผยว่า แผนยุทธศาสตร์การดำเนินงานปี 2569 ของบริษัท มุ่งเน้นการสร้างการเติบโตระลอกใหม่ (New S-Curve) อย่างยั่งยืน ภายใต้สภาวการณ์ปัจจุบันที่ภาคอุตสาหกรรมกำลังเผชิญความท้าทายจากความผันผวนของต้นทุนพลังงาน ตลอดจนมาตรการควบคุมและปราบปราม การลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมอย่างเข้มงวดของภาครัฐ
สำหรับ BWG เป็นผู้ให้บริการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมแบบครบวงจรระดับแนวหน้าของประเทศไทย
นอกจากนี้บริษัทฯ เตรียมเดินหน้าขยายฐานลูกค้าเอกชน ในกลุ่มธุรกิจกำจัดกากอุตสาหกรรม และการผลิตเชื้อเพลิงขยะอุตสาหกรรม (Solid Recovered Fuel: SRF) เพื่อตอบสนองต่อแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานทางเลือกในระดับสากล ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถด้านการบริหารจัดการต้นทุนของภาคอุตสาหกรรมไทย
รวมทั้งบริษัทฯ ได้เตรียมความพร้อม เข้าร่วมประมูลโครงการจากหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง เป็นการเพิ่มมูลค่างานในมือ (Backlog) และเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) ในระยะยาว
การดำเนินการดังกล่าว สอดรับกับนโยบายของภาครัฐที่มุ่งเน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังต่อผู้ประกอบการที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวได้สะท้อนและตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นที่ภาคส่วนต่าง ๆ มีต่อศักยภาพและมาตรฐานการดำเนินงานระดับสากลของ BWG ได้เป็นอย่างดี
น.ส.ณัฐพรรณ กล่าวว่า ปีนี้ บริษัทฯ มีแผนการลงทุนขยายสาขาใหม่ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเพิ่มเติมอีก 1 แห่ง เพื่อช่วยการบริหารจัดการต้นทุนด้านโลจิสติกส์ รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน ซึ่งจะช่วยให้บริษัทฯ สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ปัจจัยเหล่านี้จะสนับสนุนการเติบโตของรายได้และกระแสเงินสดของบริษัทฯ ให้มีเสถียรภาพอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับการพัฒนา นวัตกรรม บริษัทฯ เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ที่ผ่านการวิจัยและพัฒนาจากจากวัสดุในกระบวนการจัดการกากอุตสาหกรรม ซึ่งนับเป็นการนำแนวคิด Waste-to-Value หรือการสร้างมูลค่าเพิ่มจากของเสียมาประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์ โครงการดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ยังเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างแหล่งรายได้ใหม่เพื่อต่อยอดศักยภาพการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน
“การขยายพอร์ตลูกค้าและฐานธุรกิจในหลายอุตสาหกรรม จะช่วยกระจายความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านกลุ่มลูกค้า ประเภทผลิตภัณฑ์ แหล่งที่มาของรายได้ และความผันผวนตามวัฏจักรเศรษฐกิจ พร้อมเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งจะสนับสนุนศักยภาพการเติบโตและความมั่นคงทางการเงินของบริษัทในปี 2569 และระยะยาว”
สำหรับการทำงานร่วมกันของทั้ง 3 บริษัทในกลุ่ม ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่ธุรกิจ ตั้งแต่การบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมต้นน้ำ การกำจัดและแปรรูป ไปจนถึงการผลิตพลังงานปลายน้ำ ภายใต้กรอบวินัยทางการเงินและแนวทาง ESG ที่ชัดเจน
“กลุ่มบริษัทฯ ตั้งเป้าปี 2569 เป็นปีแห่งการยกระดับศักยภาพการดำเนินงานในทุกมิติ ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมและเชื้อเพลิง SRF ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนนโยบายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ พร้อมทั้งสร้างเสริมรากฐานทางการเงินให้มีความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาวต่อไป” ผู้บริหารกล่าวในท้ายที่สุด
