​SET ปั้น LiVEx เป็น ‘สปริงบอร์ด’ SME ไทย คาดปี’69 มีอีก 5 บริษัทลงสนามระดมทุน

HoonSmart.com>>ตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ คาดปี’69 มีอีก 5 เอสเอ็มอี-สตาร์ทอัพ ลงสนามระดมทุนผ่าน LiVEx จากปัจจุบัน 10 บริษัท วางตำแหน่งเป็น “Pre-IPO Platform”อัพเกรดศักยภาพก่อนก้าวกระโดดสู่ตลาด mai และ SET ในอนาคต

​นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) คาดว่า ปี 2569 จะมีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ในตลาด LiVEx อีกประมาณ 5 บริษัท จากปัจจุบันที่มีอยู่แล้ว 10 บริษัท โดยน้องใหม่ล่าสุดคือ บริษัท มูฟฟาสท์ (MF26) ผู้ให้บริการจัดจำหน่ายและรับฝากขายสินค้าผ่านข่องทางออนไลน์แบบครบวงจร

ปัจจุบัน มีบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) และสตาร์ทอัพ ที่อยู่ในโครงการ Live Acceleration Program ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กว่า 350 แห่ง โดยมีกลุ่มที่มีความพร้อมสูง ราว 70 บริษัท (20%) ที่ตั้งเป้าจะเข้าสู่ตลาดในระยะถัดไป โดยบริษัทที่สนใจเข้ามาระดมทุนสามารถศึกษาได้ที่ www.live-platforms.com แพล็ตฟอร์มให้ความรู้ในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่การระดมทุนใน LiVEx

ยกตัวอย่าง บริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล (MMM)เป็นต้นแบบของการเติบโต โดยเริ่มต้นจากการเข้ามาระดมทุนใน LiVEx ที่เปรียบเหมือน การทำ Pre-IPO เมื่อได้ทุนไปแล้วมีการขยายการลงทุนจนธุรกิจเติบโต จนสามารถย้ายไปจดทะเริษัทบียนในตลาด mai ได้สำเร็จ ซึ่งการระดมทุนใน LiVEx มีเกณฑ์การระดมทุนแบบผ่อนปรนกว่าตลาด mai และ SET สามารถใช้เป็นแหล่งระดมทุนช่วงเริ่มต้น ประกอบด้วย

การเน้นรายได้มากกว่ากำไร โดยภาคบริการต้องมีรายได้ 50 ล้านบาทขึ้นไป และภาคการผลิต 100 ล้านบาทขึ้นไป และเปิดโอกาสให้บริษัทที่มี Venture Capital (VC) หรือ Private Equity (PE) ร่วมลงทุนจะใช้เกณฑ์ที่ผ่อนปรนเป็นพิเศา และใช้มาตรฐานบัญชีชุดใหญ่ (PAE) ย้อนหลังอย่างน้อย 1 ปี โดยผู้สอบบัญชีต้องอยู่ในรายชื่อที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)ให้ความเห็นชอบ

​”เอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ ที่จะเข้ามาระดมทุนใน LiVEx ต้องมีความตั้งใจหรือมีเป้าหมายที่จะเข้าตลาด mai และ SET ในอนาคต ตลาด LiVEx ถือเป็น Pre-IPO เพื่อให้บริษัทเรียนรู้เรื่องความโปร่งใส การทำระบบบัญชี ถือเป็นสนามซ้อมใหญ่ในการเตรียมระบบหลังบ้านให้พร้อม เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนแล้วก้าวสู่สนามใหญ่ที่มีความซับซ้อนสูงกว่า”นายประพันธ์ กล่าว

​นายประพันธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)  มีนโยบายและแผนสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนให้มีความเข้มแข็ง เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ผ่านตลาดที่มีอยู่ ในส่วนของ ตลาด mai มีโครงการ mai Growth Lab ที่มุ่งให้ความรู้สำคัญ 3 ด้าน ประกอบด้วย การวางกลยุทธ์ธุรกิจ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน การประยุกต์ใช้ปัญหาประดิษฐ์เพื่อเพิ่มลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และที่สำคัญผู้ประกอบการยังได้สร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการขยายศักยภาพทางธุรกิจ เพราะในโลกที่มีความซับซ้อนการร่วมมือกันจะทำให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งมากขึ้น

ขณะที่ SET มีโครงการ JUMP+ ที่เน้นการสร้าง New S-Curve ใน 3 มิติ คือ Business Model, Corporate Governance (CG) และ Carbon Footprint เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ความยั่งยืนระดับโลก ซึ่งบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ใน mai ได้เข้าร่วมแล้ว 50 บริษัท

จากความไม่สงบในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาพลังงานเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตของเอสเอ็มอี และธุรกจขนาดใหญ่ แต่เอสเอ็มอีมีข้อดีตรงที่สามารถปรับตัวได้เร็ว

การผลักดัน LiVEx สะท้อนถึงความพยายามในการใช้ตลาดทุนเป็นทางเลือกในการระดมทุน ให้กับ SME ในยุคที่การเข้าถึงสินเชื่อธนาคารมีความเข้มงวด