THAI กังวลยอดจองเม.ย.แผ่ว-ต้นทุนพุ่ง กำเงินสด 1.2 แสนลบ.ฝ่าสู้วิกฤต

HoonSmart.com>> “การบินไทย”(THAI) จุก ต้นทุนน้ำมันเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า เตรียมใช้ Fuel Surcharge ลดผลกระทบ ช่วยราคาตั๋วไม่สูงเกินไป เผยยอดจองเดือนเม.ย.ลดลงจากปีก่อน จ่องัดไม้แข็ง หากสถานการณ์ตะวันออกกลางยืดเยื้อเกิน พ.ค.ราคาน้ำมันอาจพุ่งถึง 240 เหรียญ อาจต้องหยุดบินบางเมือง เลื่อนการลงทุน ลั่นมั่นใจเอาอยู่ถึงสิ้นปี  ตุนสภาพคล่องมากถึง 1.2 แสนลบ.สูงเป็นประวัติการณ์ สัปดาห์นี้ประชุมบอร์ดนัดพิเศษรายงานแผนบริหารความเสี่ยง

นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท การบินไทย (THAI) เปิดเผยว่า การบินไทยเผชิญกับต้นทุนน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยน้ำมันอากาศยาน (Jet A1) ปรับขึ้นเป็น 2 เท่ากว่า เป็น 220 เหรียญ/บาร์เรล จากก่อนหน้าราคาอยู่ 70-80 เหรียญ/บาร์เรล ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯได้ปรับค่าตั๋วโดยสาร 10-15% เพื่อชดเชยต้นทุนน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น แต่ก็ไม่ได้ทั้งหมด เพราะตั๋วได้ขายไปแล้ว ซึ่งเป็นการจองล่วงหน้าในช่วงที่ยังไม่เกิดภาวะสงครามตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม การบินไทยมีการทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน(Hedging) ไว้ก็ยังพอช่วยได้บ้าง ปัจจุบันสัญญา Hedging ไปถึงเดือน มิ.ย.2569 แต่ไม่สามารถทำ Hedging ได้ในช่วงราคาน้ำม้นขึ้นไปสูงแล้ว เพราะมีโอกาสขาดทุนได้

ขณะเดียวกัน บริษัทได้เตรียมปรับขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมัน (Fuel Surcharge) เพื่อให้ทันกับต้นทุนน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นโดยอยู่ขั้นตอนขออนุมัติกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ทำให้ราคาตั๋วของการบินไทยยังแข่งขันได้ ถ้าราคาสูงเกินไปความต้องการอาจไม่มา จึงต้องพิจารณาความเหมาะสม

ส่วนผลประกอบการในไตรมาส 1/2569 คาดว่ายังดีอยู่ แต่ในไตรมาส 2 กังวลว่าสถานการณ์ตะวันออกกลางจะกระทบกับความต้องการเดินทาง กระทบต่อความเชื่อมั่นการเดินทาง ถ้าทุกคนรัดเข็มขัด ทุกคนใช้นโยบาย wait&see ก็จะไม่มีดีมานด์เข้ามา โดย forward booking คนใช้เวลาตัดสินใจยาวขึ้น จะไม่เร็วเหมือนเมื่อก่อน ซึ่งการจองล่วงหน้าลดลงมาเรื่อย ๆ  ยอดจองในเดือน เม.ย. น้อยกว่าเม.ย.ปีที่ผ่านมา โดยเส้นทางบินระยะไกลหายไปบางส่วน ทั้งยุโรป ออสเตรเลียก็รับผลกระทบเพราะเชื่อมโยงกันไปหมด ส่วนในประเทศก็มีผลกระทบบ้าง

“หากภายในเดือน พ.ค. เหตุการณ์ยังไม่ดีขึ้น ก็ต้องมีมาตรการยาแรงออกมา อาจจะลดกำลังการบินลง อาทิ ลดความถี่เที่ยวบิน ปิดจุดบินบางเมือง ลดการลงทุนอะไรบางอย่าง”นายชายกล่าว

ปัจจุบันสถานการณ์น่าจะถึงช่วงที่เกือบจะแย่ที่สุดแล้ว  จากนี้คงอยู่ที่ระยะเวลา ในกรณีเลวร้ายคาดว่าจะลากยาวไปอีก 2 เดือนนับจากนี้ หรือประมาณสิ้น พ.ค. ราคาน้ำมันอาจไปถึง 240 เหรียญ/บาร์เรล ซึ่งหากจำเป็นก็ต้องปรับค่าตั๋วให้ครอบคลุมต้นทุนที่เพิ่มขึ้น  แต่เหตุการณ์นี้น่าจะมีอะไรชัดเจนก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ (พ.ย.69) หรือควรจะก่อนหน้านั้นไม่อย่างนั้นจะมีผลต่อคะแนนเสียงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ

นายชายกล่าวว่า ในสัปดาห์นี้จะมีการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ นัดพิเศษ เพื่อติดตามสถานการณ์และรายงานแผนรองรับ  หรือ Crisis Management ในระยะสั้นไม่เกินปลายปีนี้ และจะมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากถึงทริกเกอร์ที่วางไว้จะดำเนินการตามมาตรการที่วางไว้
นายชาย กล่าวว่า บริษัทได้เตรียมสภาพคล่องไว้รองรับกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน จำนวนถึง 123,560 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 ซึ่งนับว่าสูงเป็นประวัติการณ์ และปัจจุบันก็มีสภาพคล่องมีมากขึ้น เนื่องจากบริษัทก็เคยเจอวิกฤตมาก่อนแล้ว แม้ว่าจะยังไม่เกิดเหตุการณ์หรือวิกฤต แต่เพื่อความไม่ประมาท เราจะเก็บสภาพคล่องไว้เพื่อรองรับกับความไม่แน่นอน โดยคาดว่าสภาพคล่องที่มีอยู่จะช่วยประคองในยามที่เกิดวิกฤต

“สิ่งที่เราเตรียมไว้ดีกว่าเมื่อก่อน ธุรกิจสายการบินกระแสเงินสดสำคัญที่สุด ใครสายป่านไม่ยาวก็ไปก่อ เราไม่เคยประมาท  ถึงเก็บไว้มากกว่าในอดีตที่ผ่านมาเมื่อสิ้นปีก่อน เรามี 1.2 แสนล้านบาท  และยังต้องลดค่าใช้จ่ายการดำเนินงานที่ไม่จำเป็น และเลื่อนการลงทุนในส่วนไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงาน หรือไม่จำเป็นเร่งด่วน เช่น การลงทุนอุปกรณ์ต่างๆในลานจอดก็ใช้ของเก่าไปก่อน ทั้งนี้จนกว่าสถานการณ์จะกลับมาดีขึ้น”นายชายกล่าว