สัมภาษณ์พิเศษ “เก๋-ณัฐสินี” ไออาร์เน็ตเวิร์ค ” : บทบาท IR กับการสร้างความเชื่อมั่น

HoonSmart.com>> สัมภาษณ์พิเศษ “ณัฐสินี ระเบียบนาวีนุรักษ์” ชี้บทบาท IR ในยุคตลาดหุ้นผันผวน การสื่อสารเชิงกลยุทธ์ สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน

ท่ามกลางภาวะตลาดทุนที่เผชิญความผันผวนและความไม่แน่นอน “การสื่อสารกับนักลงทุน” กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยประคองความเชื่อมั่นของตลาด ณัฐสินี ระเบียบนาวีนุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไออาร์ เน็ตเวิร์ค จำกัด ให้มุมมองถึงบทบาทของที่ปรึกษาด้านนักลงทุนสัมพันธ์ (IR) และประชาสัมพันธ์องค์กร ซึ่งไม่เพียงมีความสำคัญในช่วงวิกฤติ แต่ยังเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างความเข้าใจระหว่างองค์กร นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียในตลาดทุน

*** การสื่อสารที่ดี คือรากฐานความเชื่อมั่น

ณัฐสินีกล่าวว่า ความน่าเชื่อถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กร โดยเฉพาะบริษัทที่อยู่ในตลาดทุนซึ่งต้องสื่อสารข้อมูลกับผู้มีส่วนได้เสียอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุน ผู้ถือหุ้น นักวิเคราะห์ หรือสื่อมวลชน

การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพต้องตั้งอยู่บนข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน และมีระบบ เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าใจทิศทางธุรกิจและวิสัยทัศน์ของผู้บริหารได้อย่างถูกต้อง

“บทบาทของงานนักลงทุนสัมพันธ์ คือการทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างบริษัทกับตลาดทุน เพื่อให้ข้อมูลสำคัญถูกส่งต่ออย่างถูกต้องและทันเวลา” เธอกล่าว

แม้ชื่อของบริษัท ไออาร์ เน็ตเวิร์ค อาจไม่ได้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่ในแวดวงตลาดเงินตลาดทุนถือเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารนักลงทุนที่มีประสบการณ์ยาวนาน

*** IR Agency ต่างจาก PR อย่างไร

ณัฐสินีอธิบายว่า บริษัทนิยามตัวเองว่าเป็น Investor Relations Agency หรือ “IR Agency” ซึ่งทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและบริหารงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์แบบครบวงจร

แม้งาน IR จะมีความคล้ายคลึงกับงานประชาสัมพันธ์ แต่มีความแตกต่างสำคัญในเรื่องกลุ่มเป้าหมาย โดยงานประชาสัมพันธ์ทั่วไปจะสื่อสารกับสาธารณชนในวงกว้าง ขณะที่งานนักลงทุนสัมพันธ์จะเน้นกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ได้แก่ นักลงทุน นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ สื่อสายเศรษฐกิจ รวมถึงหน่วยงานกำกับดูแลอย่างสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์

บทบาทสำคัญของ IR Agency คือการนำข้อมูลที่ถูกต้องของบริษัทลูกค้า มาสื่อสารให้ตลาดเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นผลประกอบการ แผนธุรกิจ การเพิ่มทุน การจ่ายปันผล หรือกิจกรรมด้าน ESG

**** 3 ประโยชน์สำคัญของงาน IR
จากประสบการณ์ในแวดวงตลาดทุน ณัฐสินีมองว่างานนักลงทุนสัมพันธ์สร้างประโยชน์สำคัญให้กับบริษัทจดทะเบียนใน 3 ด้านหลัก ได้แก่

1. ทำให้ราคาหุ้นสะท้อนมูลค่าที่แท้จริง
เมื่อข้อมูลบริษัทถูกสื่อสารอย่างครบถ้วน นักลงทุนจะเข้าใจศักยภาพธุรกิจได้ดีขึ้น ส่งผลให้ราคาหุ้นสะท้อนมูลค่าที่เหมาะสม

2. ช่วยลดต้นทุนทางการเงิน
เมื่อบริษัทต้องการระดมทุน นักลงทุนที่เข้าใจธุรกิจอยู่แล้วจะตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ทำให้การเพิ่มทุนหรือออกหุ้นกู้มีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น

3. เปิดมุมมองจากภายนอกองค์กร
การทำ IR ยังช่วยให้บริษัทได้รับความคิดเห็นจากนักวิเคราะห์และนักลงทุน ซึ่งสามารถนำไปใช้ปรับปรุงการดำเนินธุรกิจได้

***  เครื่องมือสื่อสารครบวงจร
ภายใต้สโลแกน “Communication for Your Success” บริษัท ไออาร์ เน็ตเวิร์ค ให้บริการด้านนักลงทุนสัมพันธ์อย่างครบวงจร ตั้งแต่การวางแผนกลยุทธ์การสื่อสาร การจัดแถลงข่าว การสัมภาษณ์พิเศษ การจัด Roadshow และ Analyst Meeting ไปจนถึงกิจกรรม Company Visit และ Opportunity Day

นอกจากนี้ การใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, YouTube, TikTok และ X ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายการรับรู้ข้อมูลไปยังนักลงทุนในวงกว้าง

*** สื่อสารต่อเนื่อง แม้ในวันที่ตลาดไม่ดี

ณัฐสินีมองว่า สถานการณ์ตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันถือเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจภายในประเทศ

สำหรับบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แล้ว สิ่งสำคัญคือการรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนผ่านการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ราคาหุ้นได้รับผลกระทบเกินกว่าปัจจัยพื้นฐาน

“ความเชื่อมั่นไม่สามารถสร้างได้ในระยะสั้น แต่ต้องอาศัยการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปิดเผยข้อมูลธุรกิจ วิสัยทัศน์ของผู้บริหาร และแผนการเติบโตของบริษัท” เธอกล่าว

*** “ทำดีกว่าไม่ทำ” ในช่วงวิกฤติ

ณัฐสินีให้คำแนะนำว่า แม้ตลาดจะอยู่ในภาวะซบเซา บริษัทจดทะเบียนก็ไม่ควรหยุดการสื่อสารกับนักลงทุน

เพราะในช่วงวิกฤติ นักลงทุนต้องการข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจมากกว่าปกติ หากบริษัทไม่มีการสื่อสารใด ๆ หุ้นของบริษัทอาจกลายเป็นตัวแรกที่ถูกเทขายจากความกังวลของตลาด

ในทางกลับกัน หากบริษัทสามารถสื่อสารแผนการดำเนินธุรกิจและแนวทางรับมือสถานการณ์ได้อย่างชัดเจน จะช่วยให้ผู้ถือหุ้นมั่นใจและพร้อมถือหุ้นในระยะยาว

“การสื่อสารอย่างต่อเนื่อง คือการสร้างความเชื่อมั่น และทำให้นักลงทุนพร้อมเดินไปกับบริษัทในระยะยาว” ณัฐสินีกล่าวทิ้งท้าย