ตลท.มองต่างชาติขายหุ้นไทยแค่ปรับพอร์ต เล็งเสนอลดอายุเปิดบัญชี TISA เหลือ 18 ปี

HoonSmart.com>>ตลท.มองหุ้นไทยแหล่งหลบภัยสงครามอิหร่าน ชูปันผลเด่น พื้นฐานประเทศแกร่ง ส่วนนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นออก คาดปรับพอร์ตตามสถานการณ์ เตือนนักลงทุนอย่าตื่นตระหนกสงคราม โอกาสเข้าซื้อหุ้นที่ราคาปรับตัวลงมาก ส่วน TISA เล็งเสนอรัฐบาลลดอายุเปิดบัญชีเงินออมเพื่อการลงทุน เหลือ 18 ปี จาก 20 ปี บริบูรณ์ หวังดึงคนรุ่นใหม่เข้าตลาดหุ้น

กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์

ศาสตราจาร์ยพิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ปาฐกถาพิเศษ “Unveiling the Potential Future of Thailand” งานสัมมนา ONEAM Investment Forum 2026 : Unlock the Unknown(s) จัดโดยบลจ.วรรณ ว่าโลกปัจจุบันเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งจากสงครามความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและปัญหาซัพพลาย เชน ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและเงินเฟ้อ

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย พบว่ายังมีความแข็งแกร่ง โดยมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง และหนี้สาธารณะยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง

“ประเทศไทยน่าจะเป็น Safe Haven ที่จะอยู่รอดในเรื่องของข้อขัดแย้ง, โลจิสติกส์และหลายเรื่อง ประเทศไทยเรายังมีความหวังที่จะเติบโตและปลดล็อกศักยภาพได้” ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์ กล่าว

นอกจากนี้หุ้นไทยยังเห็นโอกาสในการลงทุนจากจุดเด่นที่มีการจ่ายเงินปันผลต่อเนื่องและจ่ายสูงกว่าตลาดในภูมิภาค โดยปี 2568 บริษัทจดทะเบียน (บจ.)ไทย จ่ายเงินปันผลรวม 6.8 แสนล้านบาท (เฉลี่ยประมาณ 4%) นำโดยกลุ่มธนาคาร พลังงานและเทคโนโลยี รวมทั้งระดับราคาหุ้น(P/E) เฉลี่ยที่ระดับ 16 เท่า และหลายบริษัทมีราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (P/BV) ต่ำกว่า 1 เท่า ซึ่งถือว่าน่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะยาว

“ตลาดหุ้นไทยหลังเลือกตั้ง ดัชนีปรับตัวขึ้นทะลุ 1,500 จุด แต่พอเกิดประเด็นสงครามอิหร่าน หุ้นไทยปรับตัวลดลงเฉลี่ย 7% (จากวันที่รู้ผลเลือกตั้ง) แต่ภาพรวมถือว่าปรับตัวลดลงน้อยกว่าประเทศอื่นๆ อย่างเกาหลีใต้ลดลงกว่า 11% ญี่ปุ่น ลดลง 7% โดยมองพื้นฐานบริษัทจดทะเบียนยังดี”ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ กล่าว

อย่างไรก็ตามประเด็นผลกระทบจากน้ำมัน ยังไม่สามารถประเมินได้ แต่คาดว่าสถานการณ์สงครามคงไม่ยืดยาว ดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสฟื้นตัว อยากเตือนนักลงทุนว่าอย่าตื่นตระหนกและมองเป็นโอกาสดีในบางธุรกิจที่ราคาปรับตัวลดลงมา และไม่ควรรีบขายหุ้น โดยเฉพาะหุ้นที่ได้รับปันผลดี

ในขณะที่ทิศทางการเมือง แนวทางการจัดตั้งคณะรัฐบาล (ครม.) ภาพรวมเป็นไปด้วยดี เชื่อว่านักลงทุนต่างประเทศเห็นภาพเดียวกัน

สำหรับความคืบหน้าโครงการ TISA หรือบัญชีเงินออมเพื่อการลงทุน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีเงินไว้ใช้หลังเกษียณระยะยาว ว่า มีแนวคิดเสนอให้ลดอายุผู้เปิดบัญชีลงทุนของ TISA ให้เหลือ 18 ปี จากเดิม 20 ปีบริบูรณ์ โดยไม่ต้องเปิดบัญชีร่วมกับผู้ปกครอง เพื่อขยายฐานการลงทุนให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น

“อนุกรรมการตลาดทุน ซึ่งมีหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจะมีการประชุมทบทวนข้อเสนอแนะการพัฒนาตลาดทุนว่าต้องการเพิ่มหรือแก้ไขจุดไหนบ้าง ก่อนปรับปรุงแผนภาพรวม และส่งต่อไปยังคณะกรรมการชุดใหญ่ในวันที่ 17-18 มี.ค.นี้ เพื่อเตรียมเสนอกระทรวงการคลังภายใน 1 เดือนหลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ หรือประมาณเดือนเม.ย. คาดว่ารายละเอียดโครงการ TISA จะมีความชัดเจนและออกประกาศได้ในเดือนพ.ค.นี้”ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ กล่าว

รวมทั้งเสนอปรับปรุงกฎระเบียบ หรือกิโยตีนกฎหมาย (Regulatory Guillotine)

ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ มองกรณีนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยออกมาหลายวันในช่วงนี้ มองว่าเป็นการปรับพอร์ตการลงทุนตามสถานการณ์ ปัจจัยพื้นฐานยังดีไม่น่าห่วง

“วันนี้ถ้าผมเป็นนักลงทุนต่างชาติ มองไทยน่าสนใจเป็น Safe Haven ซึ่งแนวทางของรัฐบาลเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนมากขึ้น โดยยังมองเม็ดเงินลงทุนต่างชาติยังคงไหลเข้าตลาดหุ้นไทย หากมีการปรับปรุงกฎหมายให้สะดวกต่อการลงทุนมากขึ้น”ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ กล่าว

สำหรับการปราบปรามทุจริตบริษัทจดทะเบียน ยอมรับว่าปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างกรณี STARK และ MORE อาจเกิดขึ้นได้ แต่สิ่งสำคัญคือการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยี มาช่วยตรวจจับความผิดปกติ และการประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เพื่อดำเนินคดีและอายัดทรัพย์สินให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–