PTG กวาดกำไร 1,074 ลบ. ปันผล 0.35 บ. “พันธุ์ไทย” นำ Non-Oil โตเด่น

HoonSmart.com >>PTG เสิร์ฟงบปี 68 กำไรแตะ 1,074 ลบ. – EBITDA โต 11.3% กาแฟพันธุ์ไทยนำทัพ Non-Oil โตเด่น – มาร์เก็ตแชร์ค้าปลีกน้ำมันพุ่ง 22.0% บอร์ดแจกปันผล 0.35 บ./หุ้น  “พิทักษ์ รัชกิจประการ” ซีอีโอ ตั้งเป้า Non-Oil ปีนี้โต 30-40% ขยายสาขา “กาแฟพันธุ์ไทย” 800 สาขา และ “ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย” 50 สาขา 

พิทักษ์ รัชกิจประการ

บริษัท  พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) เปิดผลงานปี 2568 มีกำไรสุทธิ  1,074 ล้านบาท ส่วนรายได้จากการขายและการให้บริการมีจำนวน 224,341 ล้านบาท ขณะที่ EBITDA เติบโตถึง 11.3% YoY รับอานิสงส์ธุรกิจ Non-Oil ที่มีสัดส่วนกำไรขั้นต้น 37.1% หรือ 6,482 ล้านบาท เติบโต 75.7% ชูธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยมีรายได้เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 134.3% จากการขยายสาขามากกว่า 2,000 สาขา และการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG)

ขณะที่ธุรกิจ Oil ยังคงครองมาร์เก็ตแชร์อยู่ที่ 22.0% อย่างแข็งแกร่ง ตั้งเป้ารายได้ธุรกิจ Non-Oil ปี 2569 อยู่ที่ 30-40% YoY ขณะที่สัดส่วนกำไรขั้นต้นธุรกิจ Non-Oil อยู่ที่ 40-45% กลุ่มสมาชิก PT Max Card, PT Max Card Plus และ PT Max Card Plus EV ยังคงเป็นตัวขับเคลี่อนหลัก ด้านบอร์ดอนุมัติจ่ายปันผลงวดปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.35 บาท กำหนดจ่าย 15 พ.ค.นี้

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  PTG  เปิดเผยว่า ถึงผลการดำเนินงานงวดปี 2568 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568) ของบริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 1,074 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.1 % YoY และมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จำนวน 6,899 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.3% YoY

ส่วนกำไรขั้นต้นมีจำนวน 17,489 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.4% YoY โดยได้รับปัจจัยหนุนจากธุรกิจ Non-Oil ซึ่งมีกำไรขั้นต้นเติบโต 75.7% YoY ส่งผลให้สัดส่วนกำไรขั้นต้นจากธุรกิจ Non-Oil เพิ่มขึ้นเป็น 37.1% ของกำไรขั้นต้นรวม จาก 25.0% ในปี 2567 สะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของพอร์ตธุรกิจที่มีความสมดุลและมีคุณภาพมากขึ้น

รายได้จากการขายและการให้บริการมีจำนวน 224,341 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.7% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากราคาขายปลีกเฉลี่ยในธุรกิจ Oil ที่ปรับลดลง ขณะที่ปริมาณจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางยังสามารถรักษาระดับได้ใกล้เคียงกับปีก่อน สะท้อนเสถียรภาพของอุปสงค์และความแข็งแกร่งของฐานลูกค้า ส่วนธุรกิจ Non-Oil เติบโตโดดเด่น โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 31.7% YoY เป็น 23,654 ล้านบาท

ทั้งนี้ได้รับแรงขับเคลื่อนสำคัญจากธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยที่มีรายได้ 5,309 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 134.3% YoY จากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นปี 2568 มีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 2,151 สาขา เพิ่มขึ้น 59.7% YoY เทียบเท่ากับอัตราการขยายมากกว่า 2.2 สาขาต่อวัน รวมถึงการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม (Same-Store-Sales) จากการกลับมาใช้บริการของกลุ่มลูกค้าสมาชิกเป็นหลักและแคมเปญทางการตลาดที่มีออกมาอย่างต่อเนื่อง

ส่วนธุรกิจก๊าซ LPG มีรายได้จำนวน 10,337 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% YoY เป็นผลมาจากปริมาณการจำหน่ายก๊าซ LPG ผ่านทุกช่องทางที่เติบโต 7.9% YoY เป็น 421 ล้านกิโลกรัม และมีจำนวนสาขาธุรกิจ LPG เพิ่มขึ้น 21.6% YoY เป็น 698 สาขา อย่างไรก็ตามบริษัท ยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มของปริมาณการจัดจำหน่ายก๊าซ LPG ผ่านสถานีบริการเป็นอันดับที่ 1 ในปี 2568

รายได้จากการขายและการให้บริการธุรกิจ Oil ในปี 2568 มีจำนวน 200,687 ล้านบาท ซึ่งบริษัท มีปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางรวมทั้งสิ้นประมาณ 6,685 ล้านลิตร ขณะที่ปริมาณการจำหน่ายผ่านช่องทางค้าปลีกผ่านสถานีบริการ PT เป็นหลักอยู่ที่จำนวน 6,569 ล้านลิตร สะท้อนความแข็งแกร่งของฐานลูกค้าและประสิทธิภาพในการบริหารเครือข่ายสถานีบริการของบริษัท บริษัท ยังคงมีส่วนแบ่งการตลาดผ่านช่องทางค้าปลีกผ่านสถานีบริการ PT เป็น 22.0% และปี 2569 ตั้งเป้าปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเติบโตประมาณ 3-5% YoY และคาดว่าจะมีจำนวนสถานีบริการน้ำมันรวมประมาณ 2,309 สถานีภายในปี 2569

นายพิทักษ์ กล่าวว่าปี 2569  ตั้งเป้าอัตราการเติบโตของรายได้จากธุรกิจ Non-Oil อยู่ในระดับ 30-40% YoY และรักษาสัดส่วนกำไรขั้นต้นของธุรกิจ Non-Oil ไว้ที่ประมาณ 40-45% ผ่านการบริหารพอร์ตธุรกิจ การควบคุมต้นทุน และการเพิ่มเติมสัดส่วนธุรกิจที่มีมาร์จิ้นสูงอย่างต่อเนื่อง ส่วน EBITDA ตั้งเป้าเติบโต 8-12% YoY

ทั้งนี้ ธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยยังคงเป็นธุรกิจที่สำคัญของ Non-Oil  ปีนี้วางแผนขยายสาขาไม่น้อยกว่า 800 สาขา ควบคู่กับการสร้างฐานลูกค้าใหม่ ขณะเดียวกันได้ต่อยอดพอร์ตธุรกิจอาหารผ่านการเปิดตัวแบรนด์ “ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย” ซึ่งได้เปิดสาขานำร่องแล้ว 3 สาขา ในปีที่ผ่านมา และปีนี้ วางแผนขยายเพิ่มเติมประมาณ 50 สาขา

ส่วนธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มอื่น ๆ ยังคงเดินหน้าขยายต่อเนื่อง อาทิ ธุรกิจ SUBWAY ขณะที่ ธุรกิจ LPG วางเป้าหมายขยายจุดให้บริการรวมเป็นประมาณ 836 จุด โดยการเติบโตยังคงมาจากธุรกิจก๊าซหุงต้มเป็นหลัก ในส่วนของธุรกิจ Non-Oil อื่นๆ เช่น ร้านสะดวกซื้อ Max Mart, ศูนย์ซ่อมบำรุงรถยนต์ และศูนย์บริการ Autobacs, สถานีบริการรูปแบบใหม่ PT GIGA EV และสถานีอัดประจุไฟฟ้า EleX by EGAT PT ยังคงขยายเครือข่ายเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์และเพิ่มการเข้าถึงของลูกค้าในระยะยาว

บริษัท ฯ จ่ายปันผล สำหรับผลงาน 2568 หุ้นละ 0.35 บาท ขึ้น XD  วันที่ 10 มี.ค.นี้  จ่ายเงินปันผล วันที่ 15 พ.ค. 2569

“ ปี 2568 สะท้อนความสามารถของบริษัท ในการรักษาสมดุลระหว่างธุรกิจ Oil ซึ่งเป็นฐานรายได้หลัก และการเร่งเติบโตของธุรกิจ Non-Oil ที่มีอัตราการทำกำไรสูงกว่า โดยเฉพาะธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยซึ่งยังคงขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตต่อไป

ขณะเดียวกัน บริษัทมุ่งเสริมความแข็งแกร่งของฐานลูกค้าผ่านการพัฒนาระบบสมาชิก PT Max Card, PT Max Card Plus และ PT Max Card Plus EV ควบคู่กับการเชื่อมโยงบริการภายใต้ Max World Ecosystem เพื่อเพิ่มความถี่ในการใช้บริการ และสร้างความผูกพันระยะยาวกับลูกค้า โดยมุ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การพักผ่อน การรับประทานอาหาร หรือการดูแลรถยนต์ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัท ในการสร้างความ “อยู่ดี มีสุข” ให้กับผู้บริโภค ผ่านการยกระดับคุณภาพชีวิตและประสบการณ์ในทุกช่วงจังหวะของการใช้ชีวิต”