HoonSmart.com >>นักวิเคราะห์คาดดัชนี ของญี่ปุ่นพุ่งแตะ 60,750 จุด ปี 2027 จากปัจจัย กำไรบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง ความคาดหวังนโยบายการคลังที่เอื้อต่อเศรษฐกิจ หนุนความเชื่อมั่น

นักกลยุทธ์คาดการณ์ว่า ดัชนี Nikkei จะเข้าสู่ช่วงพักฐาน (Consolidation) ในระยะสั้น ก่อนที่การเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนและเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศ จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ดัชนีทะลุระดับ 60,000 จุด ภายในปี 2027
จากการสำรวจความคิดเห็นของนักกลยุทธ์ด้านตราสารทุนโดยสำนักข่าว Reuters พบว่า มีการคาดการณ์ว่า ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นจะเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways เป็นส่วนใหญ่ในระยะสั้น ก่อนจะกลับเข้าสู่ทิศทางขาขึ้นและพุ่งทะลุหลักไมล์สำคัญที่ 60,000 จุด ภายในช่วงกลางปี 2027
ดัชนี Nikkei 225 ซึ่งปรับขึ้นมากว่า 13% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (Year-to-Date) เพิ่งจะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ระหว่างวัน (Intraday High) เหนือระดับ 58,000 จุด หลังจากนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งแบบถล่มทลาย
ปัจจัยหลักที่หนุนการปรับขึ้นของดัชนีคือ ผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง ความคาดหวังต่อนโยบายการคลังที่เอื้อต่อเศรษฐกิจ ซึ่งช่วยหนุนความเชื่อมั่น และดันค่ากลางของคาดการณ์ (Median Forecast) สำหรับช่วงกลางปี 2026 ขึ้นไปอยู่ที่ 57,500 จุด ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ในช่วงปลายปีที่แล้วอย่างมีนัยสำคัญ
แม้นักวิเคราะห์จะมองว่าโอกาสในการปรับตัวขึ้น (Upside) จนถึงเดือนมิถุนายนนี้มีจำกัด แต่ส่วนใหญ่ประเมินว่าจะเป็นช่วงของการพักฐานมากกว่าที่จะเป็นการปรับฐานลงอย่างรุนแรง การพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาทำให้เกิดความกังวลเรื่องระดับราคา (Valuation) ที่ตึงตัว แต่นักกลยุทธ์คาดว่า “เวลา” จะเป็นตัวช่วยคลายความตึงตัวนี้แทนที่จะเป็นการลดลงของราคา
ทั้งนี้ คาดว่าดัชนีจะขยับเข้าใกล้ 58,500 จุด ภายในสิ้นปี 2026 ก่อนจะไต่ระดับสู่ 60,750 จุด ภายในกลางปี 2027
เงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศ ยังคงเป็นเสาหลักสำคัญสำหรับมุมมองเชิงบวกในระยะกลาง
ข้อมูลจากรัฐบาลระบุว่า นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิในหุ้นญี่ปุ่นถึง 1.42 ล้านล้านเยน ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งถือเป็นยอดเงินไหลเข้ารายสัปดาห์ที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม ช่วยเสริมแรงส่งของตลาดเนื่องจากผู้จัดการกองทุนระดับโลกกำลังเพิ่มสัดส่วนการลงทุน ในญี่ปุ่น อีกทั้งคาดว่าผลประกอบการที่แข็งแกร่งในประเทศยังดึงเงินลงทุนไหลเข้า
กระแส AI ยังคงช่วยหนุนกลุ่มอุตสาหกรรมเฉพาะทาง โดยเฉพาะกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ เครื่องผลิตชิป และโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซนเตอร์ ตราบใดที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในสหรัฐฯ ยังคงรักษาระดับการใช้จ่ายไว้ได้ อย่างไรก็ตาม กลุ่มซอฟต์แวร์บางส่วนกลับเผชิญกับแรงขายหนักจากความกังวลเรื่องการถูกดิสรัปโดย AI
นักวิเคราะห์มองความเสี่ยงที่จะเกิดการปรับฐานลง 10% ในช่วง 3 เดือนข้างหน้าไว้ในระดับต่ำ และเชื่อว่าหากตลาดหุ้นสหรัฐฯ เกิดความผันผวน ผลกระทบที่จะส่งต่อมายังญี่ปุ่นจะอยู่ในวงจำกัด
โดยสรุปแล้ว ความเห็นส่วนใหญ่ชี้ไปที่ การพักฐานใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ก่อนที่ผลประกอบการจะมีหนุนการปรับขึ้นรอบใหม่ ให้ทำสถิติสูงสุดระดับถัดไป
