HoonSmart.com>>บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินทิศทางตลาดหุ้นวันนี้คาดดัชนี “ทรงตัว” ในกรอบแนวรับ 1,460 – 1,470 จุด แนวต้าน 1,490 จุด หลัง Fund Flow ต่างชาติเริ่มชะลอตัว ด้าน Valuation ของ SET ค่อนข้างตึงตัว รอติดตามฟอร์มรัฐบาลใหม่ “ตลาดหุ้นสหรัฐฯ” ร่วงแรงกังวล AI Model แนะทยอยซื้อช่วงดัชนีอ่อนตัวเน้นกลุ่ม Value หุ้นแนะนำวันนี้ SCGP, BCH

บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด ประเมินดัชนี SET ทรงตัวในกรอบแนวรับ 1,460 – 1,470 จุด แนวต้าน 1,490 จุด หลัง Fund Flow ต่างชาติเริ่มชะลอตัว กอปรกับ Valuation ของ SET ค่อนข้างตึงตัวที่ระดับ F/PE 15.7 เท่า และอยู่ระหว่างรอติดตามการฟอร์มรัฐบาลใหม่ แนะนำทยอยซื้อเมื่อดัชนีอ่อนตัวในกลุ่ม Value เช่น ADVANC, GULF, KBANK, SCB, BDMS, SCCC
ประเด็นสำคัญวันนี้ติดตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสัปดาห์ที่ผ่านมา และวันพรุ่งนี้ติดตามผลการประชุม กนง.ซึ่งตลาดคาดจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1.25% รวมถึงการรายงานกำไร บจ. Q4/68 โดยบริษัท 157 แห่งที่ส่งงบแล้วมีกำไรดีกว่าคาด +8.8% ดีกว่าเดิมคาด +4.1%
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดวานนี้ร่วงแรง DJIA -1.66%, S&P500 -1.04%, Nasdaq -1.13% นำโดยกลุ่มการเงิน -3.3%, บริการซอฟต์แวร์ -4.3% จากความกังวลต่อ AI Model จะเข้าทดแทนระบบปฏิบัตการซอฟต์แวร์แบบเดิม ส่วนกลุ่มสายการบิน -3.8% ถูกผลกระทบจากพายุฤดูหนาว ส่งผลให้ต้องยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก ขณะที่กลุ่มบริการสุขภาพ +1.22% นำโดย Eli Lilly +4.9% หลังผลทดสอบยาลดความอ้วน Zepbound มีประสิทธิภาพดีกว่ายา CagriSoma ของ Novo Nordisk
ส่วนประเด็นภาษีศุลกากร ปธน.ทรัมป์ได้ใช้ ม.122 เพื่อเก็บภาษีในอัตรา 15% เป็นเวลา 150 วัน และยังอาจใช้ กม. อื่น ๆ เช่น ม.301 เก็บภาษีรายอุต ฯ เพื่อขดเชยกับภาษีที่ถูกศาลสั่งยกเลิก จากประเด็นดังกล่าวสหรัฐอาจถูกเรียกเงินชดเชยภาษีจากบริษัทคู่ค้าต่างประเทศสูงถึง 1.3 แสนล้านดอลลาร์
สัปดาห์นี้วันพุธติดตามการรายงานงบของ Nvidia, วันศุกร์ US PPI ม.ค. คาด +0.3% & ธ.ค. +0.5% MoM
หุ้นแนะนำ SCGP (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 26.00 บาท) บริษัทตั้งงบลงทุนปี 69 ที่ 1 หมื่นล้านบาท มีเป้าหมาย EBITDA 1.83 หมื่นล้านบาท (+6%YoY) มองหาโอกาสขยายการลงทุนในเวียดนาม อินโดนีเซีย และอินเดียที่ภาพรวมเศรษฐกิจเติบโตสูง รวมถึงลงทุนในระบบอัตโนมัติเพื่อลดต้นทุน และค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงาน
ในส่วนของแนวโน้มผลประกอบการ 1Q69 คาดกำไรปกติฟื้นตัว QoQ หนุนจากต้นทุนวัตถุดิบเศษกระดาษรีไซเคิล (RPC) ปรับลดลง ขณะที่การปรับโครงสร้างองค์กรและสัญญาการซื้อเชื้อเพลิงของ Fajar จะช่วยลดต้นทุนลงมาก
อย่างไรก็ตามในแง่ของปริมาณขายคาดลดลงเนื่องจากวันหยุดยาวในเวียดนามและอินโดนีเซีย โดยภาพรวมปี 69 บริษัทคาดว่า Fajar จะถึงจุดคุ้มทุนในช่วง 2Q69-3Q69 ผ่านการลดต้นทุนการผลิต ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย และหาตลาดส่งออกใหม่ลดการพึ่งพิงจีน ทั้งนี้อิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรสุทธิปี 69-70 ราว 4.4 พันล้านบาท +9%YoY และ 5.1 พันล้านบาท +15%YoY
หุ้น BCH (ซื้อ/ ราคาเป้าหมาย 15.60บาท) ประเมินกำไรสุทธิ 4Q68 อยู่ที่ 270 ลบ.(+16%YoY, -22%QoQ) มีปัจจัยกดดันจากค่าปรับรายได้SSO และการปิดร.พ.ที่อรัญประเทศราว 2 สัปดาห์จากสถานการณ์พรมแดนไทย-กัมพูชา แต่ภาพ YoY ยังสามารถฟื้นตัวได้จากฐานต่ำใน 4Q67 ที่มีรายการลบจากการปรับการรับรู้รายได้ประกันสังคมโรค Adj.RW>2 เหลือ 8,000 บาท/adj.RW และ การปรับปรุงรายการ Covid-19
ส่วนภาพรวมการดำเนินงานปี2569 คาดหวังการฟื้นตัวจากรายได้ประกันสังคมโรค Adj.RW>2 มีความเสถียรมากขึ้นที่ 12,000 บาท/adj.RW และ การฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติบางชาติ เช่น คูเวต และ กัมพูชา

