CPAXT ร่วง ผิดหวังกำไรเพียง 9,356 ลบ. รายได้ 520,706 ล้านบ.ออนไลน์โต 27.4%

HoonSmart.com>>”ซีพี แอ็กซ์ตร้า” (CPAXT)  โชว์ผลงานปี 68  กวาดรายได้ 520,706 ล้านบาท ออนไลน์โตแกร่ง 27.4% กำไรสุทธิร่วงลง 11.48% เหลือ 9,356 ล้านบาท อัตราหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net IBD to Equity) อยู่ที่ 0.33 เท่า บริหารโครงสร้างเงินทุนอย่างมีวินัย รองรับโตมั่นคงระยะยาว  ส่วนปี 69 ชู 5 กลยุทธ์โตทั้งในและต่างประเทศ บอร์ดจ่ายเงินปันผลอีก 0.53 บาท/หุ้น  ขึ้น XD  20 เม.ย.นี้  ราคาหุ้นร่วง 5%  ผิดหวังกำไรน้อยกว่าคาด 

บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า  (CPAXT) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก แม็คโคร-โลตัส เปิดเผยผลประกอบการปี 2568  รายได้รวม 520,706 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 9,356 ล้านบาท  กำไรหุ้นละ 0.90  บาท ลดลงจำนวน 1,213 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 11.48% จากกำไรสุทธิ  10,569 ล้านบาทหรือ 1.61 บาทต่อหุ้นในปี 2567

รายได้ได้รับแรงหนุนจาก ยอดขายกลุ่มสินค้าอาหารสด ซึ่งเป็นจุดแข็งของบริษัทฯ ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการเติบโตของสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัทฯ (Private Label) ซึ่งช่วยสร้างความแตกต่างและหนุนภาพรวมรายได้ ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

กลุ่มธุรกิจฟูดเซอร์วิสเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากยอดขายสินค้าฟูดเซอร์วิส ที่บริษัทฯ เข้าซื้อหุ้นใน Renewed Hope Pte. Ltd. ในไตรมาส 3 ปี 2568 ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพและขยายฐานลูกค้าในกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร และผู้ประกอบการฟูดเซอร์วิส

การเติบโตของรายได้จากการขายนอกร้าน เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของบริษัทฯ โดยมาจากการเพิ่มของยอดขายผ่านทีมขาย B2B โดยเฉพาะกลุ่ม HoReCa ที่ยังคงเติบโตได้ดี ในส่วนของยอดขายออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม “Makro PRO” และ “Lotus’s Smart App” เติบโตโดดเด่นถึง 27.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยล่าสุด “Makro PRO” ได้รับการจัดอันดับจาก Euromonitor International ให้เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยอันดับ 1 และเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอันดับ 1 ด้านยอดขายแบบ First-party (1P) ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน เดินหน้าขยายสาขาและพื้นที่ให้บริการ เพื่อเข้าถึงลูกค้าได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น พร้อมเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจออนไลน์ด้วยเครือข่ายกว่า 2,600 สาขาทั่วประเทศที่ทำหน้าที่เป็นจุดกระจายและจัดส่งสินค้า

บริษัทฯ ยังคงรักษาฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net IBD to Equity) อยู่ที่ 0.33 เท่า สะท้อนความสามารถในการบริหารโครงสร้างเงินทุนอย่างมีวินัย และรองรับการเติบโตในระยะยาวได้อย่างมั่นคง

นายธานินทร์ บูรณมานิต ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า กล่าวว่า บริษัทฯ เดินหน้าขยายการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน บนพื้นฐานของวินัยทางการเงินและการบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ โดยมุ่งเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก ควบคู่กับการเดินหน้าพัฒนา ‘พื้นที่ความสุขของชุมชน’ (Happy Mall) เร่งขยายการขายนอกร้าน โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ ควบคู่การยกระดับการใช้เทคโนโลยีและข้อมูล ในการขับเคลื่อนองค์กร สู่เป้าหมายการเป็น Retail Tech ชั้นนำของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดยในปี 2569 บริษัทฯ มุ่งขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ ผ่าน 5 กลยุทธ์หลัก ได้แก่

1) การสร้างการเติบโตทุกช่องทางจำหน่าย โดยเฉพาะการขายนอกร้าน ผ่านทีมขาย (B2B) และการขายออนไลน์ควบคู่การขยายสาขาในรูปแบบที่หลากหลาย

2) การเป็นผู้นำสินค้าอาหารสดและเพิ่มสัดส่วน Private Label พร้อมต่อยอดอาหารพร้อมปรุง และอาหารพร้อมทาน เพื่อสร้างความแตกต่างและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและผู้ประกอบการในราคาที่คุ้มค่า

3) การยกระดับศูนย์การค้าและพื้นที่เช่าให้เป็น “พื้นที่ความสุขของชุมชน” เพื่อสร้างรายได้จากการบริหารพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

4) การขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน โดยต่อยอดศักยภาพตลาดมาเลเซีย และขยายการดำเนินงานในฟิลิปปินส์ เพื่อสนับสนุนการเติบโตระยะยาว

5) การนำเทคโนโลยี และ AI มาใช้ยกระดับการดำเนินงาน โดยผสานความร่วมมือกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก เสริมความแข็งแกร่งของซัพพลายเชน และขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น Retail Tech ชั้นนำของภูมิภาค

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเห็นชอบให้เสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 อนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตรารวม 0.71 บาทต่อหุ้น เมื่อหักการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.18 บาทต่อหุ้นไปแล้ว คงเหลือเงินปันผลที่จะจ่ายอีก  0.53 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 21 เม.ย. 2569  ขึ้นคเรื่องหมาย XD  วันที่ 20 เม.ย.นี้ และกำหนดจ่ายในวันที่ 7 พ.ค.2569

ซีพี แอ็กซ์ตร้า มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่ความยั่งยืนในทุกมิติตามแนวทาง ESG โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ สร้างผลงานด้านความยั่งยืนโดดเด่นระดับโลก ได้รับการประเมิน Corporate Sustainability Assessment (CSA) โดย S&P Global องค์กรผู้จัดทำดัชนี DJSI ด้วยคะแนนรวม 88 จาก 100 คะแนน สูงเป็นอันดับ 2 ของโลกในกลุ่ม Food & Staples Retailing รวมถึงได้รับการประเมิน SET ESG Ratings ระดับ “AAA” และ MSCI ESG Rating ระดับ “A” ตอกย้ำผู้นำค้าส่งค้าปลีกไทยที่เติบโตควบคู่ความยั่งยืน พร้อมสร้างคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสียในทุกมิติ

บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า  ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) มีสาขากว่า 2,700 แห่ง ทั่วประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชีย พร้อมด้วยแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง

ด้านราคาหุ้น CPAXT  ซื้อขายที่ 16.40 บาท ร่วงลง 0.90 บาท  หรือ-5.20%  ณ เวลาประมาณ 12.00  น.  ราคาหุ้นปรับตัวลงเนื่องจากกำไรน้อยกว่าที่ตลาดและนักวิเคราะห์คาดการณ์