ซีไอเอ็มบี ไทย ตั้งเป้า WUM โต 3 เท่าแตะ 1 ลล.ใน 5 ปี เปิดตัว CIMB My Bond เปลี่ยนเกมการลงทุนหุ้นกู้ใหม่

HoonSmart.com>>ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ตั้งเป้า WUM โต 3 เท่า ใกล้แตะ 1 ล้านล้านบาทใน 5 ปี เปิดตัวบริการใหม่รายแรกในไทย ด้วยฟีเจอร์ CIMB My Bond รวมข้อมูลพันธบัตร หุ้นกู้ แปลงใบหุ้นกระดาษให้อยู่ในรูปดิจิทัลรายแรกในไทย ซื้อง่าย ขายครบ จบในแอปเดียว สร้างวัฒนธรรมการลงทุนแบบใหม่ให้รายย่อย เพิ่มสภาพคล่องในตลาดรอง มั่นใจไปได้อีกไกลจากปัจจุบันเทรดกันปีละแค่ 5 หมื่นล้านบาท 

นายภูดินันท์ เศรษฐนันท์ Head Affluent & Wealth Management ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ตั้งเป้า Wealth Under Management (WUM) หรือสินทรัพย์ลงทุนของลูกค้าเวลท์ ใน 5 ปีข้างหน้าเติบ โต 3 เท่าจากปัจจุบันที่มีประมาณ 300,000 ล้านบาท โดย 60% เป็นหุ้นกู้ รองลงมาเป็นกองทุนรวม ประกัน หากทำได้จริง WUM จะใกล้แตะ 1 ล้านล้านบาท นั่นหมายความว่าต้องโตเฉลี่ยปีละ 50%

ขณะที่ Wealth มีการสร้างรายได้ธนาคารอยู่ที่ 15% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หากทำได้ตามเป้าที่วางไว้ก็จะเป็นหนึ่งในธุรกิจที่สร้างรายได้หลักให้ธนาคาร และปีนี้จะเพิ่มการนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนในต่างประเทศ (Offshore) มากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงโอกาสใหม่ ๆ

ทั้งนี้จะมุ่ง หรือ โฟกัสสิ่งที่ธนาคารถนัด นั่นคือ เรื่องหุ้นกู้ ที่เป็นเบอร์ 1 ที่ให้บริการซื้อขายหุ้นกู้ทุกประเภทที่มีอายุมากกว่า 1 ปี มีการเทรดผ่านซีไอเอ็มบี ไทย 1.77 ล้านล้านบาท มีส่วนแบ่งตลาด 15.39% จากมูลค่าซื้อขายทั้งระบบ 11.49 ล้านล้านบาทการซื้อขายหุ้นกู้เอกชนผ่านธนาคาร มีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 เช่นกันอยู่ที่ 23.11% มูลค่าซื้อขาย 2.03 แสนล้านบาท

ขณะที่ มูลค่าการซื้อขายหุ้นกู้ทั้งระบบ 70% เป็นของสถาบันทั้งในและต่างประเทศ มีลูกค้ารายย่อยเพียง 30% เท่านั้น หรือประมาณ 5 หมื่นล้านบาทต่อปี ในขณะที่หุ้นปีนี้มีการซื้อขายวันละเกือบ 7 หมื่นล้านบาทเกือบครึ่งเป็นรายย่อย

“เรามองว่าตลาดรองหุ้นกู้รายย่อยจะสามารถเติบโตได้อีกมาก แต่ต้องทำงานให้หนักขึ้น ในการให้ความรู้ว่า หุ้นกู้ไม่ใช่แค่การลงทุนแบบ “ซื้อแล้วถือยาวรอครบกำหนดแล้วรับดอกเบี้ยเท่านั้น” แต่สามารถใช้เป็นเครื่องมือสร้างสภาพคล่องและบริหารผลตอบแทนได้ ถ้าเป็นนักลงทุนระยะยาว หากเริ่มลงทุนหุ้นกู้ตั้งแต่อายุ 20 และจัดพอร์ตอย่างมีวินัยถึงอายุ 60 ปี ผลตอบแทนทบต้นประมาณ 4 เท่าสามารถสร้างความมั่งคั่ง” นายภูดินันท์ กล่าว

นายภูดินันท์  สรุปผลตอบแทนของสินทรัพยฺที่อยู่ภายใต้การดูแล ของ Wealth Management ปี 2568  ราว 3 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นปีที่ประกาศจุดยืนการเป็น “Safer Pocket” การจัดพอร์ตให้สมดุล เหมาะสมกับความเสี่ยงของลูกค้าอย่างมีวินัย

สินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำ ได้ผลตอบแทน 3–4%
ความเสี่ยงระดับปานกลาง ให้ผลตอบแทน 7-8% และความเสี่ยงสูง ให้ผลตอบแทน 10-11%

ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่รับความเสี่ยงได้ระดับกลางถึงต่ำ ต้องการให้พอร์ตเติบโตอย่างยั่งยืน เงินต้นอยู่ครบแน่นอน ไม่เสี่ยงมาก

ในอนาคตหากสามารถทำให้วงเงินการซื้อหุ้นกู้ออกใหม่ ที่เรียกว่าตลาดแรก เล็กลงเรื่อยๆ จะทำให้นักลงทุนรายย่อยมีการลงทุนในหุ้นกู้มาก็ขึ้น จากปัจจุบันที่กำหนดลงทุนขั้นต่ำ 1 แสนบาท ทำให้คนลงทุนตรงได้น้อย ต้องลงทุนทางอ้อมผ่านการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้

ในส่วนของ ซีไอเอ็มบี ไทย ได้ลดวงเงินขั้นต่ำการซื้อ-ขาย หุ้นกู้เหลือ 5 หมื่นบาท และจะลดวงเงินขั้นต่ำลงอีกเพื่อให้รายย่อยเข้าถึงหุ้นกู้ได้มากขึ้น โดยธนาคารกำลังนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการต้นทุนหุ้นกู้ให้ต่ำลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความเป็นผู้นำตลาดต่อไป

การถือใบหุ้นกู้ที่เป็นกระดาษยังสูง เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ต้นทุนของผู้ออกหุ้นกู้ จะเห็นได้จากหุ้นกู้เอกชนที่มีมูลค่าคงค้าง 4.22 ล้านล้านบาท มีการถือใบหุ้นที่เป็นกระดาษ 1.9 ล้านล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นรายย่อย

ขณะที่ ผู้ถือหุ้นกู้เสียโอกาสนำเงินไปลงทุนใหม่ และเป็นอุปสรรคในการซื้อขาย ไม่สามารถนำมาต่อยอดในการบริหารสภาพคล่อง เพราะลืม จำไม่ได้ว่าหุ้นกู้ชุดนั้นจะจ่ายดอกเบี้ยออกมาเมื่อไหร่ จำนวนเท่าไหร่ และราคาหุ้นกู้เปลี่ยนไปอย่างไร ที่ผ่านมา ลูกค้าจะโทรถาม Relationship Manager ถือเป็น pain point ของลูกค้ารายย่อย

บริการใหม่รายแรกในไทย

ซีไอเอ็มบีไทย กำลังสร้างวัฒนธรรมใหม่ในการซื้อขายหุ้นกู้ในตลาดรองให้กับรายย่อย ด้วยการเปิดตัว ฟีเจอร์ CIMB My Bond บนแอปพลิเคชั่น CIMB THAI เพื่อยกระดับประสบการณ์ของนักลงทุน ให้สามารถบริหารการลงทุนหุ้นกู้ได้สะดวกขึ้น โดยใช้บัญชี Custodian Account และมีบริการฝากใบหุ้นกู้สำหรับผู้ที่ต้องการในรูปของดิจิทัล สามารถติดต่อธนาคารผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น อีเมล โทรศัพท์ หรือ LINE เพื่อรับบริการเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนหุ้นกู้

ฟีเจอร์ใหม่นี้จะเป็นผู้ช่วยส่วนตัว 24 ชั่วโมงโดยรวมทุกความต้องการของนักลงทุนมาไว้ในฟีเจอร์นี้ สามารถมองเห็นภาพรวมพอร์ตพันธบัตรและหุ้นกู้ทั้งหมดที่ฝากไว้กับธนาคาร

เจ้าของหุ้นกู้ จะเห็นข้อมูลสำคัญในหน้าจอเดียวเป็นศูนย์รวมข้อมูลพันธบัตรและหุ้นกู้พร้อมรายละเอียดสำคัญที่ควรรู้ช่วยเสริมความมั่นใจในการตัดสินใจลงทุน

สามารถติดตามกระแสเงินสดจากการลงทุนทั้งดอกเบี้ยและเงินต้น เห็นภาพรวมรายได้ชัดเจนทั้งรายเดือนและรายปีซึ่งจะช่วยให้วางแผนการเงินได้อย่างแม่นยำทำให้ไม่พลาดทั้งวันจ่ายดอกเบี้ยและวันคืนเงินต้น

“ทำให้เห็นราคาที่เปลี่ยนไป หรือ capital gain/loss ของหุ้นกู้เมื่อเทียบกับต้นทุน ถ้ากำไร สามารถขาย เพื่อเอาเงินไปซื้อตัวใหม่ หรือถ้าราคาต่ำกว่าที่เคยซื้อมา ก็สามารถตัดสินใจซื้อเพิ่มได้ และดอกเบี้ยที่จะเข้ามาจะมีการแจ้งเตือนล่วงหน้า 3 วัน ทำให้วางแผนไปเลือกหุ้นกู้ตัวใหม่ หรือสินทรัพย์อื่น เพิ่มโอกาสในการหาผลตอบแทนเพิ่มขึ้น”นายภูดินันท์ กล่าว

สำหรับ ฟีเจอร์ CIMB My Bond บนแอปพลิเคชั่น CIMB THAI จะเก็บหุ้นกู้ในรูปของดิจิทัลเท่านั้น คนที่มีใบหุ้นกู้เป็นกระดาษ ต้องส่งให้ทางธนาคารลงบันทึกในระบบดิจิทัล โดยจะใช้เวลา 4 วัน หลังจากนั้นสามารถกด ซื้อ-ขาย หุ้นกู้ผ่านแอปได้ ถ้าเป็นลูกค้าของธนาคารอยู่แล้วในกลุ่ม CIMB Preferred สามารถโทรมาให้ธนาคารไปรับใบหุ้นกู้ที่บ้านได้

นอกจากนี้ นักลงทุนที่ลงทุนหุ้นกู้ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้น ระหว่างวันนี้ – 20 เม.ย. 2569 จะได้รับตั๋วชมคอนเสิร์ต “CIMBweBOND Concert” วันที่ 9 พ.ค. นี้ ที่ One Bangkok Forum กับการแสดงแบบ Sitcom & Show รวมศิลปินกว่า 20 ชีวิต

“ฟีเจอร์ CIMB My Bond ยังไม่มีธนาคารไหนให้บริการ เราเป็นเจ้าแรกที่ทำ คาดว่าจะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนหุ้นกู้เพิ่มขึ้น เพราะในต่างประเทศไม่มีใลหุ้นกู้ที่เป็นกระดาษแล้ว อยู่ในรูปของดิจิทัลหมด ในไทยทางหน่วยงานกำกับ ให้ลูกค้าเลือกได้แล้วว่าจะรับหุ้นกู้เป็นแบบดิจิทัล หรือ กระดาษ ส่วนใหญ่ยังเลือกกระดาษ แต่อนาคตเชื่อว่าจะเป็นดิจิทัลหมดเหมือนต่างประเทศ เพราะซื้อง่าย ขายคล่อง สะดวก”นายภูดินันท์ กล่าว

นายภูดินันนท์ ย้ำว่า บริการดังกล่าวยืนยันว่าธนาคารเข้าใจวามต้องการของลูกค้ารายย่อย เป็นจุดแข็งที่แตกต่างจากธนาคารอื่นๆ จึงได้รับความไว้วางใจจากนักลงทุน หากจะซื้อขายหุ้นกู้ จะนึกถึงซีไอเอ็มบี ไทยก่อน เพราะสามารถตอบสนองความต้องการได้แทบทั้งหมด มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ทำไม่ได้

แนะถือพันธบัตร 20 ปี

นเชิงกลยุทธ์ ธนาคารแนะนำให้ผู้ลงทุนทยอยสะสมหุ้นกู้เอกชนคุณภาพดี ระดับ Investment Grade (BBB- ขึ้นไป) ในช่วงที่ credit spread ยังอยู่ในระดับจูงใจ

ขณะเดียวกัน ลูกค้าที่ถือพันธบัตรออมทรัพย์สามารถพิจารณาขายทำกำไรในตลาดรอง แล้วนำเงินกลับมาจัดสรรเพื่อลงทุนต่อ ทั้งออมหุ้นกู้เอกชนเพื่อเพิ่มผลตอบแทน

สำหรับผู้ที่เน้นความมั่นคงของเงินต้น สามารถพิจารณาออมพันธบัตรรัฐบาลอายุประมาณ 20 ปี ซึ่งปัจจุบันให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับอดีต

หาก กนง. ปรับลดดอกเบี้ยในช่วงกลางปี พันธบัตรระยะยาวมีโอกาสสร้างกำไรจากการขาย นอกเหนือจากผลตอบแทนดอกเบี้ยที่ได้รับอยู่แล้ว ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลตอบแทนโดยรวมของพอร์ตตราสารหนี้

ปี’69 นักลงทุนไม่กลัวหุ้นกู้แล้ว

สำหรับภาพรวมตลาดหุ้นกู้ปี 2569 ประเมินว่า ยอดการออกหุ้นกู้ใหม่จะอยู่ในกรอบ 8.8–9 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่ออกเพื่อไถ่ถอนหุ้นกู้รุ่นเดิมที่ครบกำหนด มากกว่าการออกเพื่อการลงทุนใหม่ แต่หากเศรษฐกิจฟื้นตัวชัดเจน จะเห็นการออกหุ้นกู้เพื่อขยายการลงทุนกลับมาคึกคักอีกครั้ง

ขณะที่การลงทุนในหุ้นกู้ปีนี้ มีบรรยากาศที่ผ่อนคลายขึ้นหลังจากปัจจัยการเมืองชัดเจน ตลาดหุ้นกลับมาสดใส และ จำนวนบริษัทที่ถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ (Downgrade) ปี 2568 ที่ผ่านมา ลดลงจาก 47 ราย เหลือ 34 ราย การผิดนัดชำระหนี้เริ่มชะลอตัว ความตื่นตระหนกของนักลงทุนลดลง เพราะเข้าใจแล้วว่าหุ้นกู้ผิดนัด หรือ เลื่อนจ่าย เป็นปัญหาเฉพาะรายบริษัท

ความต้องการลงทุนในหุ้นกู้เอกชนยังมีอยู่ ในยุคดอกเบี้ยอยู่ในทิศทางขาลงช่วยหนุนให้ Yield ของตราสารหนี้โดดเด่น โดยพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวให้ผลตอบแทนสูงถึง 7% ในปีที่ผ่านมา และ ปี 2569 คาดว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 1 ครั้ง เพิ่มความน่าสนใจของตลาดตราสารหนี้ โดยนักลงทุนยังคงนิยมลงทุนในหุ้นกู้ เรตติ้ง A ขึ้นไป เพื่อความปลอดภัย

นายภูดินันท์ มองว่าแผนการเติบโตของธุรกิจ Wealth ปีละ 50% เป็นไปได้ ผ่านการสร้างตลาดรองหุ้นกู้ เพิ่มสภาพคล่องให้รายย่อย ทำให้ตราสารหนี้เป็นสินทรัพย์ที่ซื้อขายหมุนเวียนได้ ไม่ใช่แค่ถือจนหมดอายุ ,ลดต้นทุนการบริหารจัดการ,เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงหุ้นกู้ของลูกค้ารายย่อย โดย ฟีเจอร์ CIMB My Bond บนแอปพลิเคชั่น CIMB THAI จะเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สามารถพลิกโฉมตลาดรองหุ้นกู้รายย่อยได้แค่ไหนนั้นน่าติดตาม