MTC ปักหมุดสินเชื่อปีนี้โต 10-15% เคาะปันผล 0.29 บ./หุ้น

HoonSmart.com >>MTC  ปักหมุดพอร์ตสินเชื่อปี 69 โต 10-15%  บอร์ดอนุมัติปันผล 0.29 บาท/หุ้น ขึ้น XD วันที่ 28 เม.ย.นี้ ฟากผู้บริหาร “ปริทัศน์ เพชรอำไพ”  มั่นใจคุม NPL ได้ตามเป้า 

ปริทัศน์ เพชรอำไพ

นายปริทัศน์ เพชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล  (MTC) เปิดเผยว่า บริษัทฯ มุ่งมั่นสร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เป็นธรรมผ่านเครือข่ายกว่า 8,673 สาขาทั่วประเทศ ควบคู่อัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรมสนับสนุน เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2568 พอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ที่ 183,222 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.56% รายได้รวม 8,057 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.83 % กำไรสุทธิ 1,781 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.47% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และสามารถควบคุมคุณภาพหนี้เสีย (NPL) ไว้ที่ 2.53%

ขณะที่ผลการดำเนินงานในปี 2568 พอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ที่ 183,222 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.56% มีรายได้รวม 30,739 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.17% และกำไรสุทธิ 6,723 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.59 % เทียบปีก่อน

สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการรักษาความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ระดับ 3.48 ในทิศทางที่ดีขึ้น และมีอัตราส่วนเงินสำรองต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage ratio) อยู่ที่ 142.99% สะท้อนการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพและการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ อนุมัติจ่ายปันผลเป็นเงินสดจากผลการดำเนินงานปี 2568 (มกราคม-ธันวาคม 2568) อัตรา 0.29 บาท/หุ้น

กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 28 เมษายน 2569 และจ่ายปันผลวันที่ 15 พฤษภาคม 2569

“ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันรายได้และกำไรในไตรมาส 4/2568 และภาพรวมทั้งปีเติบโตตามแผนงานที่วางไว้มาจากการเติบโตของสินเชื่อที่มีหลักประกันควบคู่กับการขยายสาขาต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดปล่อยสินเชื่อขยายตัวได้มากขึ้น”

ปัจจุบัน MTC ได้เปิดสาขาเพิ่มขึ้น 502 สาขา จากสิ้นปีก่อน รวมทั้งสิ้นเป็น 8,673 สาขา ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 ส่วนในปี 2569 มีแผนเปิดสาขาใหม่ 400 สาขา เพื่อรองรับดีมานด์ลูกค้าที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งบริษัทฯยังคงมุ่งมั่นสู่การเป็นผู้ให้บริการไมโครไฟแนนซ์ในมาตรฐานระดับโลก โดยเน้นจุดแข็งด้านความยั่งยืนทางธุรกิจ สร้างความเท่าเทียมทางการเงินให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทฯตั้งเป้าหมายพอร์ตสินเชื่อเติบโต 10-15% เมื่อเทียบกับปี 2568 เพราะธุรกิจมีแนวทางทำตลาด เพื่อส่งเสริมยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ในกลุ่มต่างๆ ให้มากขึ้น ขณะเดียวกันทาง MTC ยังคงมุ่งให้ความสำคัญกับการเข้าถึงสินเชื่อให้กับลูกค้าให้กว้างขึ้น แต่รูปแบบในปี 2569 จะไม่ได้มีการเปิดสาขาในอัตราที่สูงดังเช่นที่ผ่านมา (เดิมขยายสาขาปีละประมาณ 600 สาขา) เพราะปัจจุบันสาขาของธุรกิจกระจายอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพค่อนข้างครอบคลุมแล้ว จากเดิมที่มีจำนวน 8,171 สาขา ณ สิ้นปี 2567

” ปีนี้จึงจะมีการนำเอาเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยทำตลาดในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเพิ่มเติม ช่วยผลักดันศักยภาพการบริการให้ดียิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการพิจารณาลูกค้าที่มีศักยภาพ เพื่อควบคุม NPL ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด สนับสนุนภาพรวมธุรกิจให้เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้”

ที่ผ่านมา MTC ดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความรับผิดชอบ โปร่งใส และธรรมาภิบาล โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับดีเลิศ (CG Rating 5 ดาว) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 รวมถึงผลการประเมินด้านความยั่งยืน (ESG Rating) ระดับ AA จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และการจัดอันดับความน่าเชื่อถือขององค์กรที่ระดับ A-(tha) จาก Fitch Ratings ซึ่งสะท้อนถึงเสถียรภาพทางการเงินและความเชื่อมั่นขององค์กรในระดับสากล

นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัล “Best Micro Finance Company Thailand 2025” จากเวที Global Banking & Finance Awards พร้อมร่วมมือกับสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลก ได้แก่ บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (IFC), องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA), บริษัทเพื่อการลงทุนและการพัฒนาแห่งเยอรมนี (KfW DEG) และ Credit Guarantee and Investment Facility (CGIF) เพื่อผลักดันการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างยั่งยืน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

อีกทั้งได้รับการสนับสนุนทางการเงินจาก ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและขยายธุรกิจของผู้ประกอบการสตรีในกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) ในพื้นที่ชนบทของประเทศไทย สะท้อนบทบาทของบริษัทฯ ในฐานะผู้นำธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ในมาตรฐานระดับโลก (World-class Thai Microfinance)