‘เอกนิติ’หวัง GDP ปีนี้โตเกิน 3% เซอร์ไพรส์!หนุนหุ้น Domestic

HoonSmart.com>>”เอกนิติ” มั่นใจเศรษฐกิจหลุดพ้นจากหลุมแล้ว ลั่นปี 69 โตกว่า 3% สะท้อนผ่าน 3 ความเชื่อมั่น ทั้งผู้บริโภค-ภาคธุรกิจ-หุ้น สภาพัฒน์เซอร์ไพรส์ GDP โตเกินคาด เพิ่มเป้าโต 1.5-2.5% เดิมคาดเพียง 1.2-2.2% จากแรงส่งปี 68 โต 2.4% ไตรมาส 4 ขยายตัว 2.5% ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเพิ่มประมาณการปีนี้โต 1.9% จากเดิมคาดที่ 1.6%  บล.ฟินันเซียฯ มองดีเกินคาดมาก ปัจจัยบวกหุ้นที่มีรายได้ภายในประเทศ ดัชนี SET ไปต่อ 7.68  จุด 

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ แถลงตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 4/2568 ขยายตัวสูงถึง 2.5% รวมทั้งปี 2568 เติบโต 2.4% ออกมาดีกว่าคาดการณ์ สะท้อนว่าเศรษฐกิจพ้นจากหล่มแน่นอนและพ้นจากหลุ่มอย่างเป็นทางการแล้ว จากความเชื่อมั่นของภาคประชาชน ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และดัชนีความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ รวมถึงดัชนีตลาดหุ้นที่ฟื้นตัวดีขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมาตรการรัฐ ทั้งโครงการคนละครึ่ง พลัส, โครงการเที่ยวดีมีคืน และการเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

นอกจากนี้ การบริโภคภาคเอกชน ขยายตัวถึง 3.3% ถือว่าสูงมากจากช่วงไตรมาส 1-3 เฉลี่ยอยู่ที่ราว 2.5% เท่านั้น รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญมากคือ การลงทุนรวม  ขยายตัวถึง 8.1% สูงสุดในรอบที่ผ่านมา มาจากการเร่งผลักดันการลงทุนของรัฐบาลตามแนวทางกระตุ้นสั้น ได้ผลยาว และเป็นการวางแผนการเติบโตของเศรษฐกิจในอนาคตด้วย

รัฐเร่งเรื่องลงทุนสะท้อนจากการเร่งรัดการเบิกจ่ายที่ขยายตัวได้ถึง 13% ดึงให้เอกชนลงทุนตามขยายตัวที่ 6% จากปกติโตเพียงที่ 2-3% เท่านั้น นอกจากนี้คลังจะเร่งผลักดันเรื่องการลงทุนภาคเอกชนให้มากขึ้น โดยเฉพาะการปลดล็อกกฎระเบียบต่าง ๆ ผ่านโครงการ Thailand FastPass ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเร่งให้เม็ดเงินลงทุน โดยเฉพาะเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ที่ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณบวกมากขึ้นให้ไหลลงสู่ระบบเศรษฐกิจ

นายเอกนิติกล่าวว่า กระทรวงการคลังเคยคาดว่าเศรษฐกิจในปี 2569 จะขยายตัว 2% มีโอกาสที่จะขยายตัวมากกว่า 3% ตามศักยภาพของไทย หากสามารถสร้างความเชื่อมั่นในภาคเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้อย่างรวดเร็ว การเร่งผลักดันการลงทุนให้เติบโตได้อย่างแข่งแกร่งและเติบโตต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ที่สะท้อนว่ามาตรการ Quick Big Win กระตุ้นสั้น ได้ผลยาวกระจายตัว ช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ขณะนี้เม็ดเงินรายได้ประชาชาติ (Nominal GDP) อยู่เกือบแตะ 19 ล้านล้านบาทแล้ว ดีกว่าคาดการณ์ถึง 3 แสนล้านบาทช่วยหมุนในระบบเศรษฐกิจ และเป็นตัวสะท้อนรายได้ของประชาชนในไตรมาส 4/2568 ที่ดีขึ้น”

อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยท้าทายที่รัฐบาลต้องเร่งจัดการ และเป็นโจทย์สำคัญ คือ การขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจกลับมาวิ่งต่อและเติบโตได้ดียิ่งขึ้น  เชื่อว่าหากทุกฝ่ายยังคงมุ่งมั่นสามัคคีร่วมมือกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจ มั่นใจว่าจะช่วยทำให้กลับมาแข็งแรงได้อีกครั้ง แต่ยังต้องรอความชัดเจนเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลก่อน โดยยังยืนยันที่จะเดินหน้านโยบายที่จะทำให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างทั่วถึง มีคุณภาพ และเต็มศักยภาพ ภายใต้การยึดมั่นในหลักวินัยการคลัง ที่ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยสามารถกลับมาเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพ

สำหรับโครงการคนละครึ่ง พลัส และโครงการเที่ยวดีมีคืนนั้นยืนยันว่า จะมีการดำเนินการอย่างแน่นอน แต่ขณะนี้ต้องรอดูความชัดเจนเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล และนโยบายของรัฐบาลใหม่อีกครั้ง  กระทรวงการคลังพร้อมจะรีบดำเนินการในทันที

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย  ปรับประมาณการเศรษฐกิจปี 2569 ขึ้นจาก 1.6% มาอยู่ที่ 1.9% จากปี 2568 ขยายตัวสูงกว่าคาดที่ 2.4% โมเมนตัมจากการลงทุนภาคเอกชนที่มีแนวโน้มดีกว่าคาด พร้อมทั้งปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การส่งออกและนำเข้า แต่ภาพรวมดุลการค้าไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

“เศรษฐกิจไตรมาส 4/2568 ขยายตัวเร่งขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้ามาอยู่ที่ 2.5% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และพลิกกลับมาขยายตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ 1.9% QoQ  ส่งผลให้สามารถหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิคได้ และทั้งปี 2568 เศรษฐกิจไทยขยายตัวที่ 2.4% สูงกว่า 2.0% ที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดไว้ก่อนหน้านี้”ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุ

ด้านบล.ฟินันเซียไซรัสมองเศรษฐกิจไตรมาส 4/2568 พลิกเซอร์ไพรส์เชิงบวก สภาพัฒน์รายงานเติบโต 1.9% จากไตรมาสที่ 3 และเติบโต 2.5% YoY สูงกว่าประมาณการ consensus ที่ +0.6% QoQ และ +1.3% YoY อย่างมีนัยสำคัญ แรงขับเคลื่อนหลักมาจากการเร่งตัวของการบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนทั้งของเอกชนและภาครัฐ ส่งผลต่อแนวโน้มการเติบโตปี 2569 ดีขึ้น สภาพัฒน์ปรับเพิ่มกรอบคาดการณ์เป็น 1.5–2.5%  จากแรงหนุนการลงทุนภาคเอกชนและมูลค่าส่งออก

“เราให้น้ำหนักเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่ม Domestic Play ซึ่งมีแนวโน้มให้ผลตอบแทนดีกว่าหุ้นกลุ่ม Global Play ภายใต้สภาพแวดล้อมการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยปัจจัยภายในประเทศมากขึ้นโมเมนตัมเศรษฐกิจปี 2569 คาดทยอยดีขึ้น จากเม็ดเงินใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง และการจัดตั้งรัฐบาลผสมชุดใหม่ที่คาดว่ามีเสถียรภาพสูง พร้อมเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เช่น คนละครึ่งพลัสเฟส 2 และกาเร่งรัดการลงทุนผ่านโครงการ Thailand Fast Pass “บล.ฟินันเซียไซรัสระบุ

ด้านตลาดหุ้น วันที่ 16 ก.พ. 2569 ดัชนี SET ยังคงเดินหน้าแข็งแหร้ง ปิดที่ 1,438.09 จุด เพิ่มขึ้น 7.68 จุดหรือ +0.54% ด้วยมูลค่าการซื้อขายรวม 51,039.47 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อเล็กน้อย 194.95 ล้านบาท นักลงทุนไทยช้อนหนักมือ 2,745.06 ล้านบาท สวนทางสถาบันไทยทิ้งแรงถึง 3,511.53 ล้านบาท

ตลาดหุ้นได้แรงซื้อจากหุ้นใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เช่นกลุ่มธนาคาร หลังตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 4/2568 ออกมาดีกว่าตลาดคาด และมีการปรับคาดการณ์ขึ้นปี 2569 ขณะที่ตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่เริ่มทยอยปิดทำการในช่วงเทศกาลตรุษจีน รวมถึงมีประเด็นเฉพาะตัว  GULF ซื้อหุ้น KBANK เพิ่มถือกว่า 10 % รวมถึง DELTA กำไรไตรมาส 4/68 ดีกว่าคาดการณ์