BTS ไตรมาส 3 พลิกขาดทุน 958 ลบ. รายได้ลดลง 28%

HoonSmart.com>> “บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์” (BTS) เปิดงบไตรมาส 3 ปี 2568/69 พลิกขาดทุนสุทธิ 957.83 ล้านบาท จากงวดปีก่อนกำไร 2,842.38 ล้านบาท รายได้รวม 7,614 ล้านบาท ลดลง 27.7% กว่า 2,911 ล้านบาท เหตุปีก่อนรับรู้กำไรเกิดขึ้นครั้งเดียวเปลี่ยนสถานะ RABBIT-ROCTEC ส่วนงวด 9 เดือนขาดทุน1,085.03 ล้านบาท ปีนี้จ่อรับรู้ส่วนแบ่งทางพิเศษ M81 (บางใหญ่–กาญจนบุรี ระยะทาง 96 กิโลเมตร) เปิดดำเนินการแล้ว ส่วน M6 (บางปะอิน–นครราชสีมา) คาดเริ่มเปิดดำเนินการปีนี้

บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2568/69 กลุ่มบริษัทขาดทุนสุทธิ 957.83 ล้านบาท ขาดทุนต่อหุ้น 0.06 บาท พลิกจากชวงเดียวกันของปีก่อนกำไรสุทธิ 2,842.38 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.19 บาท

ส่วนงวด 9 เดือน ปี 2568/69 ขาดทุนสุทธิ 1,085.03 ล้านบาท ขาดทุนต่อหุ้น 0.07 บาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนกำไรสุทธิ 2,113.49 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.15 บาท

บริษัทฯ ชี้แจงผลขาดทุนงวดไตรมาส3 ปี 2568/69 มีรายได้รวมจำนวน 7,614 ล้านบาท ลดลง 27.7% หรือ 2,911 ล้านบาทจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากในงวดนี้ไม่มีการบันทึกกำไรที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจำนวน 3,368 ล้านบาท จากการเปลี่ยนสถานะของบริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ (RABBIT) และบริษัท ร็อคเทค โกลบอล (ROCTEC) จากบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อยของบีทีเอส กรุ๊ป ในไตรมาส 3 ปี 2567/68

นอกจากนี้มีการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจำนวน 638 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากการไม่มีการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยจากยอดหนี้คงค้างที่เกี่ยวข้องกับงานค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) หลังจากที่ได้รับชำระหนี้ทั้งหมดจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) แล้วในวันที่ 30 ต.ค.2568 อย่างไรก็ตาม การลดลงของรายได้รวม ถูกชดเชยบางส่วนด้วย อย่างไรก็ตามในงวดนี้บริษัทรับรู้การเพิ่มขึ้นของรายได้ของ RABBIT และ ROCTEC จำนวนรวม 916 ล้านบาท ภายหลังการเปลี่ยนสถานะมาเป็นบริษัทย่อย

ด้านค่าใช้จ่ายรวมจำนวน 6,439 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.1% หรือ 794 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการรวมงบการเงินของบริษัทดังกล่าว

กำไรจากการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นประจำก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย ดอกเบี้ยและภาษี (Recurring EBITDA) จำนวน 1,979 ล้านบาท ลดลง 27.8% หรือ 761 ล้านบาทจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของ EBITDA ในธุรกิจ MOVE และ MIX อย่างไรก็ตาม การลดลงในภาพรวมของ Recurring EBITDA ถูกชดเชยบางส่วนด้วยการปรับตัวดีขึ้นของ EBITDA ในธุรกิจ MATCH

ส่วนงวด 9 เดือน ขาดทุนหลักจากการลดลงของ EBITDA และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น โดยงวด 9 เดือน บริษัทฯ บันทึกรายได้รวมจำนวน 21,847 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9% หรือ 620 ล้านบาทจากปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ของRABBIT และ ROCTEC รวม 5,013 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสนี้ไม่มีการบันทึกกำไรที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจำนวน 3,368 ล้านบาท จากการเปลี่ยนสถานะของ RABBIT และ ROCTEC มาเป็นบริษัทย่อยของ บีทีเอส กรุ๊ปที่เคยบันทึกไปแล้วในงวดปีก่อน

คณะกรรมการบริษัทฯ มีติงดจ่ายเงินปันผลจากงวดดำเนินงานวันที่ 1 เม.ย.2568 – 30 ก.ย. 2568

พร้อมมุมมองว่า ภายใต้ธุรกิจ MOVE โครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข M81 (บางใหญ่–กาญจนบุรี ระยะทาง 96 กิโลเมตร) ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท บีจีเอสอาร์81 จำกัด (BGSR81) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมที่บีทีเอสกรุ๊ป ถือหุ้นในสัดส่วน 40% ได้เริ่มจัดเก็บค่าผ่านทางตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค.2569 ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทฯ จะรับรู้ส่วนแบ่งกำไร / (ขาดทุน) จากบริษัทร่วม BGSR81 ผ่านการให้บริการเดินรถและบำรุงรักษา (O&M) ตลอดอายุสัญญา 30 ปี

นอกจากนี้ สำหรับทางหลวงพิเศษหมายเลข M6 (บางปะอิน–นครราชสีมา) คาดว่าจะเริ่มเปิดดำเนินการภายในปีนี้ ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าศึกษาและแสวงหาโอกาสการเติบโตในธุรกิจทางหลวงพิเศษอย่างต่อเนื่อง และอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมประมูลงานโครงการใหม่ ได้แก่ โครงการ M5 (รังสิต–บางปะอิน) และโครงการ M9 (บางขุนเทียน–บางบัวทอง) ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้ยื่นประมูลในระยะเวลาอันใกล้
 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–