HoonSmart.com>>งาน KKP Year Ahead 2026 ชี้กลยุทธ์จัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งเป็นเครื่องมือทรงพลังในการรวมการถือหุ้นครอบครัว ลดความซับซ้อนการบริหารทรัพย์สิน สร้างแต้มต่อทางภาษีจากสิทธิยกเว้นเงินปันผล พร้อมวาง Exit Plan รองรับการเปลี่ยนผ่านรุ่นสู่รุ่น กันความขัดแย้ง สร้างรากฐานธุรกิจครอบครัวไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
นายปัญญา สิทธิสาครศิลป์ หุ้นส่วน บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด กล่าวในงาน เสวนาในงาน KKP Year Ahead 2026 จัดโดย กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) ว่า กลยุทธ์การบริหารจัดการทรัพย์สินและสายสัมพันธ์ในช่วงเปลี่ยนผ่านรุ่นสู่รุ่น ต้องมีการวางโครงสร้างการกำกับดูแลที่ช่วยป้องกันความขัดแย้งและสร้างรากฐานความสำเร็จในระยะยาว
หัวใจสำคัญของการพาธุรกิจกงสีให้ข้ามผ่านยุคสมัยไม่ใช่เพียงแค่ผลกำไร แต่เริ่มต้นจากการตั้งคำถามที่จริงใจว่า สมาชิกในครอบครัวยังควรทำธุรกิจร่วมกันต่อไปหรือไม่ โดยต้องพิจารณาอย่างรอบด้านทั้งจากความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัว ค่านิยม วิสัยทัศน์ พันธกิจในระยะยาว ตลอดจนศักยภาพของสมาชิก หากเป้าหมายคือการเดินหน้าต่อ สิ่งที่ต้องรีบสร้างขึ้นทันทีคือ โครงสร้างการกำกับดูแล (Governance) ที่ชัดเจน ซึ่งต้องครอบคลุมทั้งมิติของครอบครัว (Family) ความเป็นเจ้าของ (Ownership) และการบริหารธุรกิจ (Business) พร้อมรองรับด้วยเอกสารทางกฎหมายที่เหมาะสมทั้งกับครอบครัวและธุรกิจ เพื่อช่วยบริหารความเสี่ยง ป้องกันความขัดแย้ง และรักษาความต่อเนื่องของธุรกิจได้
หนึ่งในกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงคือการจัดตั้ง บริษัทโฮลดิ้ง (Holding Company) เพื่อทำหน้าที่เป็นบริษัทแม่ถือหุ้นในบริษัทประกอบการทั้งหมดของครอบครัว โดยการรวบรวมหุ้นของสมาชิกครอบครัวในโฮลดิ้งแทนการถือหุ้นกระจัดกระจายในบริษัทลูก ซึ่งนอกจากจะช่วยให้การบริหารจัดการทรัพย์สินทำได้ง่ายขึ้น ยังสร้างแต้มต่อทางภาษี โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์การยกเว้นภาษีเงินปันผลหากถือหุ้นตั้งแต่ 25% ขึ้นไป ทำให้ครอบครัวสามารถต่อยอดการลงทุนใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังรวมถึงการวาง Exit Plan หรือแผนการถอนตัวที่ชัดเจน เพื่อรองรับสถานการณ์ที่ทายาทอาจต้องการแยกตัวหรือขายกิจการ
สำหรับครอบครัวที่มีธุรกิจที่ไม่พึ่งพากัน (No Synergy) แนะกลยุทธ์สำคัญเพื่อสร้างสมดุลระหว่างอิสระและการเกื้อกูล โดยสามารถเลือกใช้ได้ตั้งแต่การจัดสรรสินทรัพย์ ที่เปิดโอกาสให้สมาชิกแต่ละคนมีอิสระในการบริหารส่วนของตัวเองอย่างเต็มที่ แต่ยังคงมีจุดเชื่อมโยงผ่านการถือหุ้นในโฮลดิ้งส่วนกลางอย่างน้อย 5% เพื่อเป็นกลไกในการช่วยเหลือ
