HoonSmart.com>> “พีทีที โกลบอล เคมิคอล” (PTTGC) เผยผลงานปี 68 ขาดทุนสุทธิลดลงเหลือ 1.46 หมื่นล้านบาท ดีขึ้น 51% จากปี 67 ขาดทุน 2.98 หมื่นล้านบาท รับผลบวกปรับโครงสร้างของกลุ่มบริษัท Vencorex กำไรตราสารอนุพันธ์เพื่อประกันความเสี่ยงด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์และกำไรค่าเงิน ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนลดลง บอร์ดเคาะนำกำไรสะสม จ่ายเงินปันผลอัตรา 0.50 บาท
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดปี 2568 ขาดทุนสุทธิลดลงเหลือ 14,600.39 ล้านบาท ขาดทุนต่อหุ้น 3.61 บาท ลดลง 51% จากงวดปี 2567 ขาดทุนสุทธิ 29,810.55 ล้านบาท ขาดทุนต่อหุ้น 6.62 บาท
ในงวดปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 484,907 ล้านบาท ลดลง 20% จากปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุจากราคาผลิตภัณฑ์ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำเร็จรูปและกลุ่มผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ปรับตัวลดลง รวมถึงปริมาณการขายผลิตภัณฑ์โดยรวมลดลง เนื่องจากในปี 2568 มีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนของโรง MEG ในช่วงครึ่งปีแรก โรงกลั่นและโรงอะโรเมติกส์หน่วยที่2 ในช่วงไตรมาส 4/2568 ประกอบกับความไม่แน่นอนจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และเหตุการณ์ความไม่สงบในแต่ละภูมิภาคตลอดทั้งปี ซึ่งรวมถึงผลจากมาตรการทางภาษีตอบโต้ของประเทศสหรัฐอเมริกาที่สร้างความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศ ส่งผลให้ราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมค่อนข้างผันผวนและกดดันส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีให้ยังคงอ่อนตัว
บริษัทฯ มี Adjusted EBITDA อยู่ที่ 20,846 ล้านบาท ลดลง 34% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีโดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์และกลุ่มผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์และโพลิเมอร์ ยังมีปัจจัยกดดันจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้อุปสงค์ฟื้นตัวอย่างจำกัด ร่วมกับอุปทานของภาคปิโตรเคมีที่เข้ามาเพิ่มขึ้นระหว่างปีในขณะธุรกิจโรงกลั่นทรงตัวแม้ว่ามีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนโดยที่ Market GRM ของบริษัทฯ ปรับตัวดีขึ้นจากส่วนต่างผลิตภัณฑ์น้ำมันดีเซล ซึ่งได้แรงหนุนจากสถานการณ์ความตึงเครียดในแถบตะวันออกกลางและการหยุดกำลังผลิตของโรงกลั่นขนาดใหญ่ในทวีปยุโรป กลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีขั้นกลางมีผลประกอบการปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้า โดยหลักจากปริมาณขายรวมที่ลดลงเนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงโรงงาน MEG ในช่วงครึ่งปีแรก
ทั้งนี้ การดำเนินการตามแนวทางยุทธศาสตร์การบริหารจัดการ Portfolio ของธุรกิจให้เข้มแข็ง (Portfolio transformation) ส่งผลให้กลุ่มผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษมีผลประกอบการที่ดีขึ้นจากปีก่อนหน้า โดยหลักจากการปรับโครงสร้างของกลุ่มบริษัท Vencorex อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ รับรู้รายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการดำเนินงานปกติ ได้แก่ ผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน (Stock loss) และรายการขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (NRV) รวม 3,519 ล้านบาท กำไรจากตราสารอนุพันธ์เพื่อประกันความเสี่ยงด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์1,115 ล้านบาท และกำไรทางบัญชีจากอัตราแลกเปลี่ยนและกำไรจากตราสารอนุพันธ์ทางการเงินรวม 1,968 ล้านบาท และการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนจำนวน 1,272 ล้านบาท
อนึ่ง ในปี 2568 บริษัทฯ รับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ของบริษัท GCP และการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัท PTTMCC รวมทั้งสิ้น 2,854 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ผลกระทบดังกล่าวถูกหักกลบด้วยการกลับรายการประมาณการหนี้สินจากค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 2,035 ล้านบาทของบริษัท PTTAC ที่บริษัทฯ ได้บันทึกประมาณการไว้ในปี 2567 และจากการกลับรายการการด้อยค่าสินทรัพย์ของกลุ่มบริษัท Vencorex โดยสรุปในปี 2568 บริษัทฯ รายงานขาดทุนสุทธิรวม 14,600 ล้านบาท (-3.61 บาท/หุ้น)
คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติให้นำกำไรสะสมจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 2,254 ล้านบาท บริษัทฯ กำหนดให้วันที่ 25 ก.พ.2569 เป็นวันให้สิทธิผู้ถือหุ้น (Record Date)มีสิทธิรับเงินปันผล และวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) 24 ก.พ. 2569 รวมถึงกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 24 เม.ย.2569
———————————————————————————————————————————————————–

