4 โบรกฯส่องหุ้นก.พ.ขึ้นต่อ เป้า 1,410 เงินไหลเข้ารับผลเลือกตั้ง ชู 8 หุ้นเด่น

HoonSmart.com>>4 โบรกเกอร์ส่องหุ้นเดือนก.พ. ลุ้นขึ้นต่อจากม.ค. บวก 5.24%  เงินไหลเข้ารับผลเลือกตั้ง จับตาประชุมกนง.  MSCI ทบทวนน้ำหนักลงทุน เป้าโซนบน 1,410 ส่วนล่าง 1,270 จุด หุ้นดูดีกลุ่มอาหาร, ธนาคาร, ไฟแนนซ์, อสังหาฯ, ค้าปลีก, ท่องเที่ยว และพลังงาน แนะ 8 หุ้นเด่นBBL,  TRUE, CPF, CENTEL, SIRI, TFG, SCB, GULF

ตลาดหุ้นเดือนแรกปี 2569  ปรับตัวขึ้น 65.95 จุด หรือ +5.24% วันที่ 30 ม.ค. ดัชนี SET ปิดที่ 1,325.62 จุด เทียบกับสิ้นปี 2568 ปิด 1,259.67 จุด โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 4,355.12 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 9,207.58 ล้านบาท นักลงทุนไทยซื้อมากถึง 16,017.83 ล้านบาท สวนทางสถาบันขายเจ้าเดียว  29,580.52 ล้านบาท

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ กล่าวว่า ทิศทางหุ้นเดือนก.พ. จะต้องติดตามผลการเลือกตั้ง หุ้นตอบรับในทางบวกได้ ต้องเห็นการจัดตั้งรัฐบาลเร็ว และรัฐบาลเสียงแข็งแกร่ง 300 เสียงขึ้นไป ซึ่งจะทำให้ตลาดเชื่อมั่นในเสถียรภาพต่อไป SET มีโมเมนตัมไปต่อ แต่ถ้าคะแนนเสียงออกมาสูสีกัน เสียงปริ่มน้ำ การตั้งรัฐบาลล่าช้า ก็อาจทำให้เกิด Sell on fact ได้สูง

ปัจจัยที่สำคัญรองลงมาเป็นการประชุมกนง.ในวันที่ 25 ก.พ.  คาดว่าจะไม่มี action อะไรในรอบนี้, หุ้นบริษัท การบินไทย (THAI) จะเริ่มแบ่งขายได้หลังสิ้นสุด Silent Period และการประกาศงบฯไตรมาส 4/2568 จะสิ้นสุดในเดือนก.พ. คงจะฟื้นตัวจากไตรมาสที่ 3 แต่ไม่ได้เด่นมาก

สำหรับผลการตัดสินเรื่องภาษีทรัมป์ คาดว่าจะออกาได้ แต่จะผิดหรือถูก อาจทำให้เกิดความผันผวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และบอนด์ยีลด์ได้ พร้อมให้ติดตามงบฯกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐฯ และ MSCI จะประกาศการทบทวนใหม่ในวันที่ 11 ก.พ.นี้  เบื้องต้นหุ้นไทยอาจถูกลดน้ำหนักอีกครั้ง เป็นเพราะ 3 เดือนที่ผ่านมายัง Underperform Emerging Market การปรับเปลี่ยนน้ำหนักถูกลดโดยอัตโนมัติ และไม่คิดว่าจะเพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยในรอบนี้

“มองกรอบ SET ในเดือนก.พ. มีแนวต้าน 1,350-1,380 จุด แนวรับ 1,300-1,270 จุด โดยหุ้นกลุ่มธนาคารน่าจะมี Fund Flow เข้ามาอีกครั้ง จากการประกาศจ่ายเงินปันผลที่ดี  หุ้น TRUE มีโอกาสรีบาวด์ในเดือนก.พ. ส่วนหุ้นในกลุ่มอาหาร, ธนาคาร และ ICT ยังมองเป็นหุ้น Laggard โดยแนะนำหุ้นเด่น BBL ราคาเป้าหมาย 185 บาท, TRUE ราคาเป้าหมายอิง Consensus 14.9 บาท และ CPF ราคาเป้าหมาย 25 บาท”นายณัฐชาตกล่าว

น.ส.ชุติกาญจน์ สันติเมธวิรุฬ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า หุ้นเดือนก.พ.ยังมีความผันผวนอยู่ในกรอบ 1,280-1,360 จุด โดย Election Rally ยังหวังจะเกิดขึ้น 1 เดือนหลังเลือกตั้ง น่าจะทำให้ตลาดปรับตัวขึ้นไปได้บ้าง และยังต้องติดตามการประชุมกนง.ในวันที่ 25 ก.พ.นี้ ขณะที่ปัจจัยภายนอกประเทศยังต้องติดตามภูมิรัฐศาสตร์

ภาพรวมตลาดคาดว่าจะแกว่ง Sideway ถึง Sideway up จากความคาดหวังการเลือกตั้ง  จากสถิติหลังเลือกตั้งหุ้นที่มักจะปรับตัวขึ้น เป็นหุ้นในกลุ่มอาหาร, ธนาคาร, ไฟแนนซ์, อสังหาฯ, ค้าปลีก, ท่องเที่ยว และพลังงาน นอกจากนี้ยังมีการเล่นเก็งงบไตรมาสที่ 4  พร้อมให้จับตา MSCI จะมีการทบทวนหุ้นไทยซึ่งจะประกาศในวันที่ 10 ก.พ.นี้

ดังนั้นในเดือนก.พ.ธีมเล่นหุ้นจะเป็นงบฯดี, ผลตอบแทนเงินปันผลสูง และท่องเที่ยว โดยหุ้นเด่นในเดือนก.พ.เป็นหุ้น CENTEL ราคาเป้าหมาย Consensus 38.50 บาท, SIRI ราคาเป้าหมาย 1.50 บาท, TFG ราคาเป้าหมาย 5.5 บาท, SCB ราคาเป้าหมาย 145 บาท และ GULF ราคาเป้าหมาย 60 บาท

นายสรพล วีระเมธีกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นในเดือนก.พ.คาดว่าจะแกว่ง Sideway up ได้ โดยมีเป้าหมายที่ 1,375 จุด ขณะที่โซนล่างมองไว้ที่ 1,285-1,275 จุด โดยน่าจะมีการโยกย้ายการลงทุนจากหุ้น Global play ย้ายไป Domestic play โดยเล็งหุ้นกลุ่มพลังงาน, ปิโตรเคมี และโรงกลั่น โดยเฉพาะหุ้นโรงกลั่นปรับตัวขึ้นมากในเดือนม.ค. ทั้ง BCP, SPRC, TOP อาจจะโยกไปลงทุนหุ้นในกลุ่มไฟแนนซ์ และค้าปลีก เนื่องจาก Valuation ยัง Laggard

พร้อมให้ติดตามผลการเลือกตั้งเป็นเรื่องหลัก และติดตามรายชื่อเฟด รวมถีงแนวโน้มค่าเงินบาทด้วย  แม้ช่วงนี้จะเห็นแรงขายของนักลงทุนต่างชาติบ้าง แต่ยังคิดว่า Fund Flow จะไหลเข้าหลังเลือกตั้ง

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า เดือนก.พ.ตลาดน่าจะค่อย ๆ ปรับตัวขึ้นขานรับผลการเลือกตั้งที่ชัดเจนขึ้น และยังคาดหวังเงินทุนต่างชาติไหลเข้าต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากผลการเลือกตั้ง และต่างชาติขายหุ้นไทยไปมาก ซึ่งตลาดยัง Laggard และ Valuation ยังต่ำ

ทั้งนี้ ยังต้องติดตามดูนโยบายของทรัมป์ที่มีต่ออิหร่าน, ว่าที่ประธานเฟดคนใหม่, ภาษีสหรัฐฯ และติดตามงบฯที่จะประกาศออกมา

ส่วนหุ้นที่น่าสนใจลงทุนในเดือนก.พ. มองธีมหุ้นเก็งผลเลือกตั้ง เป็นกลุ่มค้าปลีก, ไฟแนนซ์, รับเหมาฯ และหุ้นขนาดใหญ่ที่ได้ประโยชน์จากเงินทุนไหลเข้า รวมถงหุ้นปันผลดี

“ดัชนีหุ้นมีโอกาสทะลุ 1,350 จุด แต่ต้องดูผลการเลือกตั้งด้วย ใครเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล คาดว่าไม่น่าจะล่าช้า หากทะลุ 1,350 ถัดไปเป็น 1,400-1,410 จุด ส่วนแนวรับ 1,300 จุด”นายอภิชาติกล่าว