กบข.โชว์ผลตอบแทนปี 68 โต 5.18% เปิดสารพัดกลยุทธ์ สมาชิกเกษียณสุข

HoonSmart.com>>กบข.เผยผลงานปี 68 กองสมาชิกได้ผลตอบแทนเกินคาดที่ 5.18% เพิ่มจากปีก่อนที่ 3.91%  แต่ละแผนลงทุนส่วนใหญ่ดีขึ้น ผลจากการปรับนโยบายจัดสรรสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ (SAA) และปรับนิยามสินทรัพย์ใหม่ เป็นกลุ่มเชิงรุก-เชิงรับ  นับทองคำเป็นเชิงรับ ให้ผลตอบแทนสูงใช้ปิดความเสี่ยงได้  รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน ปี 69 เดินหน้ากระตุ้นออมเพิ่ม เลือกแผนลงทุน เป้าอายุ 80 ปี กอดเงินก้อนเกษียณสุข ศึกษาโอกาสลงทุนใหม่ ที่อยู่อาศัยผู้สูงอายุ-เศรษฐกิจสูงวัย  

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการ คณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ในปี 2568 กบข.มีผลการดำเนินงานดีกว่าคาด สร้างผลตอบแทนของกองสมาชิกถึง 5.18% เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่ 3.91% จากการลงทุนผ่าน 18 ประเภทสินทรัพย์ ผลตอบแทนรายแผนการลงทุนส่วนใหญ่ดีขึ้น โดยเฉพาะแผนทองคำ ให้ผลตอบแทนสูงสุดถึง 52.78% จากปีก่อนที่ 24.67% แผนหุ้นต่างประเทศ 17.47% แผนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ไทย 9.38% แผนเชิงรุก 65 ประมาณ 8.89% แผนสมดุลตามอายุ (สมาชิกอายุน้อยกว่า 55 ปี) 8.74% และแผนลงทุนพื้นฐานทั่วไป 4.31% สะท้อนถึงการกระจายการลงทุนที่เหมาะสมที่ช่วยเสริมศักยภาพผลตอบแทนให้กับสมาชิก

ความสำเร็จของกบข.ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนจากหลายปัจจัย ทั้งความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจประเทศหลัก และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ มาจากการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและขับเคลื่อนการลงทุนเชิงรุก ด้วยการปรับนโยบายจัดสรรสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ (Strategic Asset Allocation: SAA) ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไป และได้ปรับนิยาม และมุมมองต่อประเภทสินทรัพย์การลงทุน พร้อมปรับกลยุทธ์ จากเดิมแบ่งเป็นสินทรัพย์มั่นคงสูงและสินทรัพย์เสี่ยง  เป็นการจัดกลุ่มสินทรัพย์เชิงรุกและสินทรัพย์เชิงรับ เช่น ทองคำเป็นเชิงรับ ใช้ในการสร้างผลตอบแทนและปิดความเสี่ยงได้  เพิ่มความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพในการบริหารการลงทุนระยะยาว ภายใต้แผนการบริหารระยะเวลา 5 ปี มีการปรับกลยุทธ์ตลอดตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนชื่อแผนการลงทุน เช่น แผนหลักเป็นแผนลงทุนพื้นฐานทั่วไป รวมถึงแผนหุ้น ก็ปรับเป็นแผนเชิงรุก รวมถึงแผนสมดุลตามอายุ ทำให้สมาชิกมีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น สามารถเพิ่มสมาชิกที่มีโอกาสบรรลุเงินก้อนเพียงพอต่อการมีคุณภาพชีวิตหลังเกษียณอย่างมีสุข อายุ 80 ปี ในระดับดี (P75) จากสัดส่วน 18% ในปี 2567 เป็น 25% ลดสัดส่วนสมาชิกที่มีโอกาสไม่บรรลุเป้าหมายทางการเงินลงรวมถึงสมาชิกส่วนใหญ่ปรับแผนลงทุนแบบผสมเอง สัดส่วน 39.36% แผนสมดุลตามอายุ 27.28% (สัดส่วนใหม่) และลงทุนอื่น 33.44%

“ความสำเร็จในวันนี้มาจากความร่วมมือกันของทุกคนในกบข. มีการปรับกลยุทธ์ตลอด  และสมาชิกเพิ่มความสนใจลงทุน มีการปรับพอร์ตที่เหมาะสมที่ช่วยเสริมศักยภาพผลตอบแทน กบข. ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตสมาชิกในระยะยาว  และจะทำมากขึ้นในปี 2569 และปีต่อๆไป เพื่อเพิ่มการออม จากที่กำหนดให้ออมภาคบังคับ 3% รัฐสนับสนุนอีก 3 % เปิดทางภาคสมัครใจออมเพิ่มได้ตั้งแต่ 1-27% ซึ่งการออมเพิ่มขึ้น 1% มีผลต่อเงินเกษียณมากระยะยาว  ปัจจุบันมีสมาชิกออมเพิ่มสูงสุด 27% จำนวน 20,000 คน ออมเพิ่ม 1-7% กว่า 1 แสนคน  “นายทรงพลกล่าว

ส่วนแผนการดำเนินงานในปี 2569  กบข. จะเดินหน้าศึกษาโอกาสการลงทุนใหม่ผ่านโครงการนำร่อง ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Senior Housing Sandbox) และศึกษาโอกาสลงทุนในเศรษฐกิจสูงวัย (Siver Economy) รวมถึงกระตุ้นให้สมาชิกออมเงินเพิ่มอย่างต่อเนื่อง  ส่งเสริมให้สมาชิกเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสมกับช่วงอายุ และเป้าหมายทางการเงินของตัวเอง เพิ่มขึ้น 5% สำหรับสมาชิกที่จะเกษียณ มีการเปิดแผนลงทุน เพื่อเกษียณสบาย ไม่ขาดทุนเนื่องจากลงทุนในตราสารหนี้ตลาดเงินไทย และยังมีการทำประกันชีวิตให้ด้วย เปิดให้ลงทะเบียนและลงทุนแบบปิด ห้ามออกและเติมเงินไม่ได้

กบข.ยังคงมีการพัฒนากลยุทธ์การลงทุนให้สามารถสร้างผลตอบแทนในระยะยาว โดยกำหนดผลตอบแทนให้ชนะอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปี บวก 2-3% ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะเรื่องสงคราม ซึ่งเชื่อว่าในทุก ๆ เดือนจะมีปัจจัยใหม่ ๆ เกิดขึ้น  และปีนี้ยังเป็นปีที่ท้าทายมากกว่าปีที่ผ่านมา แต่ก็เชื่อว่าจะยังมีโอกาสเกิดขึ้นมากกว่าเช่นเดียวกัน

ขณะเดียวกันนายทรงพล ยอมรับว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา กบข. ได้รับการติดต่อจากหน่วยงานรัฐอื่น ๆ เพื่อให้เข้ามาช่วยบริหารจัดการเงินลงทุน เพราะอาจจะติดขัดไม่สามารถดำเนินการเองได้ เช่นมีสมาชิกจำนวนไม่มาก ซึ่งที่ผ่านมา กบข. ยังไม่สามารถเข้าไปทำหน้าที่ในส่วนนั้นได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทบทวนประสิทธิภาพกฎหมายของ กบข. ว่า หากจะมีการปรับปรุงกฎหมายจะมีส่วนไหนที่สามารถดำเนินการได้บ้างเบื้องต้นคาดว่าจะได้ข้อสรุปสาระสำคัญของร่างกฎหมายทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้

ปัจจุบันมีข้าราชการ 3 ล้านคน เป็นสมาชิก กบข. 1.2 ล้านคน ที่เหลือไม่ได้เป็น แต่มีความยากลำบากในการบริหารเงินเกษียณ จึงติดต่อมาที่ กบข. ให้ช่วยบริหารได้หรือไม่

สำหรับข้อเสนอให้ กบข. เข้าไปช่วยบริหารงานให้กองทุนประกันสังคม ปัจจุบันยังไม่ได้รับการติดต่อมา ซึ่งแต่ละหน่วยงานมีพันธกิจที่แตกต่างกันออกไป เช่น สมาชิก กบข. จะได้รับเงินตอนเกษียณ  ระหว่างทางไม่มีสิทธิประโยชน์ด้านอื่น ๆ เช่น การรักษาพยาบาล  ที่สำคัญแต่ละหน่วยงานทุกคนตั้งใจทำงานให้สำเร็จทั้งสิ้น แต่การทำให้งานสำเร็จนั้นอาจจะยังมีปัจจัยอื่นๆ  หากกองทุนประกันสังคมมีการประสานงานมายัง กบข. ก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

ปัจจุบัน กบข. มีสมาชิกประมาณ 1.27 ล้านคน มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิประมาณ 1.49 ล้านล้านบาท (ข้อมูล ณ 31 ธ.ค. 2568)