HoonSmart.com>> “ฟินโนมีนา” (Finnomena) มองภาพหุ้นไทยปีนี้เชิง “บวก” ในรอบ 10 ปี หนุนดัชนีทะยาน 1,500 จุด หลังเลือกตั้งได้รัฐบาลใหม่อัดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ภาคการลงทุนยอดขอรับ BOI พุ่ง ด้านนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยเพิ่มขึ้น โอกาสหนุนเศรษฐกิจไทยโตทะลุ 2% มีลุ้นแตะ 3% มองหุ้นกลุ่มวัฎจักร “ปิโตรฯ-พลังงาน-วัสดุก่อสร้าง” เด่น ปันผลสูงกว่า 5% แนะจัดพอร์ตกระจายลงทุนรับโลก 2 ขั้ว

นายเจษฎา สุขทิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทนายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (บลน.) ฟินโนมีนา (Finnomena) เปิดเผยว่า ปีนี้ Finnomena มีมุมมอง “บวก” ต่อตลาดหุ้นไทยในรอบ 10 ปีที่ก่อตั้งบริษัทฯ โดยมองดัชนี SET มีแนวโน้มที่ดีและโอกาสแตะ 1,500 จุด ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากเศรษฐกิจ การใช้จ่ายและเงินสะพัดช่วงเลือกตั้งหนุนดัชนีหุ้นปรับตัวขึ้น (Election Rally) รวมทั้งการใช้จ่ายจากนักท่องเที่ยวจีนเริ่มกลับมาเที่ยวไทย หลังเกิดความขัดแย้งระหว่างจีนและญี่ปุ่น
ด้านการลงทุนจากตัวเลขของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เผยยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนปี 2568 สูงมาก และภาครัฐกำชับต้องลงทุนภายในกลางปีนี้ ทำให้เห็นภาพชัดในด้านการลงทุน ซึ่งต้องรีบลงทุนก่อนถูกตัดสิทธิ์ เป็นปัจจัยหนุนภาพรวมเศรษฐกิจไทย ทั้งนี้ BOI เผยยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนปี 2568 มูลค่ากว่า 1.8 ล้านล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีจำนวนโครงการกว่า 3,300 โครงการ
ส่วนประเด็นภาษีการค้าของสหรัฐฯ ที่ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าอินเดียเป็น 50% ทำให้ไทยมีโอกาสได้ฐานการผลิตกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เพิ่ม เงินลงทุนไหลเข้าไทย
“รัฐบาลใหม่ไม่ว่าเป็นพรรคไหนก็กระตุ้นเศรษฐกิจและเบิกจ่ายงบประมาณ และการที่สหรัฐฯเก็บภาษีไทยเท่ากับเวียดนามส่งผลให้การส่งออกของไทยยังเติบโต 12% เราจึงมองบวกต่อเศรษฐกิจไทยในปีนี้และคาดการณ์ GDP จะเติบโต 2% และหากภาพรวมปัจจัยต่างๆ เอื้อก็อาจมีลุ้น 3%”นายเจษฎา กล่าว
ในขณะที่ภาพรวมโลก ค่าเงินดอลลาร์อ่อนส่งผลให้เงินตลาดเกิดใหม่ เงินบาทแข็งหนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้า อีกทั้งภาษีทรัมป์ส่งผลให้ราคาโภคภัณฑ์ สินค้าเกษตรเริ่มทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งในตลาดหุ้นไทยราคาหุ้นกลุ่มดังกล่าวปรับตัวลงมามากสุดในกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี วัสดุก่อสร้าง ในขณะที่ค่าการกลั่นกำลังรีคัฟเวอร์กลับมา จึงมองภาพใหญ่จากฟันด์โฟลว์ไหลเข้าและราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะหนุนหุ้นไทยกลับมาแข็งแรงในปีนี้
สำหรับกลยุทธ์ลงทุน มองหุ้นกลุ่มวัฏจักรจะกลับมาโดดเด่นจากปัจจุบันราคาหุ้นอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับผลตอบแทนเงินปันผลที่สูงกว่า 5% กลุ่มหุ้นแนะนำ ได้แก่ กลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และวัสดุก่อสร้าง
ส่วนกองทุนรวมหุ้นไทยที่แนะนำ คือ กองทุนเปิด ทิสโก้ ไฮ ดิวิเดนด์ หุ้นทุน (TISCOHD-A) ที่สามารถสร้างผลตอบแทนสูง เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ไม่ต้องการลงทุนหุ้นไทยโดยตรง

“แนะจัดพอร์ตกระจายลงทุนรับโลก 2 ขั้ว”
ด้านนายชยนนท์ รักกาญจนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Finnomena Group และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Finnomena Funds เปิดเผยถึงแผนกลยุทธ์ การลงทุนประจำปี 2026 ภายใต้ธีม ‘The K-Shaped World’ โลกที่ถูกแบ่งออกเป็น 2 ขั้ว ท่ามกลางโครงสร้างเศรษฐกิจ ที่กำลังถูกจัดระเบียบ ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์ โดยมีหลายปัจจัยที่ต้องจับตามอง อาทิ
“The AI CAPEX Divide” การลงทุนด้าน AI คือตัวเร่งให้เกิดภาพเศรษฐกิจแบบ K-Shape ชัดเจนขึ้นทั้งในสหรัฐฯ และจีน โดยบริษัทที่มีความพร้อมจะเติบโตฉีกห่างออกไป “Fiscal Revival” การฟื้นคืนชีพของนโยบายการคลังที่รัฐบาลประเทศสำคัญ อย่าง สหรัฐฯ เยอรมนี และญี่ปุ่น หันมากระตุ้นการคลังเพิ่มขึ้น “Fragmentation 2.0” โลกแบ่งขั้วระลอกใหม่ แม้ความผันผวน เรื่องกำแพงภาษีอาจลดลง แต่ยังคงแบ่งฝ่ายชัดเจน
“กลยุทธ์หลักในปีนี้ ไม่ใช่เพียงหาโอกาสเติบโต แต่ต้องให้ความสำคัญกับการคัดเลือกสินทรัพย์ที่มีคุณภาพ ควบคู่กับ การกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม แนะนำหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ได้ประโยชน์จาก AI Supply Chain ซึ่งกระจายอยู่ทั่วโลกทั้งสหรัฐฯ จีน และเอเชีย พร้อมกับเพิ่มน้ำหนักลงทุนในหุ้นยุโรป หุ้นญี่ปุ่น และสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐาน เพราะกำลังเข้าสู่ยุคการกระตุ้น ทางการคลังอย่างเต็มตัว” นายชยนนท์ กล่าว
พร้อมกันนี้ ควรป้องกันความเสี่ยงเชิงโครงสร้างจากดอลลาร์ที่มีแนวโน้มอ่อนค่า ผ่านการลงทุนในทองคำและหุ้นเหมืองทอง รวมถึงสะสมหุ้นเอเชียและตลาดเกิดใหม่ที่ได้รับอานิสงส์จากค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า
อ่านข่าว
Finnomena เปิดตัว Chat&Call ปราบสแกมเมอร์-ครบรอบ 10 ปี สู่ที่ปรึกษาการลงทุนเวลธ์เทคชั้นนำ

