‘ไทยออยล์’ ลั่นกำไรขาขึ้นยาว CFP ปั๊มรายได้เร็ว ต้นทุนเงินต่ำ ธุรกิจโต

HoonSmart.com>>”ไทยออยล์” (TOP) ลั่นกำไรขาขึ้นทั้งระยะสั้น-ยาว มั่นใจโครงการพลังงานสะอาด (CFP) เสร็จเร็วกว่าแผนแถมประหยัดงบลงทุนหลายพันล้านบาท ต่อยอดธุรกิจใหม่เพิ่มมูลค่า โอกาสดีนำเข้าน้ำมันหนักจากเวเนซุเอลาต้นทุนต่ำ การเงินแกร่ง ลดหนี้ 5 หมื่นล้านบาท ดอกเบี้ยถูกลง กอดเงินสดในมือ 1,600 ล้านเหรียญ ต้นปีซื้อคืนหุ้นกู้ 500 ดอลลาร์ รับกำไรพิเศษไตรมาส 1/69 คาดปีหน้าได้ปรับแนวโน้มเรทติ้ง โรงกลั่นสดใส ปีนี้ตั้งเป้า EBITDA แตะ 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ (TOP) เปิดเผยว่า บริษัทไทยออยล์กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น (เทคออฟ) ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวจากการปรับกลยุทธ์จาก 3V สู่ 2S1P โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความแข็งแกร่งของโครงการพลังงานสะอาด (Clean Fuel Project: CFP) ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จเร็วกว่าแผนอย่างน้อยหนึ่งไตรมาส และประหยัดงบลงทุนได้หลายพันล้านบาท

“CFP เป็นเกมส์ เชนเจอร์ ของไทยออยล์ ธุรกิจไม่ได้เป็นฟอสซิลอีกต่อไปแล้ว จะมีการเพิ่มมิติความหลากหลายให้ธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่มากกว่า 40% และขยายการลงทุนไปหลายประเทศ ตั้งเป้ามีสัดส่วนกำไร 20% ในปี 2035 โครงการพลังงานสะอาด จะเป็นโรงกลั่นน้ำมันดิบหนักแห่งแรกในประเทศไทย ทำให้ราคาต่ำมากเทียบกับการกลั่นน้ำมันเบา และเป็นจังหวะที่ดีในการรับซื้อน้ำมันหนักจากเวเนซุเอลา ทำให้ค่าการกลั่นดีขึ้น”นายบัณฑิต กล่าว

นอกจากนี้ไทยออยล์ได้จัดโครงสร้างทางการเงิน มีการแปลงทรัพย์สินได้เงินสดสุทธิ 18,230 ล้านบาท นำไปลดหนี้แล้ว 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 50,000 ล้านบาท จากเมื่อต้นปี 2568 มีหนี้สินประมาณ 4,400 ล้านเหรียญสหรัฐ ปัจจุบันเหลือ 2,900 ล้านเหรียญสหรัฐมีการคืนหนี้ธนาคารด้วย  ซึ่งเมื่อต้นปี 2569 มีการซื้อหุ้นกู้ต่างประเทศคืน 500 ล้านเหรียญ ด้วยต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายลดลง จะมีกำไรพิเศษที่รับรู้ได้ในงบการเงินไตรมาสแรกปีนี้ แต่ยังไม่ทราบว่าจะเป็นกำไรเท่าใด

ปัจจุบันไทยออยล์มีสภาพคล่องดีมาก มีเงินสดในมือไม่ต่ำกว่า 1,600 ล้านเหรียญ จากเดิมมีอยู่ประมาณ 1,000 ล้านเหรียญ เมื่อต้นปีนี้เพิ่งประสบความสำเร็จในการออกหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ 600 ล้านเหรียญ นักลงทุนต่างชาติแสดงความสนใจซื้อล้นถึง 11 เท่า ได้อัตราดอกเบี้ยที่ดีหน้าตั๋ว 6.10% ต่อปี บริษัทมีการซื้ออนุพันธ์ล็อคแปลงเป็นเงินบาทได้ส่วนลดดอกเบี้ย 2.25% คงเหลือดอกเบี้ยประมาณ 3.725% ต่ำกว่าดอกเบี้ยที่จ่ายในปัจจุบัน ในช่วง 5 ปีข้างหน้าไม่มีแผนที่จะใช้เงินลงทุนขนาดใหญ่ ส่วนกลยุทธ์การบริหารนายสินทรัพย์เพิ่มเงินสด ไม่มีการวางแผนว่าจะทำในปีไหน จะทำเฉพาะในช่วงที่จำเป้นเท่านั้น

“ไทยออยล์พูดจริง ทำจริง และทำได้ดี หนี้ที่ลดลงจากการซื้อหุ้นกู้คืนต่างประเทศยังมีส่วนลด และดอกเบี้ยต่ำลง จึงได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุน ผู้ถือหุ้น และบริษัทจัดเรทติ้งมาก อัตราส่วนทางการเงินดีขึ้น การคืนหนี้ทำให้ DE เหลือ 0.6 เท่า จากเงื่อนไขไม่ให้เกิน 1 เท่า และ สัดส่วนหนี้สุทธิต่ออีบิทดาอยู่ที่ 5.8 เท่าต่ำกว่าที่ สถาบันจัดอันดับเครดิตชั้นนำของโลก S&P (สแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ส)กำหนดไว้ไม่เกิน 6 เท่า คาดว่าในปี 2569 เราจะมีโอกาสปรับแนวโน้ม (Outlook) นอกจากนี้นักลงทุนต่างประเทศให้ความสนใจเข้ามาลงทุนหุ้นไทยออยล์ด้วย”นายบัณฑิต กล่าว

สำหรับโรงกลั่นที่มีสัดส่วนกำไรประมาณ 70% ก็ดีขึ้นมาก หลังจากโรงกลั่นในสหรัฐและยุโรปทยอยปิดตัวลง กำลังการผลิตในปี 2568-2569 หายไปประมาณ 1 ล้านบาร์เรล/วัน ขณะที่ความต้องการใช้จากเอเชียและอินเดียยังคงสูงอยู่ ทำให้ค่าการกลั่นดีขึ้น ประมาณ 5-6 เหรียญ/บาร์เรล รวมกับธุรกิจอื่นๆ เช่นน้ำมันหล่อลื่น สารทำผงซักฟแก รวมเป็นประมาณ 7-8 เหรียญ/บาร์เรล   ถือว่าดีขึ้นมากเทียบกับช่วงแย่ๆ จะเหลือเฉียด 0%  โดยในปีนี้ไม่มีแผนการผิดซ่อมบำรุง หลังจากทำเสร็จเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปีที่ผ่านมา  6 ยูนิต ทำให้เดินเครื่องได้เต็มกำลังการผลิต และตั้งเป้า EBITDA แตะ 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 
 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–