HoonSmart.com >> TEGH ปี 69 ปักธงรายได้ All Time High แตะ 23,000 ล้านบ. ธุรกิจยาง-ปาล์ม-พลังงานทดแทน แนวโน้มโตต่อเนื่อง มั่นใจ ยอดขายยางแท่ง ทำสถิติสูงสุดใหม่ แตะ 280,000–290,000 ตัน รับดีมานด์จีน–อินเดีย–สหรัฐฯ และตลาดยุโรป พุ่งต่อเนื่อง Spin-Off บ.ย่อย “TEBP” เข้าตลาด mai ปีนี้

นางสาวสินีนุช โกกนุทาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (TEGH) เปิดเผยว่า ปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้รวมเติบโต 10% แตะระดับ 23,000 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ (All Time High) โดยมีการเติบโตจากทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งยางธรรมชาติ น้ำมันปาล์ม และพลังงานทดแทนและรับบริหารจัดการกากอินทรีย์
โดยเฉพาะธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ มีโอกาสที่ยอดขายจะทำสถิติสูงสุดใหม่ (All Time High) จากปริมาณขายที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 280,000-290,000 ตัน จากความต้องการของลูกค้าในประเทศและต่างประเทศทั้ง จีน อินเดีย สหรัฐอเมริกา ทั้งยังคาดการณ์ว่าจะยังคงรักษาสัดส่วนยอดขายยางแท่งมาตรฐาน EUDR ได้ที่ 30-40% จากการที่ลูกค้าฝั่งยุโรป และประเทศอื่น ๆ ยังมีความต้องการอยู่ โดยสหภาพยุโรปจะเริ่มบังคับใช้ EUDR ในวันที่ 30 ธันวาคม 2569 นี้
นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้เปิดตัวสินค้ายางแท่งที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Block Rubber Carbon Neutral) ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าผู้ผลิตยางล้อที่ต้องการใช้วัตถุดิบที่สามารถช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อรองรับกับมาตรการ CBAM ที่เริ่มบังคับใช้แล้วในปีนี้
ขณะที่ธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ มีแนวโน้มผลงานดีต่อเนื่องในปี 2568 หลังจากบริษัทฯ ได้ปรับปรุงกระบวนการผลิต ซ่อมบำรุงเครื่องจักร ติดตั้งหม้อต้มไอน้ำ (Boiler) ลูกใหม่ ทำให้ประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้น และการติดตั้งหม้อนึ่งปาล์ม (Sterilizer) เพิ่มเติม ทำให้กำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้นอีก 50% ภายในปีนี้ รวมถึงมีแผนที่จะขอการรับรอง ISCC corsia สำหรับน้ำมันที่สกัดได้จากทะลายปาล์มเปล่าและน้ำมันน้ำเสีย เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมการผลิตเชื้อเพลิงการบินชีวภาพจากน้ำมันและไขมันเหลือใช้ หลังจากที่ได้รับการรับรอง ISCC plus และ ISCC EU มาแล้วในปีที่ผ่านมา
ด้านธุรกิจด้านพลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์ เติบโตต่อเนื่องหลังจากประสบความสำเร็จจากโครงการขยายกำลังการผลิตก๊าซชีวภาพเฟสที่ 1 เรียบร้อยแล้ว และตอนนี้อยู่ระหว่างดำเนินการในส่วนของโครงการบ่อกากปิโตรเคมี ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จใน Q1/69 นี้ และโครงการขยายกำลังการผลิตก๊าซชีวภาพเฟสที่ 2 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน Q2-Q3/69 ซึ่งจะส่งผลให้ สามารถรับบริหารจัดการกากอินทรีย์เพิ่มขึ้น รวมปีละ 544,500 ตัน และผลิตก๊าซชีวภาพได้เพิ่มขึ้นปีละ 28,710,000 ลูกบาศก์เมตร รวมทั้งมีรายได้จากการขาย Carbon Credit ที่จะได้รับการับรองเพิ่มขึ้นตามปริมาณกากอินทรีย์ที่เพิ่มขึ้นด้วย
ส่วนการ Spin-Off บริษัทย่อย “บริษัท ไทยอีสเทิร์น ไบโอ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (TEBP)” ในการออกและเสนอขายหุ้นสามัญที่ออกใหม่ต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) ปัจจุบันมีความคืบหน้าตามลำดับ คาดว่าจะสามารถนำหุ้นสามัญเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในปีนี้ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินและสร้างการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต
“ปี 2569 ทิศทางธุรกิจ TEGH มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง มีโอกาส All Time High ทั้งด้านรายได้รวม และยอดขายยางแท่ง และบริษัทฯ จะเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งรอบด้าน ทั้งธุรกิจยางธรรมชาติ น้ำมันปาล์ม และพลังงานทดแทน รวมถึงบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมต่อยอดโครงการใหม่เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ส่วนการ Spin-Off บริษัทย่อย TEBP เข้าจดทะเบียนในตลาด mai ยังคงเดินหน้าตามแผน เพื่อเสริมฐานการเงินและเพิ่มโอกาสการเติบโตในอนาคต” นางสาวสินีนุช กล่าวในที่สุดต่อเนื่อง

