HoonSmart.com>>เจมาร์ท โมบาย ตั้งเป้ารายได้ยอดขายสมาร์ตโฟน ปี 2569 รวม 1.5 หมื่นล้านบาท โต 50% จากสินเชื่อมือถือ 5 พันล้านบาท พุ่ง 60% ที่เหลือจากยอดขายผ่านเงินสด สาขา พันธมิตร วางงบ 70 ล้านบาท เปิดสาขาใหม่อีก 100 แห่ง ด้านซิงเกอร์ หนุนแพลตฟอร์มสินเชื่อดิจิทัล ดันรายได้สมาร์ตโฟนปี 2569 แตะ 900 ล้านบาท พุ่ง 254.33%
นายดุสิต สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท โมบาย (Jaymart Mobile) ในกลุ่มบริษัทเจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้ง (JMART) กล่าวว่า ในปี 2569 ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 15,000 ล้านบาท เติบโต 50% จากปี 2568 ซึ่งในจำนวนนี้มาจากยอดขายผ่านสินเชื่อมือถือประมาณ 5,000 ล้านบาท เติบโต 60% จากปีที่ผ่านมาที่น่าจะได้ราวๆ 3,000 ล้านบาท โตประมาณ 40% ที่เหลือมาจากช่องทางขายอื่นๆ ทั้งเครดิตการ์ด เงินสด ออนไลน์
ตลาดสมาร์ตโฟนในประเทศไทยยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากปัจจุบันที่มีขนาด 1 แสนล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ มียอดขายระดับหมื่นล้านบาท ยังมีศักยภาพเติบโตได้อีกมาก จากพาร์ทเนอร์ และเครื่องมือที่มี ผนวกกับการฟื้นตัวของกำลังซื้อ การเปลี่ยนเครื่องรอบใหม่ และความต้องการสมาร์ตโฟนที่รองรับเทคโนโลยี AI โดยเฉพาะในกลุ่มรุ่นราคาจับต้องได้ระดับกลางถึงสูง 1.5 หมื่นบาท ถึง 4 หมื่นบาทเพิ่มขึ้นมากสะท้อนผ่านสินเชื่อโมบายโฟนที่โตถึง 40% ในปี 2568
ในขณะที่สินค้าราคาต่ำกว่า 5,000 บาทยอดขายติดลบราว 5.4% มูลค่าการขายเพิ่มขึ้นเพียง 3.9% จึงมั่นใจว่าในปี 2569 Jaymart Mobile จะสามารถเดินหน้าสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องจากการที่สมาร์ตโฟนมีเทคโนโลยีใหม่ที่เป็นเอไอเข้ามา
ส่วนหนี้เสีย จากประสิทธิภาพการล็อคโทรศัพท์หากผิดนัดชำระ ทำให้สามารถควบคุมในระดับเป้าหมายที่วางไว้
นอกจากนี้ บริษัทมีจุดแข็งในการขยายสาขาเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 60 สาขา ทำให้ปัจจุบัน มีร้านค้ากว่า 300 สาขาทั่วประเทศ และปี 2569 จะเปิดสาขาใหม่อีก 100 แห่ง รวมเป็น 400 แห่ง ใช้งบประมาณ 70 ล้านบาท เน้นเปิดในไฮเปอร์มาร์เก็ตจะใช้ขนาดพื้นที่ใหญ่ และเพิ่มพันธ มิตรที่เป็นดีลเลอร์ขายสมาร์ทโฟน จาก 1,700 ราย เป็น 2,500 ราย ผสานเทคโนโลยีและความร่วมมือภายในกลุ่มเจมาร์ท ได้แก่ Singer Thailand และ SG Capital เพื่อขยายระบบนิเวศสินเชื่อโทรศัพท์มือถือให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะโครงการ SG Finance+ ที่ช่วยเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อ ลดอุปสรรคด้านกำลังซื้อ และการผลักดันยอดขายจากพันธมิตรสมาร์ตโฟนทั้งกลุ่มพรีเมียม และ China Brand ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมยกระดับร้านค้าให้เป็น “Financial Destination” ที่ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้า ทำธุรกรรมสินเชื่อ และเข้าถึงบริการเสริมได้ในจุดเดียว ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดค้าปลีกโทรศัพท์มือถือของไทย และบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของกลุ่ม JMART ในระยะยาวอย่างยั่งยืน
รวมถึง เพิ่มช่องทางการขายผ่านออนไลน์ ล่าสุด เปิดตัว “บริการผ่อนมือถือออนไลน์แบบครบวงจร” ภายใต้แนวคิด “A New Era of Mobile Loans – Seamless. Fully Online. Anytime.” เพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่ให้ความสำคัญกับความรวดเร็ว ความสะดวก และการเข้าถึงบริการได้ทันที เพื่อจับกลุ่มลูกค้าที่เข้าไม่ถึง
เป็นก้าวสำคัญของ Jaymart Mobile ในการยกระดับบริการ สร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ พร้อมตอกย้ำการผสาน Retail + Digital Finance คือทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรมในอนาคต และสะท้อนวิสัยทัศน์ในการพัฒนาโซลูชันที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี การเงิน และไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
บริการดังกล่าวถูกออกแบบบนแนวคิด Mobile – First และ Customer – Centric มอบประสบการณ์การใช้งานที่ครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การสมัคร การพิจารณาอนุมัติ ไปจนถึงการรับสินค้า ผ่านระบบออนไลน์เต็มรูปแบบ รองรับการใช้งานได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่ต้องพึ่งพากระบวนการออฟไลน์แบบเดิม
สำหรับจุดเด่นของบริการผ่อนมือถือออนไลน์ ให้บริการผ่านระบบออนไลน์เต็มรูปแบบ ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ ระบบอนุมัติรวดเร็ว รู้ผลภายใน 3 นาที อนุมัติแล้วรับเครื่องได้ทันที พร้อมบริการจัดส่งด่วนภายใน 1 ชั่วโมงในพื้นที่กรุงเทพฯ
สำหรับบริการจัดส่งด่วน และต่างจังหวัดจัดส่งภายใน 1-3 วันทำการ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็ว ใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียว ก็ผ่อนได้ ลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก ไม่ต้องใช้เอกสาร ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน และไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ดาวน์เริ่มต้น 0% ผ่อนเริ่มต้นหลักร้อยต่อเดือน นานสูงสุด 24 เดือน เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคทุกกลุ่มอาชีพและทุกช่วงวัยเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ค้า พนักงานประจำ ฟรีแลนซ์ เจ้าของกิจการ นักเรียน และนักศึกษา ก็สามารถผ่อนได้ เสริมศักยภาพแบรนด์ Jaymart Mobile ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมมือถือ พร้อมพันธมิตรจากแบรนด์สมาร์ตโฟนชั้นนำ อาทิ OPPO, vivo, Xiaomi, realme, Infinix, Honor, Nothing เป็นต้น
นายนราธิป วิรุฬห์ชาตะพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER) ในกลุ่ม JMART ตอกย้ำบทบาทสำคัญในการยกระดับตลาดสินเชื่อสมาร์ตโฟนไทย ผ่าน SG Finance+ ซึ่งสอดรับกับทิศทางการทรานส์ฟอร์มองค์กรของ SINGER สู่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสินเชื่อดิจิทัลครบวงจร
ต่อยอดจากวิสัยทัศน์ “Financial Services Network Tech” ที่ SINGER ประกาศไว้ก่อนหน้า โดยผสานเทคโนโลยีเข้ากับเครือข่ายการขายและพันธมิตรทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านโมเดลสินเชื่อสมาร์ตโฟนแบบล็อกเครื่อง หรือ Lock Phone บนแพลตฟอร์ม SG Finance+ ภายใต้การบริหารของบริษัท เอสจี แคปปิตอล (SGC)
หัวใจสำคัญของระบบนิเวศดังกล่าว คือ แพลตฟอร์มดิจิทัลแบบไร้กระดาษ (Paperless) 100% ที่บูรณาการเทคโนโลยี e-KYC, e-NCB และ Credit Scoring ช่วยให้สามารถพิจารณาและอนุมัติสินเชื่อได้ภายใน 3 นาที ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล
ในเชิงรายได้จากสมาร์ตโฟนของ SINGER ในปี 2568 เพิ่มอย่างก้าวกระโดดเป็น 254 ล้านบาท หรือเติบโตมากกว่า 300% สะท้อนความต้องการสินเชื่อสมาร์ตโฟนที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินเชื่อแบบ Lock Phone
นอกจากนี้ ณ สิ้นปี 2568 บริษัทประสบความสำเร็จในการขยายเครือข่ายของ Direct Sale และดีลเลอร์โทรศัพท์มือถือกว่า 1,200 รายทั่วประเทศ ช่วยเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าในวงกว้าง สนับสนุนการเติบโตของยอดขาย
จากอุปสงค์ของตลาดที่ยังอยู่ในระดับสูง SINGER ต่อยอดการรุกแพลตฟอร์มออนไลน์ให้ลูกค้าสามารถทำสินเชื่อออนไลน์ โดยลูกค้าสามารถใช้บริการผ่อนสมาร์ตโฟนออนไลน์แบบครบวงจรผ่านเว็บไซต์ โดยเลือกสมาร์ตโฟนที่ต้องการ และสามารถยืนยันตัวตนด้วยแอปพลิเคชัน ThaiD ที่ใดก็ได้ และเข้าสู่ระบบ SG Finance+ พร้อมทราบผลได้ภายใน 3 นาที และสามารถรับสินค้าที่บ้านได้ เป็นการพัฒนาทำสินเชื่อแบบไร้รอยต่อ ลูกค้าสามารถทำรายการได้ทุกที่ทุกเวลา สะท้อนทิศทางการเติบโตที่ชัดเจนของ SINGER ในฐานะแพลตฟอร์มบริการทางการเงินยุคดิจิทัล
“เราเห็นโอกาสตลาดขนาดใหญ่ของผู้ที่ยังเข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ การทำสินเชื่อออนไลน์ จะทำให้การเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น และจะทำให้ตลาดสินเชื่อสมาร์ตโฟนยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากในระยะยาว บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้จากสมาร์ตโฟนในปี 2569 ไว้ที่ 900 ล้านบาท” นายนราธิป กล่าว
