HoonSmart.com>>”เอสซีบีเอกซ์” (SCB) ประกาศปี 68 กำไรสุทธิ 47,488 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.1% เทียบปีก่อน จากกำไรเงินลงทุน ค่าธรรมเนียมธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่โตแข็งแกร่ง กำไรจากกลุ่มธุรกิจบริการทางการเงินดิจิทัล-สินเชื่อเพื่อรายย่อย ค่าใช้จ่ายลดลง เฉพาะไตรมาส 4 กำไรสุทธิ 10,144 ล้านบาท ลดลง 15.9% จากไตรมาสที่ 3 (QoQ) และลดลง 13.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)
บริษัท เอสซีบีเอกซ์ (SCB) ประกาศผลการดำเนินงานปี 2568 มีกำไรสุทธิ 47,488 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.1% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน มีกำไรสุทธิ 43,943 ล้านบาท เฉพาะไตรมาสที่ 4 ปีที่ผ่านมา มีกำไรสุทธิ 10,144 ล้านบาท ลดลง -15.9% จากไตรมาสที่ 3 (QoQ) และลดลง 13.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)
สาเหตุที่ทำให้กำไรสุทธิปี 2568 เพิ่มขึ้น 8.1% มาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรจากเงินลงทุน และรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นจากผลการดำเนินงานของธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลง ภายหลังจากการขายธุรกิจ Robinhood ในปี 2567 และจากการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของกำไรจากกลุ่มธุรกิจบริการทางการเงินดิจิทัลและสินเชื่อเพื่อรายย่อย
อย่างไรก็ตามรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 119,117 ล้านบาท ลดลง 8.0% จากปีก่อน จากการลดลงของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งภายในปี และสินเชื่อโดยรวมที่ลดลง 2.1% ภายใต้การปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง
ขณะเดียวกันรายได้ค่าธรรมเนียมและอื่น ๆ มีจำนวน 41,695 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% จากปีก่อน จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่เติบโตอย่างโดดเด่น รวมถึงการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมจากธุรกรรมทางการเงิน ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับการให้สินเชื่อ และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ
รายได้จากการลงทุนและการค้ามีจำนวน 10,771 ล้านบาท ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 369.8% จากปีก่อน โดยเป็นผลจากกำไรจากพอร์ตการลงทุนของธนาคาร และของบริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน จำนวน 69,570 ล้านบาท ลดลง 4.7% จากการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานอย่างเข้มงวด ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 40.5%
บริษัทฯ ตั้งสำรองลดลง 2.6% จากปีก่อน เนื่องมาจากคุณภาพสินทรัพย์ที่อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ โดยเฉพาะการปรับตัวดีขึ้นของบริษัท คาร์ด เอกซ์ ทั้งนี้จำนวนสำรองดังกล่าวได้รวมสำรองพิเศษอีกจำนวน 4,500 ล้านบาท เพื่อรองรับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในอนาคต โดยอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage ratio) คงอยู่ในระดับสูงที่ 160.8%
แม้เผชิญกับความผันผวนจากทั้งปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ บริษัทฯ ยังสามารถควบคุมคุณภาพของสินเชื่อโดยรวมได้ดี โดยอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 3.29% ลดลงจาก 3.37% ในปีก่อน เงินกองทุนตามกฎหมาย อยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 18.9%
นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ (SCB) กล่าวว่า ปี 2568 เป็นอีกปีหนึ่งที่เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายจากหลายมิติ SCBX ได้ดำเนินธุรกิจโดยเน้นการสร้างความแข็งแกร่งภายใน บริหารคุณภาพสินเชื่ออย่างรัดกุมท่ามกลางความผันผวน ควบคู่กับการปรับโครงสร้างธุรกิจสำคัญ เพื่อวางรากฐานสู่วิสัยทัศน์ระยะยาวในการเป็นกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีการเงินชั้นนำของประเทศไทย
SCBX ก้าวสู่ปี 2569 ด้วยทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจน โดยมุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน การบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย และการยกระดับประสบการณ์การบริการให้แก่ลูกค้า จะเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก เพิ่มการมีส่วนร่วมกับลูกค้าในทุกกลุ่ม ยกระดับคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและข้อมูลเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเรายังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนการสร้างคุณค่าระยะยาวอย่างสมดุลทั่วทั้งกลุ่มธุรกิจ
นอกจากนี้ บริษัทฯกำลังเร่งเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) เพื่อรองรับการเปิดดำเนินการตามแผนที่วางไว้ โดยมุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมด้านข้อมูลเพื่อขยายโอกาสให้กลุ่มที่เข้าไม่ถึงบริการธนาคาร (Financial Inclusion) ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำและขับเคลื่อนเศรษฐกิจการเงินดิจิทัลของไทยอย่างยั่งยืน
