By…พี่ใส่ใจ
www.HoonSmart.com “เสนอความจริงทุกการลงทุน” ขึ้นปีที่ 9 วันที่ 20 ม.ค.2569
หุ้น MORE แผลเป็นของตลาดหุ้นไทย กว่า 3 ปีที่ผ่านมา ความผิดปกติของการซื้อขาย แต่การเคลียริ่งยังดำเนินการไปตามปกติ และโบรกเกอร์นั่นเองที่เห็นความไม่ปกตินี้ ได้รวมตัวลุกขึ้นมาปกป้องตัวเอง เป็นที่มาของเรื่องราว MORE ที่ยืดเยื้อมากว่า 3 ปี
16.วันที่ 14 พ.ย. 2565 สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย ส่งหนังสือขอความร่วมมือกับโบรกเกอร์ต่าง ๆ ให้ระงับการจ่ายเงินค่าขายแก่บุคลที่ทำรายการซื้อขายหุ้น More และ More-R ในวันดังกล่าว เพื่อทำการตรวจสอบแบบเข้มข้นถึงความถูกต้องชอบธรรมในการซื้อขายตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และแจ้งต่อ ป.ป.ง. เพื่อดำเนินการอายัดทรัพย์สินจากธุรกรรมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายต่อไป
17.สำนักงาน ป.ป.ง สั่งโบรกเกอร์ให้ระงับการจ่ายค่าขายให้แก่บุคคลที่ทำรายการขายให้แก่นายอภิมุขและบุคคลเกี่ยวข้อง แต่ก็พบว่ามีบางโบรกเกอร์เมื่อได้รับเงินค่าขายของนายอภิมุขจากสำนักหักบัญชี ก็ได้จ่ายเงินค่าขายให้แก่นายอภิมุขออกไปเป็นมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท
18..วันที่ 16 พ.ย.2565 ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย จัดแถลงข่าวกรณีหุ้น More โดยยอมรับว่าการซื้อขายหุ้น More และ More-R มีความผิดปกติ และในเอกสารประกอบการแถลงข่าวได้อ้างว่า
“ฝ่ายกำกับการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้แจ้งเตือนสมาชิกถึงความผิดปรกติที่เกิดขึ้น “
สร้างความงุนงงกับโบรกเกอร์ผู้เสียหายเป็นอย่างมาก เพราะโบรกเกอร์ผู้เสียหายหลายราย ยืนยันว่า ไม่มีการแจ้งเตือนใด ๆ จากตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งเป็นผู้เดียวที่เห็นข้อมูลทั้งหมดและถ้ามีการแจ้งเตือนกับโบรกเกอร์ ตามที่เคยปฏิบัติเสมอมา โบรกเกอร์ก็จะสามารถระงับความเสียหายไม่ให้เกิดขึ้นได้ รวมทั้งไม่มีแม้แต่การแจ้งเตือนใดๆทั้งสิ้นกับนักลงทุนทั้งในวันเกิดเหตุและวันถัดไป ทั้งที่ตลาดหลักทรัพย์ฯทราบรายการผิดปรกตินี้ ตั้งแต่ก่อนตลาดหลักทรัพย์ฯเปิดทำการซื้อขายในวันเกิดเหตุ
19. คำพิพากษาในคดีแพ่ง เกี่ยวกับการยึดทรัพย์จากการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินของนายอภิมุขและพวก พิพากษาให้ยึดทรัพย์สินทั้งหมด ทั้งเงินค่าขายและหุ้น Moreและ More-R คิดเป็นมูลค่า 4,464 ล้านบาท โดยพิจารณาว่า ผู้ขายหุ้นให้แก่นายอภิมุข ไม่สามารถแสดงแหล่งที่มาของเงินที่ใช้ลงทุนในหลักทรัพย์ More และ More-R ในวันเกิดเหตุได้ รวมทรัพย์สินที่ถูกยึดทั้งสิ้น เป็นมูลค่า 4,464 ล้านบาท โดยให้คืนแก่ผู้เสียหาย
20.จนถึงปัจจุบัน โบรกเกอร์ผู้เสียหาย ยังไม่มีรายใดได้รับเงินที่ต้องจ่ายชำระราคาให้แก่สำนักหักบัญชีตามที่สำนักหักบัญชีเรียกเก็บ แม้ว่าสำนักหักบัญชีจะทราบดีแล้วว่า การซื้อหุ้น More และ More-R ของนายอภิมุขในวันดังกล่าว เป็นไปโดยไม่สุจริตก็ตาม เนื่องจาก คดียังไม่ถึงที่สุด
21.มี 1 โบรกเกอร์ (เบอร์ 5) ต้องปิดกิจการไปจากกรณีนี้ เนื่องจาก วันครบกำหนดการชำระราคา ต้องจ่ายเงินชำระราคาจากรายการซื้อของนายอภิมุขในวันดังกล่าว แต่เงินมีไม่เพียงพอ จึงนำเงินฝากของลูกค้ามาจ่ายให้แก่สำนักหักบัญชี ซึ่งเป็นการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกค้าโดยไม่ชอบ จึงถูกสำนักงาน ก.ล.ต เพิกถอนใบอนุญาต ส่งผลให้พนักงานนับร้อยต้องตกงาน
22..ราคาหุ้น More ลดลงอย่างต่อเนื่อง ภายหลังเหตุการณ์ ปัจจุบันซื้อขายกันในระดับราคา 0.03-0.05 บาท สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่นักลงทุน
23. ปี 2565 ก่อนเกิดเหตุการณ์ SET Index อยู่ในระดับ 1,600 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 76,773 ล้านบาท ณ ขณะนั้น ตลาดหุ้นไทย เป็นตลาดที่มีสภาพคล่องที่สุดในอาเซียน แต่กรณีหุ้น More ทำให้สูญเสียความเชื่อมั่นในเรื่องการกำกับดูในการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฯ กับนักลงทุนเป็นอย่างมาก
ประกอบกับกรณีหุ้นอื่น ๆ ที่เกิดติดตามมา สะท้อนชัดถึงความอ่อนแอในการกำกับดูแลตลาดหุ้นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนทำให้ SET Index ในปัจจุบัน เคลื่อนไหวอยู่ระดับ 1,200 จุด ด้วยปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง ประมาณ 30,000 ล้านต่อวัน และทำให้ตลาดหุ้นไทย ไม่ใช่ตลาดหุ้นที่มีสภาพคล่องมากที่สุดในอาเซียนอีกต่อไป เพราะนักลงทุนหนีหายจากการขาดความเชื่อมั่นในการกำกับดูแล และยังไม่สามารถฟื้นคืนได้จนถึงปัจจุบัน สร้างความเสียหายกับระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างประเมินค่าไม่ได้
24.พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ กำหนดให้
“ ตลาดหลักทรัพย์ ฯ ต้องส่งเสริมและรักษาไว้ซึ่งความมั่นคง ความเป็นธรรมการตรวจสอบได้ และความเรียบร้อยในการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียน โดยคำนึงถึงประโยชน์ของตลาดทุนไทยและการคุ้มครองผู้ลงทุนเป็นสำคัญ”
“ มีระบบการซื้อขายหลักทรัพย์ ระบบบันทึกและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการเสนอราคาและการซื้อขายหลักทรัพย์ ระบบกำกับตรวจสอบการซื้อขายหลักทรัพย์ และระบบการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ ที่ส่งเสริมและรักษาความมั่นคง ความมีประสิทธิภาพ ตลอดจนความเป็นธรรมในการซื้อขาย”
จนถึงปัจจุบัน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่เคยออกมาพูดถึงเหตุการณ์จริงทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตลอดจนกระบวนการขั้นตอนการตัดสินใจ ที่ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปล่อยให้เกิดการซื้อขายหุ้น More และ More-R ที่มีมูลค่ามหาศาล มีความผิดปกติอย่างร้ายแรงของเช้าวันที่ 10 พ.ย. 2565 แก่สาธารณชน
และไม่พบว่าตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มีการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของตนในกรณีนี้ ว่ามีการกระทำที่บกพร่องหรือไม่ เป็นเพียงพยายามปล่อยให้เลือนหายไปพร้อม ๆ กับความทรงจำของผู้คน ท่ามกลางคดีความต่าง ๆ จากกรณีนี้เดินหน้าคืบคลานไปอย่างช้า ๆ เพื่อดำเนินการกับผู้กระทำผิด
พร้อม ๆ กับลมหายใจที่แผ่วบางลงเรื่อย ๆ ของนักลงทุนไทย และการค่อย ๆ ล่มสลายไปในแต่ละวัน เดือน และปีของตลาดทุนไทย ที่ไม่เห็นแม้แต่แสงริบหรี่ปลายอุโมงค์ เหลือไว้แต่เพียงความคิดคำนึงว่า ถ้าเพียงแต่วันนั้น ผู้มีหน้าที่ตามกฏหมาย เคร่งครัดในหน้าที่ของตนอย่างเพียงพอ ตลาดหุ้นไทย คงไม่เดินมาถึงจุดใกล้สิ้นลมหายใจอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
