HoonSmart.com>>ฝ่ายวิจัยตลาดหลักทรัพย์เปิดข้อมูลบจ.ใน SET-mai จ่ายเงินปันผลในปี 68 รวม 651,239 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ กลุ่มการเงินให้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ปัจจัยหนุนจากกำไรสุทธิ โดยหมวดพลังงานและสาธารณูปโภคแชมป์ กว่า 149,497 ล้านบาท ตามด้วยแบงก์กว่า 143,609 ล้านบาท และหมวดเทคโนโลยีสารสนเทศ 81,694 ล้านบาท ขณะที่ อาหารและเครื่องดื่มและหมวดพาณิชย์แจกใกล้เคียงกัน 44,000 ล้านบาท ช่วงเทศกาล แจกเดือนพ.คมากที่สุด

“สุมิตรา ตั้งสมวรพงษ์” ฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดทำ SET Note เรื่องการจ่ายเงินปันผลของบริษัทจดทะเบียน (บจ.)ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในปี 2568 จำนวน 581 บริษัท จ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น 838 ครั้ง มีมูลค่ารวมกว่า 651,239 ล้านบาท ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเพิ่มขึ้น 9.71% จากปี 2567 ที่สำคัญกลุ่มธุรกิจการเงินจ่ายให้ผู้ถือหุ้นมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้บจ.ส่วนใหญ่จ่ายเงินปันผล 1 ครั้ง ขณะที่มี 226 บริษัทจ่ายให้ผู้ถือหุ้น 2 ครั้งขึ้นไป
สำหรับหมวดธุรกิจที่มีมูลค่าการจ่ายเงินปันผลสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หมวดพลังงานและสาธารณูปโภค (Energy and utilities sector) หมวดธนาคาร (Banking sector) และหมวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information & Communication Technology sector) รวมทั้งสิ้นกว่า 374,800 ล้านบาท คิดเป็น 57.6% ของทั้งหมด โดยหมวดพลังงานและสาธารณูปโภค จ่ายกว่า 149,497 ล้านบาท ตามด้วยหมวดธนาคารจ่ายมูลค่าสูงสุดรวมกว่า 143,609 ล้านบาท และหมวดเทคโนโลยีสารสนเทศฯมูลค่ารวม 81,694 ล้านบาท ขณะที่หมวดอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage sector) และหมวดพาณิชย์ (Commerce sector) จ่ายด้วยมูลค่าใกล้เคียงกันประมาณ 44,000 ล้านบาท
ในช่วงเทศกาลจ่ายเงินปันผลเดือนมี.ค.- พ.ค.2568 บริษัทจดทะเบียนจ่ายเงินปันผล 533 ครั้ง คิดเป็น 63.6% ของจำนวนทั้งหมดที่เกิดขึ้นในปี 2568 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่รวมอยู่ที่ 62.2% โดยเดือนพ.ค.มีการจ่ายเงินปันผลมากที่สุดทั้งจากจำนวนครั้งและมูลค่าเงินปันผล คือ 456 ครั้ง คิดเป็น 54.4% ตามมาด้วยเดือนก.ย.จ่าย 178 ครั้ง คิดเป็น 21.2%
“สถิติการจ่ายเงินปันผล เป็นข้อมูลเบื้องต้นให้นักลงทุนได้ทราบช่วงเวลาในการจ่ายเงินปันผล เพื่อใช้ประกอบการวางแผนคัดเลือกหุ้นปันผลและเลือกจังหวะเวลาในการเข้าซื้อหุ้นปันผลเข้าพอร์ต แต่การลงทุนมีความเสี่ยง และผลการดำเนินการในอดีตไม่ได้รับประกันผลงานในอนาคต ดังนั้น นักลงทุนควรประเมินถึงความสามารถในการทำกำไร ตลอดจนปัจจัยต่างๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการด้วย”

อย่างไรก็ตาม ในปี 2568 จำนวนบจ.จ่ายเงินปันผลลดลงเหลือ 581 บริษัท เทียบกับปี 2567-2566 จำนวน 590 บริษัทและ 583 บริษัทตามลำดับ รวมถึงจำนวนครั้งก็ลดลงเหลือ 838 ครั้ง เทียบกับ 865 ครั้ง และ 842 ครั้ง บริษัทที่จ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นมีจำนวน 15 บริษัทลดลงจาก จำนวน 28 บริษัท และ 32 บริษัท ข้อมูล ณ วันที่ 6 ม.ค. 2569
