HoonSmart.com>>หุ้นโรงกลั่น-โรงไฟฟ้าขึ้นเด่นสวนตลาด นำโดย BCP-SPRC-TOP มีจิตวิทยาบวกจากหุ้นโรงกลั่นในสหรัฐปรับตัวขึ้น จากค่าการกลั่นสูง ขณะที่ค่าขนส่งลดลง และค่า Crude premium ลดลง ผสานสหรัฐฯเข้าคุมแหล่งผลิตน้ำมันในเวเนซุเอลา เพิ่มทางเลือกการจัดหาวัตถุดิบให้โรงกลั่นมากขึ้น พร้อมแนะนำ BCP, TOP, SPRC ขณะที่แรงซื้อเข้าหุ้นโรงไฟฟ้าหลังราคายังอยู่ในโซนล่าง ต้นทุนพลังงานลดลง บล.ธนชาตเชียร์ GPSC
สถานการณ์ในเวเนซุเอลาหลังสหรัฐฯเข้าไปคุมแหล่งน้ำมัน ไม่เพียงจะทำให้โอกาส Supply น้ำมันจะเพิ่มขึ้น จนทำให้ราคาน้ำมันมีโอกาสที่จะปรับตัวลง แต่ยังส่งอานิสงส์ต่อไปยังกลุ่มโรงกลั่นด้วย
หุ้นในกลุ่มโรงกลั่น-โรงไฟฟ้าขึ้นเด่นกว่าตลาดโดยรวม นำโดยหุ้น BCP พุ่ง 6.67% มาที่ 28 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท มูลค่าซื้อขาย 537.61 ล้านบาท หุ้น SPRC พุ่ง 5.08% มาที่ 6.20 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท และหุ้น TOP บวก 5.37% มาที่ 39.25 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท มูลค่าซื้อขาย 1,302.91 ล้านบาท
บล.กรุงศรี ระบุว่า หุ้นโรงกลั่นจะยัง Outperform ได้ผลบวกจากค่าขนส่ง (Freight) ลดลง, ค่า Crude premium ลดลงหลัง Saudi Aramco ประกาศลดราคาขาย (OSP) ให้กับผู้ซื้อในตลาดเอเชีย ผสานข่าวสหรัฐฯเข้าควบคุมแหล่งผลิตน้ำมันในเวเนซุเอลา เพิ่มทางเลือกการจัดหาวัตถุดิบให้โรงกลั่นมากขึ้น เป็นบวกต่อกลุ่มโรงกลั่นโดยตรง
กลุ่มโรงกลั่นวันนี้ปรับขึ้นโดดเด่น มีจิตวิทยาบวกจากหุ้นโรงกลั่นต่างประเทศในสหรัฐปรับขึ้น เป็นจิตวิทยาบวก ต่อหุ้นโรงกลั่นไทย อาทิ Marathon Petroleum โรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ +5.9 Chevron + 5.13% Exxon Mobil +2.2%
ในเชิงปัจจัยพื้นฐาน ชื่นชอบกลุ่มโรงกลั่นมากที่สุด ทั้งจากค่าการกลั่นฟื้นตัวสูง q-q (ไตรมาส 4/2568 SG GRM ฟื้นเท่าตัว q-q)
กลยุทธ์ แนะนำหุ้นโรงกลั่นเน้น BCP ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 44 บาท จุดเด่นคือ ราคาหุ้น BCP ยัง Laggard หุ้นในกลุ่ม และค่าการกลั่นปัจจุบันที่สูงกว่าระดับปกติ 5-6 เหรียญฯ (สูงกว่าระดับปกติราว 20%), ธุรกิจมีความครบวงจรต้นน้ำ – ปลายน้ำ อีกทั้ง Div Yield สูง 4-5% ต่อปี
SPRC ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 7.6 บาท จุดเด่นคือปี 2569 มอง Earning Growth ปี 2569 +177% y-y โตสูงกว่าอุตสาหกรรม
น.ส.นลินรัตน์ กิตติกำพลรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิจัย บล.เอเชีย พลัส กล่าวว่า ตอนนี้เห็นแล้วว่าสถานการณ์สหรัฐฯเข้าไปคุมน้ำมันเวเนซุเอลา ราคาน้ำมันยังไม่ได้ปรับขึ้นไปมากนัก ซึ่งกำลังการผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลามีราว 9 แสนบาร์เรล/วัน คิดเป็น 3% ของกลุ่มโอเปก ถือว่าไม่มีนัยยะเท่าไร แต่การเข้าไปของสหรัฐฯมองเป็น Long Term มากกว่า ในการเข้าไปจัดการทุกอย่างให้เวเนซุเอลา ช่วงสั้นผลกระทบยังไม่เห็น ซึ่งที่ผ่านมาเวเนซุเอลาก็มีการค้าขายน้ำมันน้อยด้วย
อีกทั้งตอนนี้สหรัฐฯก็เล็งไปที่ประเทศอื่นอีก ทั้งคิวบา, กรีนแลนด์ ซึ่งเป็นความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ส่วนราคาน้ำมันดิบก็ประคองตัวไป ซึ่งราคาน้ำมันจะแปรผันไปตามเศรษฐกิจโลก ที่ตอนนี้ยังไม่ฟื้น แต่มอง Downside ราคาน้ำมันก็จำกัด ค่าการกลั่นก็เช่นเดียวกันขึ้นอยู่กับ GDP มากกว่า ซึ่งค่าการกลั่นในช่วงปลายไตรมาส 4/2568 ถึงไตรมาสแรกปี 2569 ยังอยู่ในระดับสูงในช่วงฤดูกาล แต่ปลายไตรมาส 2 จะลงเล็กน้อยจากหมดฤดูกาล และไตรมาส 3 เป็นช่วงหน้าฝน ความต้องการหดหาย ค่าการกลั่นก็จะปรับตัวลง
“ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์มองเป็นความเสี่ยง แต่ไม่ได้มองว่าจะทำให้เกิดสงคราม ซึ่งเป็น Sentiment ลบช่วงสั้น ๆ อย่างเหตุการณ์รัสเซีย-ยูเครน คงก็เริ่มชินชา … ปี 2569 มองเศรษฐกิจไม่ได้โตมาก ค่าการกลั่นก็คาดการณ์ทั้งปีไว้ 5-6 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ซึ่งตอนนี้เป็นช่วงฤดูกาลค่าการกลั่นก็จะสูง ล่าสุดอยู่แถว 6-7 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล”
น.ส.นลินรัตน์ กล่าวต่อว่า ภาพใหญ่ของน้ำมันปีนี้น่าจะดีกว่าปี 2568 ที่มีฐานราคาน้ำมันต่ำ แต่ก็หวังกลุ่มปิโตรเคมีจะมาช่วยหนุน ดังนั้นการลงทุนคงจะต้องเลือกเล่นเป็นรายตัว โดยมองกลุ่ม PTT ให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลดี ชอบหุ้น PTT ราคาเป้าหมาย 36 บาท ซึ่งฐานกำไรผันผวนต่ำ และให้อัตราผลตอบแทนจากปันผลกว่า 6% ส่วน TOP แนะนำ”เทรดดิ้ง”ราคาเป้าหมาย 42.5 บาท ให้อัตราผลตอบแทนจากปันผลราว 5-6% และ PTTEP ราคาเป้าหมาย 140 บาท ให้ปันผลดีเช่นกัน ช่วงนี้ Downside ของกลุ่มพลังงานจำกัดมากขึ้น ขณะที่ให้ปันผลสูง จึงน่าสนใจที่จะลงทุน
บล.ทิสโก้ แนะนำ”ซื้อ”หุ้น SPRC มองเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในกลุ่มพลังงานปลายน้ำ นอกจากความแข็งแกร่งต่อเนื่องของตลาดโรงกลั่นแล้ว ค่าใช้จ่ายแผนปรับปรุงโรงกลั่นจะน้อยกว่าคาดเดิม ประเมินมูลค่ายังน่าสนใจ PER ปี 2569 ที่ 9.7 เท่า PBV 0.6 เท่า และปันผลดี 5.1%
หุ้นโรงไฟฟ้ายังอยู่ในโซนล่าง-ต้นทุนพลังงานลดลง
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า หุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้าวันนี้ขยับขึ้นกันทั่วหน้า คาดว่าจะเป็นการเข้ามาเล่นเก็งกำไรหุ้นที่ยังอยู่ในโซนล่าง รวมถึงต้นทุนพลังงานลดลงด้วย
บล.ธนชาต แนะนำ“ซื้อ” หุ้น GPSC ด้วยเป้าหมายพื้นฐาน 45 บาท จาก 1) อัตรากําไรของโครงการในประเทศฟื้นตัวจากต้นทุนถ่านหินที่ลดลง ขณะที่อัตรากําไร SPP ทรงตัวจากความเสี่ยงนโยบายอุดหนุนราคาลดลง รวมถึงราคาก๊าซที่ลดลงด้วย 2) คาดกําลังการผลิตของ AEPL จะเร่งตัวขึ้นจากการเปิดโครงการใหม่ ซึ่งจะช่วยหนุนส่วนแบ่งกําไรเพิ่มขึ้นจาก 220 ล้านบาท ในปี 2568 เป็น 1.2 พันล้านบาทในปี 2571 3) มี upside จากแผนเข้าซื้อโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในกลุ่ม PTT ที่ช่วยเพิ่มกําไรได้ทันที รวมถึงการขยายการลงทุนสู่ธุรกิจ Data center ช่วยผลักดันการเติบโตแบบ S-Curve
