บล.บียอนด์ x เซียนหุ้น ร่วมสัมมนาคึกคัก

HoonSmart.com > บล.บียอนด์ & IWC สัมมนา “ถอดรหัสหุ้นไทย 2026  แกะรอยเมกะเทรนด์โลก  สร้างพอร์ตเติบโตอย่างยั่งยืน” นักลงทุน – เซียนหุ้น ร่วมงานคึกคัก 

 

บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ (BYD) ร่วมกับ IWC จัดสัมมนาความรู้การลงทุน ให้กับนักลงทุน ในหัวข้อ “ถอดรหัสหุ้นไทย 2026  แกะรอยเมกะเทรนด์โลก  สร้างพอร์ตเติบโตอย่างยั่งยืน” เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยมีนักลงทุนเข้าร่วมงานคึกคึก และผู้เชี่ยวชาญด้านหลักทรัพย์ ร่วมให้ความรู้ อาทิ

“เชาว์-เฉลิมเดช ลีวงศ์เจริญ” อดีตนายกสมาคม THAI VI ,

“เสี่ยป๋อง-วัชระ แก้วสว่าง” นักลงทุนสายพื้นฐาน-เทคนิค ,

“อ.เอ พิสุทธิ์ สันติโชค” โค้ชการลงทุน เจ้าของเพจ A-Pisut : พญาเม่า เล่าหุ้น

“เอ็ดดี้ อดิศักดิ์ พรหมบุญ” หัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.บียอนด์

“จักรกริช เจริญเมธาชัย”  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล. บียอนด์

งานดังกล่าวจัดขึ้น ณ ห้องประชุมศุกรีย์ ชั้น 3  ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 

 

 

 

นาย เอ๊ดดี้ อดิศักดิ์ หัวหน้าฝ่ายวิจัย บล บียอนด์ ให้มุมมองวิธีการลงทุนที่เน้นการสร้างความสมดุลระหว่างการปันผลและการเติบโตที่คาดหวังไปพร้อมกัน การเลือกหุ้นจะเน้นที่การซื้อถูก ซึ่งสะท้อนผ่านการมีอัตราส่วน P/E ที่ต่ำ และส่งผลให้อัตราผลตอบแทนจากปันผลสูงตามไปด้วย

กลยุทธ์การลงทุน: เน้นปันผลสูง เฉลี่ยประมาณ 6-7% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดที่อยู่ที่ประมาณ 3.5-4% หากหุ้นบางตัวปันผลดี แต่การเติบโตไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ (เช่น ไม่ถึง 8%) จะไม่ถูกเลือกเข้าพอร์ต และหากหุ้นที่เลือกมามีราคาขึ้นสูงมากหรือผลการดำเนินงานไม่ถึงที่คาดหวังก็จะถูกตัดออกไปได้ระหว่างทาง และการเลือกหุ้น ไม่จำกัดอยู่แค่หุ้นขนาดใหญ่ (Large Cap)  และนักลงทุนที่ดีซื้อหุ้นเมื่อราคาตกมากเกินไป

นายเชาว์ -เฉลิมเดช ลีวงศ์เจริญ นักลงทุนเน้นคุณค่า (VI) ใช้ข้อมูลจากการดูกราฟทางเทคนิคควบคู่ไปด้วย พร้อมนำคำกล่าว ปีเตอร์ ลินช์ (Peter Lynch)  ที่ว่า “อย่าเด็ดดอกไม้แล้วรดน้ำวัชพืช” มาใช้

ดอกไม้ (หุ้นดี) ไม่ควรถูกขายทำกำไรเร็วเกินไป ในขณะที่วัชพืช (หุ้นห่วย) ที่ราคายังคงลงต่อไปต้องรีบตัดทิ้ง ไม่ควรซื้อเพิ่มหรือถัวเฉลี่ย

ตลาดหุ้นไทยมีปัจจัยเรื่อง “เจ้ามือ” เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งทำให้ราคาหุ้นมักจะลงมาก่อนที่งบการเงินที่ไม่ดีจะประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ หากรอแค่ข้อมูลพื้นฐาน (Fundamental) อาจจะคัดลอสไม่ทัน

เงินของเราต้องรับผิดชอบดูแลเงินของตนเอง และคิดเอง เพราะต้นทุนการเงินของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่มีใครสามารถตอบแทนเราได้ดีเท่าตัวเราเอง

อาจารย์เอ พิสุทธิ์ เน้นวิธีการลงทุนที่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมองว่าการลงทุนในตลาดหุ้นคือ “อาชีพที่ 2” ที่ต้องทำอย่างจริงจัง การลงทุนในตลาดต้องใช้หลักการ VI  + ใช้กราฟทางเทคนิค (Technical Analysis) เข้ามาช่วยเสริม เพราะกราฟมีพลังมากและช่วยในการหาจุดเข้าซื้อที่เหมาะสมและจุดขาย ที่ไม่ทำให้ “ขายหมู” และสิ่งสำคัญที่สุด ต้องตัดใจ Stop Loss ทันทีเมื่อถึงจุดที่กำหนด (แนะนำที่ 10%) เพราะหากขาดทุนหนักกว่านี้ การที่จะเอาคืนให้เท่าทุนจะต้องใช้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นมาก