HoonSmart.com>>กรุงเทพประกันภัย คาดกำไรปี’68 ไม่ต่ำกว่าปีก่อน แม้เบี้ยรวมอาจโตแค่ 3% จากเป้าเดิม 8% ปรับพอร์ตเน้นกำไรจากการลงทุนชดเชยรายได้ประกันภัยรถยนต์ที่ลดลง พร้อมเสริมแผนบริหารความเสี่ยงภัยธรรมชาติขนาดใหญ่ ซื้อแบ็คอัพเพิ่ม 300 ล้านบาทต่อเหตุการณ์หวั่นสึนามิ
ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย (BKI) คาดว่า ปี 2568 จะมีกำไรไม่ต่ำกว่าปี 2567 โดยการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับรวมจะต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้เดิมที่ 8%
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯพยายามรักษามาตรฐานผลประกอบการไว้ได้ แม้การเติบโตของรายได้จะไม่สูงนัก โดยพยายาม เพิ่มกำไรจากการลงทุน เพื่อเสริมผลประกอบการจากการรับประกันภัยรถยนต์ที่คาดว่าจะลดต่ำลงในครึ่งปีหลัง
นอกจากนี้ พยายามบริหารความเสี่ยงภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะเหตุการณ์ความเสียหายขนาดเล็กที่ไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อเหตุการณ์ ซึ่งบริษัทต้องรับผิดชอบเองทั้งหมด
สิ่งที่บริษัทฯมีความกังวล คือ โอกาสเกิดแผ่นดินไหวในอ่าวไทย ที่อาจนำไปสู่สึนามิได้
ภัยธรรมชาติถือเป็น จุดเปราะบาง ที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัท โดยเฉพาะขนาดของความเสียหายจากภัยธรรมชาติจากเหตุการณ์เดียว (1 เหตุการณ์) ที่มีมูลค่า ต่ำกว่า 100 ล้านบาท จะอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัททั้งจำนวน (อยู่ในกระเป๋าเราหมดเลย)
ตัวอย่างเช่น หากเกิดความเสียหายเพียง 40 ล้านบาท หรือ 80 ล้านบาท จะถือเป็นจุดเสี่ยงของบริษัท และผลประกอบการจะขึ้นอยู่กับจุดเสี่ยงนี้
ส่วนภัยธรรมชาติขนาดใหญ่ ที่ความเสียหายสูงกว่า 100 ล้านบาทต่อเหตุการณ์ ทางบริษัท ไม่กังวล เนื่องจากได้มีการ ซื้อประกันภัยต่อและแบ็กอัพไว้ เพราะถ้าเกิน 100 ล้านบาท บริษัทสามารถ เรียกจากบริษัทรับประกันภัยต่อได้ทั้งหมด
ในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทฯ จึงมีการซื้อประกันภัยต่อ ที่เป็นแบ็กอัพเพิ่ม 300 ล้านบาทต่อเหตุการณ์ เพื่อช่วยลดความกังวล
ขณะที่ ครึ่งปีแรก มีเคลมจากแผ่นดินไหวอีกเกือบ 100 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ส่งผลให้กำไรจากการรับประกันภัยลดลงไปประมาณเกือบ 400 ล้านบาทในงวดครึ่งปีแรก
สำหรับ กรณีประกันภัยการก่อสร้างที่เกิดจากดินทรุดเกิดท่อประปาแตกและสร้างความเสียหายตามที่เป็นข่าว ซึ่งบริษัทเป็นลีดในการรับประกันในสัดส่วน 40% จะไม่กระทบต่อผลกำไรของบริษัท ฯ และมีอีก 3 บริษัทร่วมรับประกันในสัดส่วนบริษัทละ 20% โดยความเสียหายยังอยู่ระหว่างการสำรวจและประเมินมูลค่า
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯมีการบริหารความเสี่ยงโดยการจัดสรรแฟครี (Reinsurance) ออกไปถึง 99.875% รับผิดชอบเอง 0.125%
ดร.อภิสิทธิ์ กล่าวว่า บริษัทไม่กังวลต่อภัยขนาดใหญ่ลักษณะดังกล่าว เพราะไม่เกิดบ่อย และมีการประกันภัยต่อ ทำให้ได้รับผลกระทบต่อกำไรบริษัทอยู่ในระดับต่ำ
นอกจากนี้ โดยกรมธรรม์ IAR ปกติ การทรุดตัว หรือ การยกตัว การเคลื่อนตัวของดิน จัดเป็นข้อยกเว้น ภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยทรัพย์สินทั่วไป แต่กรณีนี้ผู้รับเหมามีการซื้อความคุ้มครองการทรุดตัวของดินเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ
ในการรับประกันภัยโครงการขนาดใหญ่ของบริษัทประกันภัย จะมีเงื่อนไขให้ลูกค้ารับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) ที่ถูกกำหนดไว้โดยเงื่อนไขของกรมธรรม์อยู่แล้ว ผู้รับเหมาหรือผู้ดำเนินการจะรับผิดชอบ ตามเงื่อนไขที่กำหนด
นอกจากนี้ ยังมีการจัดการความเสี่ยงด้วยการทำประกันภัยต่อเกือบทั้งหมด
ฉะนั้น เชื่อว่าบริษัทประกันภัยจะไม่ได้รับผลกระทบในแง่ของความมั่นคง
“บริษัทกรุงเทพประกันภัย ยังคงรับประกันภัยโครงการเมกะโปรเจกต์ตามปกติ”ดร.อภิสิทธิ์ กล่าว
