HoonSmart.om>>หุ้นไทยเจอเอฟเฟกต์แผ่นดินไหวไม่หนัก ดัชนีร่วงลง -1.48% เกาะกลุ่มเอเชียขยาดทรัมป์ขึ้นภาษี ญี่ปุ่นดิ่งแรงสุดกว่า -4% ต่างชาติขายหุ้น 1,487 ล้านบาท ซื้อตราสารหนี้ 5,000 ล้านบาท ดึงเงินบาทแข็งปิดเหนือ 34 บาท ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดแผ่นดินไหวสูญเสียไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท กดดัน GDP -0.06% คลังคาดกระทบช่วงสั้น ส่วน ธปท.ยังเร็วเกินไปที่จะสรุป บล.เอเซียพลัสลดน้ำหนักหุ้นอสังหาฯ ห่วงคอนโดฯขายยาก ด้านนักท่องเที่ยวคืนห้องพัก
วันที่ 31 มี.ค.67 ตลาดหุ้นตกแรงทั่วโลก นำโดยตลาดสหรัฐทั้ง 3 แห่ง ร่วงมากกว่า 1-2% ทรัมป์งัดขึ้นภาษีมาสร้างสงครามการค้า เฟดลดดอกเบี้ยไม่ได้เร็ว ฉุดหุ้นเอเชียร่วงระนาว นำโดย ญี่ปุ่นดิ่ง -4%เศษ ตามด้วยไทยเจอผลกระทบแผ่นดินไหวซ้ำเติม เปิดต่ำสุดของวันที่ 1,155.05 จุด ก่อนมีแรงไล่ซื้อ หนุนดัชนีขึ้นสูงสุดที่ 1,169.09 จุด แต่ไปไม่ไหวดัชนีปิดที่ 1,158.09 จุด ลดลง 17.36 จุด หรือ -1.48% มูลค่าซื้อขายรวม 40,260.73 ล้านบาท โดยต่างประเทศขายสุทธิ 1,487 ล้านบาท ซื้อ TFEX 24,910 สัญญา และซื้อตราสารหนี้ประมาณ 5,000 ล้านบาท
ทางด้านสถาบันไทยขายหุ้นด้วย 1,436.73 ล้านบาท และบัญชีหลักทรัพย์ขายสุทธิ 1,275.85 บาท ด้านนักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิ 4,199.99 ล้านบาท
เช้าวันนี้ ก่อนเปิดการซื้อขายหุ้น 6 องค์กรรวมพลัง ออกโรงยืนยันว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ส่งผลกระทบต่อไทยจะมีผลต่อเศรษฐกิจจริงไม่มาก แต่นักลงทุนยังพร้อมใจกันเทขายหุ้นตั้งแต่เปิด นำโดยกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ท่องเที่ยว ประกันภัย ขณะเดียวกันมีแรงซื้อหุ้นวัสดุก่อสร้าง SCC-UMI-DOHOME-HMPRO ขึ้นนำกลุ่มฯ ได้อานิสงส์ซ่อมแซมจากเหตุแผ่นดินไหว
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นวันนี้ปรับตัวลงเช่นเดียวกับตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นในภุมิภาคเอเชียที่ต่างเคลื่อนไหวในแดนลบ และตลาดหุ้นในยุโรปก็ปรับตัวลงมากกว่า 1% เป็นส่วนใหญ่ แรงกดดันจากเงินเฟ้อสหรัฐสูงกว่าคาด และกังวลสงครามการค้า ที่”ทรัมป์”จะประกาศมาตรการตอบโต้ภาษีในวันที่ 2 เม.ย.นี้ นอกจากนี้ ยังมีความไม่แน่นอนการเจรจายุติสงครามรัสเซีย-ยูเครนด้วย
ส่วนในประเทศก็เจอแรงกดดันจากผลกระทบหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึ่งกระทบต่อกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และท่องเที่ยว อย่างไรก็ดี สัปดาห์นี้ให้ติดตามตัวเลข PMI ภาคการผลิต และบริการของหลายประเทศทั่วโลกที่จะทยอยประกาศออกมา และวันศุกร์ที่ 4 เม.ย.ให้ติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ
แนวโน้มวันพรุ่งนี้ (1 เม.ย.) ตลาดคงจะเคลื่อนไหวไซด์เวย์ลักษณะซึม ๆ โดยมีแนวรับ 1,155-1,150 จุด แนวต้าน 1,175 จุด
นักวิเคราะห์บล.เอเชียพลัสปรับลดคำแนะนำหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เป็น “ลดน้ำหนักการลงทุน” พร้อมให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้จนกว่าสถานการณ์หรือความเชื่อมั่นจะฟื้นตัว เหตุการณ์นี้จะกระทบต่อผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เน้นพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมหรือผลิตภัณฑ์ผสม เช่น AP, SPALI, SIRI, SC, PSH มากกว่า ผู้พัฒนาที่เน้นโครงการบ้านแนวราบ เช่น LH, QH, LALIN
ทั้งนี้เหตุการณ์นี้ ส่งผลกระทบต่อความต้องการคอนโดมิเนียมสูงที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คาดว่าตัวเลขการจองซื้อและการโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2568 อาจปรับตัวลดลง ผู้ประกอบการอาจชะลอหรือเลื่อนการเปิดตัวโครงการคอนโดใหม่ออกไปในไตรมาสที่ 2 ถึงครึ่งปีหลัง ทำให้ยอดเปิดตัวโครงการใหม่ในปีนี้อาจไม่เป็นไปตามเป้า
ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินความสูญเสียทางเศรษฐกิจ คาดเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท หรือกระทบ GDP -0.06% หลักๆ มาจากการหยุดชะงักหรือเลื่อนออกไปของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รวมถึงกำลังซื้อที่อาจลดลง เพราะธุรกิจและครัวเรือนต้องโยกกระแสเงินสด/รายได้ไปใช้เพื่อการตรวจสอบความเสียหายและซ่อมแซมอาคาร ทั้งนี้ หากรวมความเสียหายต่ออาคาร ทรัพย์สิน การทรุดตัว/การสั่นสะเทือนของอาคารบางแห่งเพิ่มเติม รวมถึงการซ่อมแซมและการเคลมประกันหลังจากนี้ ผลกระทบจะมากกว่านี้
“การซ่อมแซมความเสียหายและความต้องการในการหาที่พักสำรอง จะทำให้การก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง ที่พักแนวราบ ได้รับอานิสงส์ แต่ยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่อาจช้าลงในบางโครงการ นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย อาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในระยะสั้นตามความเชื่อมั่นต่อการเดินทางและการหาที่พัก ซึ่งโรงแรมในกรุงเทพฯส่วนใหญ่ก็เป็นอาคารสูง”
สำหรับผลต่อธุรกิจธนาคารพาณิชย์ มองว่า มาตรการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน คงช่วยประคองภาพสินเชื่อรวม ขณะที่ ประเด็นติดตามจะอยู่ที่ 1) คุณภาพหนี้ โดยเฉพาะหนี้ภาคอสังหาริมทรัพย์ ก่อสร้าง และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย 2) การไถ่ถอนหุ้นกู้ของภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบในระยะที่เหลือของปีนี้ และ 3) ผลจากการลดดอกเบี้ยในประเทศ หากเศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณการชะลอตัวที่ชัดเจนขึ้น อันจะกระทบต่อรายได้ดอกเบี้ยสุทธิของระบบแบงก์ไทยเพิ่มเติม
ทางด้านนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง ยอมรับว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหวมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย แต่เพียงเล็กน้อยและในระยะสั้นเท่านั้น หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง โดยเฉพาะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทั้งหมด ได้เร่งออกมาตรการในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบครั้งนี้ทันที
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า ขณะนี้ตลาดทุนยังคงเปิดทำการปกติ ส่วนตลาดการเงิน และระบบการธนาคารไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ ส่วนผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) อยู่ระหว่างการประเมิน แต่เชื่อว่าจะเป็นเพียงเหตุการณ์ระยะสั้นเท่านั้น พื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังมีความเข็มแข็ง และรัฐบาลยังเร่งผลักดันมาตรการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนให้ GDP ปีนี้ขยายตัวได้ถึง 3% หรือถ้าไปไกลกว่า 3% ก็จะเป็นเรื่องที่ดี
นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ขณะนี้อาจยังเร็วเกินไปที่จะประเมินตัวเลขผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย เพราะจะส่งผ่านไปยังหลายช่องทาง ซึ่งทางตรงจะเกิดกับทรัพย์สินของประชาชน กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หยุดชะงักลงไปบ้าง ซึ่งตัวเลขความเสียหายจะทยอยเข้ามาเพิ่มขึ้น คงต้องรอดูตัวเลขที่ชัดเจนก่อน นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบทางอ้อมที่จะเกิดกับความเชื่อมั่น ตลอดจนพฤติกรรมต่าง ๆ ของภาคธุรกิจและประชาชนที่อาจเปลี่ยนไป โดยเฉพาะผลต่อภาคการท่องเที่ยว
———————————————————————————————————————————————————–