หุ้นปิดเช้าร่วง 17.41 จุด เผชิญผลกระทบหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว

HoonSmart.com>>ดัชนีปิดภาคเช้าที่ระดับ 1,158.04 จุด ลดลง 17.41 จุด รับแรงกดดันจากผลกระทบหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว โดยกลุ่มที่รับผลกระทบเป็นกลุ่มอสังหาฯ-รับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่-ธนาคารและประกันบางตัว ส่วนกลุ่มขายวัสดุก่อสร้างได้ประโยชน์เต็ม ๆ เช่น HMPRO, SCC ส่วนนอกประเทศวิกตกเฟดลดดอกเบี้ยน้อยกว่าคาด หลังภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐดี แนวโน้มภาคบ่ายยังเคลื่อนไหวในแดนลบอยู่ แนวรับ 1,150 หากหลุดจะมีแนวรับถัดไปที่ 1,115 ส่วนแนวต้าน 1,170 จุด

ตลาดหุ้นวันที่ 31 มี.ค. 2568 ดัชนีปิดภาคเช้าที่ระดับ 1,158.04 จุด ลดลง 17.41 จุด หรือ -1.48% มูลค่าการซื้อขาย 23,432.89 ล้านบาท โดยดัชนีขึ้นไปแตะ 1,169.09 จุด และต่ำสุด 1,155.05 จุด

นายเบญจพล สุทธิ์วนิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นเช้านี้ร่วงลง รับแรงกดดันจากผลกระทบหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึ่งก็มีทั้งกลุ่มหุ้นที่ได้รับปัจจัยบวก และกลุ่มที่รับปัจจัยลบซึ่งมีมากกว่าปัจจัยบวก คือ ่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ รับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่่ อย่างเช่น ITD รวมถึงหุ้นในกลุ่มธนาคารและประกันบางตัว ขณะที่หุ้นที่ได้รับปัจจัยบวกจากเหตุการณ์ดังกล่าวก็มีกลุ่มที่ขายวัสดุก่อสร้าง เช่น HMPRO, SCC เป้นต้น อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมาทำให้เกิดความน่าสนใจลงทุน หากเป็นหุ้นที่ไม่ได้รับ Impact ก็ยังคงน่าสนใจ อย่างหุ้นในกลุ่มโรงแรม แม้จะกลัวคนไม่เข้ามาเที่ยว แต่ราคาลงมาน่าสนใจ

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ต่างปรับตัวลงกันทั่วหน้า วิตกการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะทำได้น้อยกว่าคาด หลังภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐดี พร้อมให้ติดตามสถานการณ์ผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว

แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ตลาดคงจะยังเคลื่อนไหวในแดนลบอยู่ โดยให้แนวรับ 1,150 หากหลุดจะมีแนวรับถัดไปที่ 1,115 จุด ส่วนแนวต้าน 1,170 จุด

5 อันดับหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด ได้แก่
KBANK ปิดที่ 162.00 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ -1.22% มูลค่าซื้อขาย 1,355.10 ล้านบาท
AOT ปิดที่ 38.00 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ -1.30% มูลค่าซื้อขาย 965.96 ล้านบาท
DELTA ปิดที่ 66.00 บาท ลดลง 3.00 บาท หรือ -4.35% มูลค่าซื้อขาย 840.03 ล้านบาท
SCB ปิดที่ 124.00 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ -1.20% มูลค่าซื้อขาย 813.12 ล้านบาท
KTB ปิดที่ 24.10 บาท ลดลง 0.40 บาท หรือ -1.63% มูลค่าซื้อขาย 763.85 ล้านบาท

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–